ยานยนต์(ตอนที่1)
POSTED BY ENERGY_EAK ⋅ JULY 13, 2011 ⋅ LEAVE A COMMENT
=ยานยนต์=

-ทำไมต้องยานยนต์??

หุ้นกลุ่มนี้ในขณะนี้ เป็นกลุ่มที่ถูก..ปรับลดจากแรงกดดันเหลือเกิน หลายตัว ทั้งๆที่หลายบริษัทเติบโตอย่างมากมาย…อุตสาหกรรมนี้เป็นความหวังของประเทศ…แต่ที่ตลาดให้ความคาดหวัง(PE)ปรับลดลงมาอย่างต่อเนื่องจากช่วงต้นปี…จากความกังวลเรื่องDemand…แต่ Q1ได้พิสูจน์ให้เห็นกันไปแล้วว่า…Demandมากมายเพียงไหน…หลายบริษัทเติบโตมากมาย….และอุตสาหกรรมกลุ่มนี้มีแนวโน้มต้องปรับเป้าหมายเพิ่มขึ้น!! จากเดิมที่ปีที่แล้ว1.6ล้าน วางเป้าไว้1.8ล้านในปี54…แต่ตัวเลขQ1ชัดมากๆว่า จะทะลุ 2ล้านคันแน่ๆ(ก่อนโดนสึนามิ)…..โดยพฐ.กลุ่มนี้เติบโตเฉลี่ย9-10%…ได้รับการส่งเสริมEco-car , ไทยเป้นผู้นำในอาเซียน , เรามีโปรดักแชมป์เปี้ยน, และมีความยืดหยุ่นทางด้านการผลิตสูง .จากปัจจัยทั้งหมดทำให้เชื่อเหลือเกินว่า…นี่เป็น “โอกาส” บนแรงกดดันจะมากมาย…ที่จะเก็บหุ้นดีๆในราคาประหยัด!!

-แรงกดดันที่ไม่คาดฝัน??

แต่บุญซ้ำกรรมซัด…ความกังวลเรื่องDemandเพิ่งจะเริ่มคลี่คลาย เรียกว่ายังไม่ทันได้ฝันหวานเลยสักคืน….ต้องมาเจอกับฝันร้ายอย่าง คลื่นสึนามิ ที่ถล่มญี่ปุ่น ส่งผลให้เกิดการขาด Supply ของชิ้นส่วนไป..ทำให้ความคาดหวังในหุ้นกลุ่มนี้ยังคงความตกต่ำต่อไป

-ตอนนี้ที่ญี่ปุ่นเป็นอย่างไรแล้ว?

แต่ความสามารถของผู้ผลิตในญี่ปุ่นนับได้ว่าเป็นเอกของโลกจริงๆ…และในคราวนี้เอง ญี่ปุ่นก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพวกเขาเป็นอย่างไร…โดยสามารถกลับมาผลิตปกติได้อย่างรวดเร็วมากๆ…หลายค่ายใช้เวลาเพียง1-2เดือน เท่านั้น!!(^0^)”

**ดูของไทยนิดนึงครับ**(ขออภัยก็อบเป็นอังกฤษมาเลยนะครับ)

Toyota Car manufacturing in Thailand will be back to normal by May 23.

Nissan Production in Thailand will get back to normal by this June.

Honda Expect to get back to normal capacity by September.

Isuzu (Thai)Expect to resume to normal by July.

AAT (thai)Expect to resume to normal by July.

-ในภาพกว้างเริ่มคลายความกดดันลง…แล้วผู้ผลิตในประเทศไทยใครบ้าง??

มาทำความรู้จักผู้ผลิตชิ้นส่วนในบ้านเรานิดนึงครับ …บ้านเรา”เน้นที่การผลิตได้แต่ชิ้นส่วน”นะครับ จะมีแปลกบ้างก็ที่เอารถมาดัดแปลงอย่างไทยรุ่ง(TRU)แต่ไทยรุ่งเองก็ยังเน้นผลิตชิ้นส่วนเป็นหลัก….โดยที่บริษัทไทยผลิตมีตั้งแต่ สปิง, ท่อ ,ตัวโครง, เบาะ, บลาๆๆๆ…..เยอะแยะไปหมด..โดยที่มีในตลาดเช่น AH(เยอะ), TRU(เยอะ), SAT(สปริง,อื่นๆ), CWT(เบาะ), IHL(เบาะ), LHK(ท่อ), CPS(CRC), PERM(CRC), TSC(ลวดเคเบิ้ล) …มีอีกไหมเนี๊ยะ(ผมอาจจะจำได้ไม่หมด หรือผิดไปมั่ง ทักท้วงกันได้นะครับ) ….แต่รวมๆมีทั้งแบบลูกผสม(ที่ทำให้ทั้งยานยนต์และกลุ่มอื่นๆด้วย) และ พันธ์แท้(ที่เน้นทำเฉพาะยานยนต์เพียวๆ) …เรียกได้ว่ามีหลายหลายตัวให้นักลงทุนเลือกสรร ตามเลยทีเดียว

-ภาพตลาดในบ้านเราละ??

สึนามิ…ทำให้นักลงทุนหลายคนยังคงมีความกังวลผลประกอบการในQ2ของบริษัทกลุ่มนี้…แต่ข้อมูลที่ออกมาจากหลายๆสื่อ ได้แสดงให้เห็นถึงความต้องการที่มหาศาล และ ความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมกลุ่มนี้…โดยตัวเลข การขายรถยนต์เดือน พค.ที่น่าจะเกิดผลกระทบมากที่สุดลดลงเพียง10% และมอเตอร์ไซค์กลับมาเติบโตราว125%……ถ้าให้มองโดยรวมบริษัทในตลาดขณะนี้ แบ่ง ได้เป้นกระทบมาก และ กระทบน้อย..ส่วนบริษัทที่ไม่กระทบเลย ผมยังไม่เจอนะครับ(จะเจอก็แต่บริษํทที่มีลุ้นกำไรเพิ่ม..แต่กระทบเช่นกัน)…อย่างไรก็ดี เนื่องจากหลายค่ายญี่ปุ่นฟื้นเร็วมาก..ส่งผลให้ในเดือน มิย. หลายบริษัทผลิตชิ้นส่วนไทยเริ่มทำงานกันมือระวิง เนื่องจากออเดอร์มารอเพียบอยู่ตั้งแต่ก่อนแล้ว

..จากการที่ผมตรวจสอบในหลายบริษัท..พบว่าจะมีผลกระทบราว5-20%แล้วแต่บริษัทโดยให้สังเกตุจากบริษัทไหนผลิตชิ้นส่วนให้ค่ายญี่ปุ่นไหนเป็นหลัก(ถ้าฮอนด้า กะ โตโยต้า ก็หนักหน่อย)

เอาเท่านี้ก่อนนะครับ..พอให้เห้นภาพรวมๆ …คราวหน้าจะมาเล่าถึงความน่าสนใจของบางบริษัทครับ…มาลองดูกันว่าจริงไหม?

โดย: โครตคนอันตรายทีม

ยานยนต์
ยานยนต์(ตอนที่2)
POSTED BY ENERGY_EAK ⋅ JULY 12, 2011 ⋅ LEAVE A COMMENT
=ยานยนต์=ตอนที่(2)

**จากที่เขียน ยานยนต์ ตอนที่(1) และได้แลกเปลี่ยนพูดคุยกับเพื่อนนักลงทุนหลายท่าน ทำให้ผมคิดว่าในตอนที่(1)ผมพูดเรื่องรายละเอียดข้อมูลของผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์น้อยเกินไป ดังนั้น ผมขอเขียนถึงรายละเอียดของบริษัท และ ข้อพิจารณาในการเลือกกมาเจาะของผมนะครับ

-เลือกบริษัทให้เหมาะกับวิธีการลงทุน-

เนื่องจากผู้ประกอบการที่หลากหลาย ….ผมขอยกตัวอย่างบางบริษัท พร้อมรายละเอียดเล็กน้อย

ชื่อหลักทรัพย์ ราคาปิด P/E P/BV Dvd Yield (%)

TRU 5.80 10.52 1.11 4.31 (ผลิตชิ้นส่วน, ประกอบ และ อื่นๆ)

AH 12.80 8.84 0.76 3.67 (ผลิตชิ้นส่วน และ ประกอบ)

SAT 23.00 10.01 1.83 3.71(ผลิตชิ้นส่วนสปริง, จานเบรค และ อื่นๆ )

TSC 10.90 8.76 1.70 7.34(ผลิตเคเบิ้ล )

LHK 2.94 6.76 1.11 7.48(ท่อ)

จะเห็นว่ามีผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์มากมาย …แต่เมื่อมองลึกลงไป…ผมยกตัวอย่าง พิจารณาในการเลือก เช่น LHK ที่มีรายได้จากการขายให้กับกลุ่มยานยนต์ราว 30-40% เทียบกับ TSC ที่ขายเคเบิ้ลเน้นกลุ่มยานยนต์เกือบ100% เมื่อห็นสัดส่วนรายได้อย่างนี้แล้ว ทำให้ต้องพิจารณานะครับว่า หากใครมองกลุ่มยานยนต์และเข้าลงทุนเรื่อง จะฟื้นตัว…บริษัทที่จะได้ผลประโยชน์ก็น่าจะเป็นบริษัทที่มีสัดสวนรายได้ที่มาจากยานยนต์เยอะๆนะครับ

โดยในประเด็นนี้ผมจะเลือกบริษัทที่โดนเด่นในสัก 1-3 ปีข้างหน้านี้ นะครับ โดยในตอนต่อไปผมจะเจาะประเด็นตัว TRU กับ TSC มาให้เพื่อนๆเห็นถึงความเติบโตที่แตกต่าง ….ชนิดที่เลือกซื้อไม่ถูกเลยครับ(ผมไม่เลือกเขียน AH, SAT เพราะคิดว่าหาอ่านข้อมูลเอาจากโบรคได้ทั่วไปซึ่งมีเยอะอยู่แล้วนะครับ)

..**แต่ใครจะเสนอตัวไหนลองเม้นๆกันครับบ..

-Life Cycle-**มองใกล้ – ไกล**

หลายคนคงเคยได้ยินมาแล้วว่าหุ้นกลุ่มนี้เป็นหุ้นวัฎจักร …ซึ่งการเกิดวัฎจักรของกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์นี้ เกิดจาก ช่วงการออกของรถยนต์รุ่นใหม่ๆเป็นหลัก โดยปกติแล้ว อายุของรถยนต์ จะอยู่ที่ 5-7ปี โดยแล้วกระบะก็จะยาวหน่อย ครับ……ดังนั้นใครลงทุนยาวๆ ควรเลือกบริษัทที่เป็นช่วงต้นของCycleครับ จะได้ยาวๆอย่างสบายใจ

(ในความคิดเห็นส่วนตัวของผม สำหรับประเทศเราดูไม่ค่อยเป็นCycleเท่าไหร่ครับ…ผมลองดูยอดย้อนหลังครับจะเห็นว่าขึ้นตลอด..สาเหตุคงมาจากการลงทุนที่ค่อยๆทะยอยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง..จะต่างจากประเทศที่โตเต็มที่แล้ว)

-ดูเรื่องอาเซียนไว้ด้วย-**มองไกลๆหน่อย**

เนื่องจากการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ เกิดจากค่ายหลักๆชั้นนำต่างๆ เช่น Toyota , GM , AAT โดยมุมมองทัศนะคติ ที่ผู้ลิตรถยนต์รายใหญ่ๆ ได้มอง เอเซีย แบ่งออกเป็น3กลุ่ม จีน, อินเดีย, อาเซียน(ปัจจุบันไทยเป็นฐานใหญ่)….บริษัทผู้ผลิตมองเราเป็นก้อนเดียวกันเลยนะครับ ..ไม่ได้มองแค่ประเทศเดียว…ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องศึกษา หรือ ติดตามข่าวเกี่ยวกับอาเซียนไว้บ้าง…ปัจจุบันชิ้นส่วนยานยนต์ 0% แล้วนะครับ(ในกลุ่มประเทศอาเซียน)….ฉนั้นอย่าลืมเช็คด้วยว่า เราจะไปลงทุนประเทศไหนรึป่าว หรือ ค่ายจะย้ายฐานไหม?

-ดูฐานลูกค้า-**มองสั้นๆหน่อย ช่วยพิจารณาผมกระทบQ2**

เป็นข้อดีของกลุมนี้มากๆ..ที่ส่วนใหญ่ลูกค้าจะไม่เปลี่ยนแปลงอะไรง่าย นอกจากนี้เมื่อมีการลงทุนในประเทศใกล้เคียงยังมักจะหนีบกันไปอีกด้วยครับทำให้พอสบายใจได้พอสมควร …..แต่ยังต้องพิจารณาถึงฐานลูกค้าของแต่ละบริษัทเพิ่มเติมเข้าไปอีกสักหน่อยในกรณีที่จะเข้าซื้อเก็งกำไรสั้นๆ เพราะ ปกติในQ2จะมีวันหยุดเยอะ ก็มักจะกระทบอยู่แล้ว..แต่ปีนี้มีสึนามิด้วย…โดยจากข้อมูลข้างต้น ผมยกตัวอย่างผลกระทบQ2 ในเรื่องจากเหตุการสึนามิ…ถ้ามองจากฐานลูกค้า จะเห็นว่าหากบริษัทไหนทำให้กับ ฮอนด้าเยอะๆจะมีผลกระทบลามไปถึงQ3ด้วย!! ..ดังนั้นสิ่งที่ควรดูตอนนี้คือ..เช่น TRU มีรายได้จาก(ปัจจุบัน) ISUZU ประมาณ50% (สัดส่วน Nissanอาจจะแซงไปแล้ว)…และต้องดูรุ่นที่ผลิตประกอบด้วย ทำให้TRU มีโอกาสจะได้รับผลกระทบจากสึนามิน้อยกว่า TSC ที่ครอง Market Share เคเบิ้ลรถยนต์ประมาณ 76% และ มอเตอร์ไซค์ 99% ที่สำคัญลูกค้าหลักเป็นฮอนด้าแบบนี้มีโอกาสโดนเต็มๆ…แต่มีมอเอตร์ไซค์ช่วย (เปรียบเทียบเกริ่นๆไว้เล็กน้อย)…ทำให้ใครมองตัวTSCต้องพิจารณาผลกระทบให้เยอะหน่อยครับ

เกริ่นไว้เล็กน้อย ไว้ตอนหน้าค่อยมาลงรายละเอียดว่า บริษัทที่เลือก ดูดีหล่อเหลา หรือ ดูยากจนข้นแค้นยังไงกันต่อครับ..จริงๆอยากเขียนข้อมูลให้มากกว่านี้ เช่น พิจารณาหนี้สิน และ ความสามารถทำกำไรในอนาคต ประกอบการเลือกด้วย เพราะ หลายบริษัทลงทุนมากมายในช่วงที่ผ่านมา แต่เห็นบางตัวขึ้นไปแล้ว..กลัวไม่ทันเทรน ..เลยเอาเท่านี้กันก่อนนะครับ ..^_^”

**ใครเพิ่งเริ่มสนใจ ลองติตามอ่านจากตอนที่(1) และ จากคอมเม้นนะครับ มีเพื่อนเก่งๆให้ทัศนะคติ หลายท่านเลยครับ

ยานยนต์(ตอนที่3)
POSTED BY ENERGY_EAK ⋅ JULY 13, 2011 ⋅ LEAVE A COMMENT
=ยานยนต์=ตอนที่(3) Business Model

จากยานยนต์ตอนที่(2) ได้อธิบายวิธีการเลือกหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนที่เหมาะสมกับสไตล์ในแต่ละคนแล้วนั้น …ในตอนท้ายๆได้เขียนเกริ่นไว้เรื่องการเปรียบเทียบ ของ2บริษัท ชิ้นส่วนยานยนต์ที่เรียกได้ว่า อนาคตไกลเลยทีเดียว(ตัวอื่นๆที่ไม่ได้กล่าวถึงก็อาจมีข้อดีที่แตกต่างออกไปนะครับ) โดยการเลือกขึ้นมา 2 บริษัทนี้ เพื่อเป็นตัวอย่างให้เห็นชัดเจนขึ้น… ว่าถ้าหากจะเลือกซื้อบริษัทในกลุ่มยานยนต์ควรพิจารณาอย่างไรบ้างนะครับ(เหตุผลที่ผมเลือก2บริษัทนี้ อยู่ในตอนที่2นะครับ)

ในตอนก่อนๆผมได่เล่าภาพรวมๆของกลุ่มยานยนต์ มา2ตอนแล้ว …..มาตอนที่3นี้ มาลองเข้าสู่ภาคการเลือกหุ้นกันจริงๆกันครับ…..

-ส่องกล้องมองลักษณะประกอบธุรกิจของทั้ง2บริษัท

โดยปกติในการเลือกหุ้นนั้น.. นอกจากเราต้องเลือกบริษัทที่เติบโตแล้ว…ส่วนที่สำคัญที่สุดที่ส่วนที่ตัวผมให้น้ำหนักมากๆ คือโมเดลธุรกิจนี่แหละครับ ลองตามผมมาดูทั้ง 2 บริษัทกันครับ…

>>>TRU

บริษัทที่เดิมเป็นผู้ดัดแปลงรถชั้นนำของประเทศ(ทำได้ดีจนค่ายหลักเอาไปผลิตตาม) ..ปัจจุบันหันมาเอาดีในด้าน ผลิตชิ้นส่วน และ การรับจ้างประกอบ ซึ่งทำได้ดีมากๆ…ลองดูกันครับEPSกันครับ เมื่อโครงสร้างทางธุรกิจเปลี่ยนไป…….

……….Q1-53>>>>>>>>>>>>>>Q1-54

EPS 0.04>> 0.12>> 0.13>> 0.15>> 0.19บาทต่อหุ้น

(EPS Q1/54ในรายงาน=0.15 แต่0.19เพราะผมเทียบเป็นมาตรฐานบัญชีเดียวกันให้นะครับ)

มันก็แน่นอนอยู่แล้วนะครับ ด้วยศักยภาพ ที่เรียกได้ว่าแทบจะประกอบรถได้ทั้งคัน…. จะให้มาประกอบบางส่วนแค่นี้ถือว่าชิวๆจริงๆ….จะไม่ชิวได้อย่างไร..ในเมื่อปัจจุบันมีค่ายรถญี่ปุ่นค่ายนึงมีแนวโน้มจะยกไลน์ผลิตของรถกระบะรุ่นนึงมาให้ผลิตทั้งไลน์เลย..มาลองตัวเลขกันบ้างครับว่าจริงไหม….

**รายได้

งานประกอบ54Q1 = 44.8% << งานประกอบปี53= 31.6%

งานผลิตชิ้นส่วน54Q1= 63.2% << งานผลิตชิ้นส่วนปี53= 64%

**กำไร

งานประกอบ54Q1 = 59% << งานประกอบปี53= 38.7%

งานผลิตชิ้นส่วน54Q1= 35% << งานผลิตชิ้นส่วนปี53= 39%

จะเห็นว่า งานในส่วนรับจ้างประกอบกำลังมากขึ้นๆ ที่สำคัญQ1/54ที่ผ่านมา งานประกอบกลายเป็นกำไรหลักของบริษํทไปแล้วครับ ที่เห็นรวมกันแล้วไม่ถึง100%เพราะ รายได้ของบริษัทยังมาจากการขายส่วนอื่นๆ เช่น ทำอุปกรณ์ตกแต่งPato, ติดตั้งNGV, ดัดแปลงรถ, ทำเบาะ(Q1ที่ผ่านมาโตเชียวครับ), บลาๆๆๆ เยอะจริงๆครับ มาลองดูลึกลงไปกันต่อถึงคุณภาพในการทำกำไรของส่วนงานประกอบกันครับ(อันนี้แถม)…

**กำไรขั้นต้น และ %กำไรขั้นต้น ของงานประกอบ

Q1-54 << Q4-53<< Q3-53<< Q253<< Q1-53<< ปี52ทั้งปี
Assambly Gross 62.00<< 42.00<< 36.00<< 26.00<< 25.00<< 39.00

%Gross 24.8%,<< 17.6%,<< 16.4%,<< 15.5%,<< 16.0%,<>>TSC

ถ้าจะบอกว่า TRU หลากหลาย แพรวพราว …TSC ตัวนี้ถือว่าแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยล่ะครับ โดยปัจจุบันบริษัททำงานเกี่

ยวกับสายเคเบิ้ล ซึ้งมีสัดส่วนรายได้ดังนี้

*สัดส่วนรายได้เป็น4ส่วน

1.ใช้กับรถยนต์ ครองตลาด 76%…………………สัดส่วนรายได้ประมาณ58%

2.ใช้กับรถมอเตอร์ไซค์ ครองตลาดอยู่ 99%….สัดส่วนรายได้ประมาณ22%

3.งานชุดดึงกระจกรถ ครองตลาด 20%………..สัดส่วนรายได้ประมาณ17%

4.อื่นๆ เช่น สายที่ใชกับ เตียง/รถเข็นในรพ.,งานR&Dทดสอบชิ้นงานให้ลูกค้า เ ป็นต้น….สัดส่วนรายได้ประมาณ2-3%(น้อยมากและยังไม่มีแผนงานชัดเจนตรงส่วนนี้)

เห็นแบบนี้แล้ว…บางคนร้องโอ้โหเลยครับ ครองตลาดแทบจะทั้งหมด!!.เรียกได้ว่าเป็นผู้ชำนาญการทางสายเคเบิ้ลโดยแท้…ที่ไม่ได้ทั้งหมด..อาจจะมาจากโตโยต้าที่ใช้ของบริษัทเพียง50%ของยอดผลิตรถยนต์ของToyotaทั้งหมด(ที่เหลื่อToyotaมีบริษัทลูก) ….อย่างไรก็ตาม….ตรงส่วนที่ยังครองตลาดได้น้อย เช่นชุดดึงกระจกที่ครองตลาดอยู่20%….อย่าเพิ่งไปคิดว่าการที่ส่วนอื่นๆครองตลาดได้เยอะแล้วจะใช้สายสัมพันธ์กับลูกค้าตรงเพิ่มสัดส่วนของ งานชุดดึงกระจก จากที่ครองตลาดอยู่20% ให้ ขึ้นมากกว่านี้ ได้ง่ายๆนะครับ … ถ้าข้อมูลที่ผมได้มาไม่ผิด ตรงจุดนี้บริษัทน่าจะทำมา20ปีแล้วครับ เรียกได้ว่า กลุ่มนี้ถ้าเจ้าเก่าไม่ล้มหายตายจากกันไป จะเข้าไปยึดหัวหาดคงยากจริงๆ…แต่อย่าเพิ่งเลิกฝันกันเลยนะครับ เอามาพูดเปรียบเทียบทั้งทีมันต้องมีดีมั่งแหละครับ(เด๋วจะขยายในตอนที่4) เพียงแต่ถ้าจะพูดถึง Business Model แล้ว TSC ออกจะดูธรรมดาเรียบง่ายไปบ้างเท่านั้นครับ

Q1/54<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>ปี56

ยอดขาย 2,664 2,904 3,166 3,451 (สมมุติว่าโตปีละ9%)

กำไร 298 399 467 543 (NPM เติบโตตาม)

EPS 1.15 1.54 1.80 2.09

Growth (-) 34% 57% 82% (เทียบว่าโตจากปี53 กี่ %)

ดูแบบนี้แล้ว…TSCแม้จะดูเรียบง่าย แต่ก็แฝงไปด้วยพลังแห่งการขับเคลื่อน…นอกจากนี้ TSCยังมีการจ่ายปันผลที่น่าสนใจไม่น้อยนะครับ ลองหาข้อมูลประกอบดูนะครับ^_^……………นี่หรือเปล่าครับหุ้นธรรมดาที่กำไรไม่ธรรมดา(เลียนแบบคำมา)^_^

ปล.ดูจากยอดQ1ของอุตสาหกรรมยานยนต์ ผมคิดว่าถ้าไม่เกิดเหตุการสึนามิ น่าจะโตกว่า 9% นะครับ ดังนั้นผมคิดTSC ที่9%อาจะต่ำไปนิดสำหรับเหตุการณ์ปกติ

…………………………………………………………………………………………………………

-TRU

((Growth))…ลืมสิ่งที่เกิดกับTSCให้หมดนะครับ…ไม่ใช่ว่าถ้างานเยอะขึ้นแล้ว%Gross ของTRUจะไม่ขึ้นนะครับ …TRUก็ขึ้นครับเพียงแต่ในมุมมองของผมเรื่องEconomics of Scale อาจจะไม่ชัดเท่าTSCนะครับ ….จุดที่โดดเด่นของTRU อยู่ที่คำว่า “ครบวงจร” ครับ!!…ตามมาดูทีละส่วนงานที่เต็มไปด้วยความหวังกันครับ..

1).งานแม่พิมพ์ และเครื่องมือการผลิต

2).งานผลิตชิ้นส่วน

3).งานประกอบ

4).รถพิเศษ

5).งานอื่นๆ..เช่น ทำแบรนด์Patoขายชุดตกแต่งยานยนต์, ทำศูนย์บริการติดตั้งNGV, งานทำเบาะรถของบริษัทร่วม(JV.Toyota group, JV.Delta Kogyo), งานบริการหลังการขาย เช่น ศูนย์ซ่อม และ Spare Parts เป็นต้น

((Target))…ผลประกอบการปี53 EPSอยู่ที่ 0.44บาท/หุ้น .. ในไตรมาสแรกของปี54ทำได้ 0.15 ถ้าเทียบมาตรฐานเดียวกันกับปีที่แล้วจะได้ 0.19 ….แต่อย่างไรก็ดีผมให้เฉลี่ยทั้งปีที่ไตรมาสละ 0.15 นี่แหละ …ซึ่งตามเทรนแล้วไม่น่าจะต่ำกว่านี้(ข้อมูลล่าสุดคือบริษัททำงาน28วัน23ชั่วโมงกันแล้ว Q3 มันส์แน่ๆ) EPS ทั้งปี54..น่าจะไม่ต่ำกว่า 0.6…เติบโต36%!!! WoW ….

….ความแจ่มจรัสของTRUจะเริ่มปี55ครับ..เมื่อโรงงานใหม่สามารถรันงานได้เต็มปี…ได้เครดิตภาษี 0% นาน 8 ปีซะด้วย….ผมประเมินว่าจะส่งผลต่อรายรับประมาณ 30%….ก็จะได้ EPS 0.6(ปี54) x 1.3(โรงงานใหม่) x 1.09(อุตสาหกรรม)=0.85 เทียบกับ53แล้ว เติบโต93% !! ..แบบนี้เขาเรียกว่าลุ้น”เด้ง”ได้ป่าวเนี๊ยะ(นี่ขนาดไม่ได้คิดว่าจะได้ประกอบอะไรเพิ่มเลยนะครับ)…WoW…ถึงตรงนี้หลายคนคงไม่แปลกใจว่าทำไมผมถึงเลือกTRU^_^

…..แต่ความมันส์ยังไม่หมดครับ เนื่องจากรายได้ในQ1/54แทบจะไม่มีในส่วนของ การขายรถดัดแปลงเลย…มาลองสมมุติเล่นๆว่า ถ้าได้ชนะงานประมูล MUV4 สัก3,000คัน(ถ้าจำตัวเลขที่จะประมูลไม่ผิดนะครับ..ขอสมมุติเวอร์ๆว่าได้ทั้งlotที่จะประมูล)…ซึ่งผมไม่นับขายรถยนต์รุ่นอื่นๆได้เลย…..จะได้ดังนี้ครับ….MUV4.ที่ 1.4ล้าน x 3,000คัน x 0.07(เอาmargin แค่เนี้ย!!) = 0.58บาท/หุ้น!!! โอว์!!^0^(หารเต็ม..รวมหุ้นที่ซื้อคืนด้วยแล้วนะครับ)…แค่อันนี้อันเดียว ฟลุ๊คๆอาจจะมีเป็นอีก “เด้ง”ได้เลย…นี่ผมยังไม่ได้นับว่าจะขายในประเทศแถบนี้ต่อได้ไหมเลยนะครับ….เห็นแบบนี้แล้ว น่ารอลุ้นไหมล่ะครับ^_^

นี่แหละครับ TRU TRU และ TRU …..ไม่ต้องหวังให้ค่ายรถเขายกงานมาให้ทั้งหมด, ไม่ต้องหวังครองMarket Share สูงๆ, ไม่ต้องหวังจะเอางานEco-carเยอะๆ…เพราะ TRU เพิ่งเริ่ม!!..เอาแค่นี้ที่มีโอกาสอยู่ตอนนี้…ก็เหลือๆแล้วครับ…แถมไปลุ้นเอาอย่างอื่นได้อีกเพียบ!!….บอกแบบนี้ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีงาน Eco Car ให้ทำนะครับ เพราะปัจจุบันก็ทำอยู่ และมีงานรอของค่ายที่กำลังจะออกบ้างแล้วครับ…น่าสนใจไหมครับ หวือหวาไหมครับ

………………………………………………………………………………………………………..

>>>เรื่องเสริม

…ขอเล่าที่บอกว่าไม่อยากให้ถือนานๆ อยากให้มองแค่ 1-3ปีนี้ (เผื่อใครคิดจะถือสัก5-10ปี)…อันนี้ ผมเชื่อส่วนตัวว่า หากหมดCycleรถรอบนี้(ราวๆ5-7ปี) เทคโนโลยี ยานยนต์น่าจะเปลี่ยนไปมาก …เผลอๆถึงขั้นเปลี่ยนค่ายรถจากจีนมาเป็นใหญ่แทน…เนื่องจากเทรนรถที่ใช้ไฟฟ้าน่าจะมา…ด้วยสมมุติฐาน เช่น จีนวางเป้าหมายจะผลิตรถยนต์ไฟฟ้าให้ได้ 500,000คันในปี55(เยอะนะครับ), แร่สำคัญๆในการผลิตแบตเตอร์รี่ก็อยู่ในจีน(รวมถึงจีนเป็นเจ้าของมากที่สุด) , กำลังการบริโภครถยนต์ก็อยู่ในจีนมากมาย, บริษัทอย่างNissanเองก็เข้าไปร่วมโครงการกับบริษัทDongfeng ด้วยบ้างแล้วเพื่อผลิตรถแวนเล็กไฟฟ้ายี่ห้อ Shuaike (อย่าลืมนะครับว่าจีนได้เทคโนโลยีรถไฟความเร็วสูงมาได้อย่างไร), จีนเองก็ต้องการนวัตกรรมเพื่อการเติบโตอย่างมีศักยภาพ(ข้อนี้ยิ่งเล่ายิ่งยาว..ขอข้าม..ใครสนใจลองดูแผนพัฒนาของจีนฉบับ12ดูครับ).. อะไรๆเหล่านี้..ทำให้ผมหวั่นใจลึกๆว่าอนาคตค่ายรถญี่ปุ่นอาจจะไม่ยิ่งใหญ่อย่างตอนนี้โดยเฉพาะบ้านเรายังไม่มีค่ายรถจีนเข้าปักฐานแบบชัดๆเลย…..เรื่องอนาคตถ้าไม่เชื่อผม ก็ลองสังเกตุดูสักนิดว่า ..โครตเซียนปรมาจารย์ นักลงทุนอย่าง คุณปู่ วอร์เรน บัฟเฟต ลงทุน10%ของบริษัทBYD Automobile ที่ผลิตรถไฮบริด ที่ชื่อว่า BYD F3DM ทำไม!!?(เสียดายจริงๆที่ผมหาบริษัทที่อิงกระแสนี้ในไทยไม่เจอ) ….น่าคิดนะครับว่า 10ปีข้างหน้าจะเป็นไง..แต่เราเอาแค่1-3ปีนี้พอแล้ว ปลอดภัยสุด ..อิอิ^_^

……………………………………………………………………………………………………….

ตั้งแต่เขียนเรื่องหุ้นมา..มีเรื่องกลุ่มบ้านที่ยาวๆหน่อยแต่ก็แยกเขียนตามใจซะมากกว่า… แล้วก็มาเรื่อง ยานยนต์นี่แหละครับที่เขียนยาวๆแต่เป็นตอนต่อเนื่องเป็นครั้งแรก…หวังว่างานเขียนเล็กๆเรื่องยานยนต์ทั้ง4ตอนนี้ จะมีประโยชน์แก่เพื่อนๆนักลงทุนบ้างนะครับ…..ซึ่งเพื่อนๆไม่จำเป็นต้องเลือกTRU เหมือนผม..และ..หากมีบางมุมมองที่ผมมองข้ามไป..หรือ ไม่รู้จักดีพอ ผมต้องขออภัยไว้ ณ.ที่นี้ด้วยครับ

สุดท้ายนี้ ต้องขอขอบคุณ เพื่อนๆในทีมทุกคน …ไม่ว่าจะเป็น การหาข่าวชนิดตามติด, หาข้อมูลเชิงลึกแบบจิกจี้, ประเมิน และ วิเคราะห์ทั้งภาพรวมของอุตสาหกรรม และ ตัวบริษัท

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านอีกครั้งครับ

โดย:โครตคนอันตรายทีม

About these ads
Share this:
Twitter
Facebook
Like this:
Like
Be the first to like this.
« ยานยนต์(ตอนที่3)ไม่แพ้..ในที่สุดก็จะเป็นผู้ชนะ »
DISCUSSION
3 Responses to “ยานยนต์(ตอนที่4)(ตอนสุดท้าย)”

TRU จงเจริญ .. kiki

POSTED BY เอ้จัง | AUGUST 2, 2011, 11:20 AM
REPLY TO THIS COMMENT

โรงงานใหม่ของไทยรุ่ง จะทำให้รายได้เพิ่มขี้น แต่กำไรจะโตถึง 30% ปี 55 ท้าทายพอสมควรนะครับ ถ้ามองเป็นรายได้โต 30% ยังพอไหว
อีกเรื่องคือ margin ขายรถ muv ไม่น่าจะสูงถึง 70% นะครับ ไม่ทราบว่าได้ตัวเลขนี้มาจากไหนครับ แล้วจำนวนยอดขายก็น่าจะห่าง 3,000 คันพอสมควร
รบกวรแชร์ข้อมูลเพิ่มเติมด้วยครับ

POSTED BY SV | AUGUST 12, 2011, 2:18 PM
REPLY TO THIS COMMENT

ขออภัย..และขอคุณครับ..Margin MUV4เท่ากับ7%ครับ(แก้ไขแล้ว)..พิมพ์ 0 ตกไปครับ…แต่ตัวเลขEPSยังคงเดิมนะครับ ลองเช็คดูครับ

เรื่อง..โรงงานใหม่ ในปี55ลองดูเพิ่มในTRUที่ผมเขียนอีกอันดูครับ…น่าจะมีความชัดมากขึ้น…ขออภัยที่เขียน ข้ามๆไปอาจจะทำให้อ่านไม่เคลียครับ

เรื่อง…ยอดรถ3000…นี่..ก็ไไม่ได้ยกลอยๆครับ ถ้าจำไม่ผิดเหมือนฟังจากรายการ รึ สัมภาษ…เพียงแต่ผมยกมาคำนวนประกอบให้ดูเป็นตัวอย่าง…เพราะความจริงต้องรอดูด้วยว่าTRU ได้กี่คันครับ..(ตอนนี้มีออกมาประมูลแล้ว1000คัน..ครับ)

ปล.อย่างไร…หากสนใจTRUรบกวนอ่านTRUอีกตอนนึงด้วยครับ…จะทำให้เห็นภาพชัดขึ้น บางรายการเราคำนวน ไม่ได้เอามารวมกับประมานการเติบโตปกติของบริษัท เพราะเป็นเหมือนโบนัสอะครับ…ได้รึไม่ได้ อาจจะไม่ใช่Pointหลักของตอนนี้…เพียงแต่อาจจะเป็นจุดซึ่งนำไปสู่อนาคตของบริษัทครับ

POSTED BY ฉี จือหลิง | SEPTEMBER 10, 2011, 9:42 AM
REPLY TO THIS COMMENT

Advertisements