มั่งคั่งแบบคนรุ่นใหม่ด้วย “หุ้น-อสังหาฯ” สไตล์ กิติชัย เตชะงามเลิศ

แนวคิดด้านการลงทุนและการใช้ชีวิตของ “กิติชัย เตชะงามเลิศ” หรือคุณกิ๊ดน่าสนใจยิ่งนัก โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ควรต้องศึกษาเรื่องราวชีวิตของหนุ่มคนนี้อย่างยิ่ง
การก่อร่างสร้างตัวของคุณกิ๊ดนับว่าไม่ธรรมดา!! จากลูกเจ้าของโรงงานเสื้อยืดที่จำเป็นต้องมารับช่วงต่อกิจการตั้งแต่วัยเยาว์ ถึงกระนั้นเขาสามารถส่งตัวเองจนเรียนจบระดับปริญญาโทได้ด้วยตัวเอง ด้วยมันสมองระดับที่สามารถเข้าเรียนภาควิชายอดนิยมตลอดกาลอย่างแพทย์ศาสตร์ได้ แต่เขากลับเลือกเดินในเส้นทางบริหารธุรกิจและทำให้บรรจบมาพบกัน “กระดานหุ้น” ในที่สุด
ชีวิตการเป็นนักลงทุนของคุณกิ๊ดก่อนจะมีพอร์ตลงทุนระดับ 500ล้านบาทในวันนี้ไม่ได้มาด้วยโชคชะตาเพราะก้าวแรกในกระดานหุ้นของเขาก็เกือบจะเริ่มต้นที่ “จุดสูงสุด” เดิมของตลาดหุ้นไทยที่ระดับ 1,784จุดในปี2537ไปแล้ว แน่นอนว่าต่อจากนั้น หุ้นไทยอยู่ในทิศทางขาลงนานหลายปี แน่นอนว่านักเล่นหุ้นทุกคนในเวลานั้นต่างบาดเจ็บสาหัส!! ไม่เว้นแม้แต่คุณกิ๊ดที่เคยเหลือเงินสดติดกระเป๋าเพียงแค่หลักล้านบาทเท่านั้น!! จากการขาดทุนโดยการใช้มาร์จินเล่นหุ้น
แต่ด้วยจิตใจที่ไม่ยอมแพ้ของคุณกิ๊ดประกอบกับนำประสบการณ์ดังกล่าวมาเป็นบทเรียน ทำให้เขาสามารถยืนหยัดอยู่ในแวดวงกระดานหุ้นได้แถมยังมีวิชาด้านการลงทุนที่แกร่งกล้ายิ่งขึ้น
สไตล์การลงทุนของกิติชัย กล่าวโดยสั้นๆได้ว่ามุ่งเน้นหาหุ้นที่มีอัตราการเติบโตสูงโดยดูจากกำไรสุทธิย้อนหลัง5ปี อยู่ในธุรกิจที่มีสภาพแวดล้อมในการแข่งขันซึ่งเกื้อหนุนต่ออุตสาหกรรม ที่สำคัญคือจะต้องมีราคาที่ “ถูก” แม้บางครั้งอาจจะมีสภาพคล่องต่ำจนไม่มีใครอยากเข้ามาเล่น แต่หลักการของเขาจะไม่สนใจหุ้นพิมพ์นิยมในตลาดฯที่หลายคนชอบเล่นแต่ต้องจ่ายค่าพรีเมี่ยมในราคาที่สูงเว่อร์เกินความจริงเด็ดขาด
หุ้นที่กล่าวได้ว่าสร้างชื่อให้กับกิติชัยเป็นที่รู้จักในวงการคือหุ้น “ไทยพาณิชย์นิวยอร์คไลฟ์ประกันชีวิต” ซึ่งในเวลาต่อมาได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น “ไทยพาณิชย์ประกันชีวิต” หรือ SCBLIF
เขาสามารถสร้างผลตอบแทนจากหุ้นตัวนี้ได้ถึง9เด้งหรือ900%!!!
ตั้งแต่หุ้นตัวนี้เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น ไม่เคยมีใครสนใจหุ้นตัวนี้เลยเพราะมีสภาพคล่องต่ำมาก มีหุ้นหมุนเวียนซื้อขายได้แค่5% แต่เขามองเห็นว่าธุรกิจประกันชีวิตคือ “สุดยอดธุรกิจ” ที่มีอัตราการเติบโตสูงจากการสนับสนุนของรัฐบาล แต่ต้นทุนดำเนินงานต่ำลงทุกปี ที่สำคัญหุ้นไทยพาณิชย์ประกันชีวิตมีอัตราการเติบโต “เลขสองหลัก” ทุกปี แม้แต่ปีที่เกิดวิกฤติการเงินโลกยังสามารถทำกำไรได้ หุ้นตัวนี้ยังเป็นตัวหลักในพอร์ตของเขาต่อไปอีกนาน
นอกจากปัจจัยพื้นฐาน เขายังให้ความสำคัญกับ “กราฟเทคนิค” แต่ไม่ใช่การเก็งกำไร จุดประสงค์เพื่อหา “เวลา” ในการ “ซื้อ-ขาย” ที่เหมาะสม จากประสบการณ์ที่ผ่านมายืนยันได้ว่า “ใช้ได้จริง”
อีกด้านหนึ่งของคุณกิ๊ดยังเป็นนักลงทุนใน “อสังหาริมทรัพย์” ตัวยง จากจุดเริ่มต้นในการเข้าไปประมูลทรัพย์มือสองของกรมบังคับคดีตั้งแต่สมัยหลังวิกฤติต้มยำกุ้ง จนกระทั่งขึ้นมาเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในตลาด ถึงขั้นถ้าหากมีงานเปิดตัวโครงการอสังหาฯชั้นนำเขาต้องเป็นแขกวีไอพีในงานดังกล่าวแน่นอน…ปัจจุบันเขามีคอนโดมิเนียมในพอร์ตกว่า50ยูนิต ทั้งซื้อเพื่อเก็งกำไรและปล่อยเช่าระยะยาว
จุดประสงค์หลักในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ของเขาคือเป็นการ “ถ่วงพอร์ต” ไม่ให้เหวี่ยงตัวแรงไปตามภาวะตลาดหุ้น แม้อสังหาริมทรัพย์จะมีสภาพคล่องต่ำซื้อขายยากกว่าหุ้นแต่มีความมั่นคงสูง มุมมองของเขาเชื่อว่าราคาคอนโดมิเนียมเมืองไทยมีแต่แนวโน้ม “ขาขึ้น” อนาคตมีโอกาสที่จะเทียบระดับ “ฮ่องกง-สิงคโปร์” ได้สบาย
การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์จึงเหมาะสมอย่างยิ่งที่คนรุ่นใหม่ต้องหันมาศึกษาเพราะมีโอกาสจะสร้าง “ความมั่งคั่ง” ได้ในระยะยาว โดยสามารถเริ่มต้นได้ด้วยเงินก้อนแรกเพียงหลัก1ล้านบาท แต่ถ้าไม่คิดอะไรมากสำหรับผู้ที่ทำงานมาได้สักระยะหนึ่ง การเป็นเจ้าของคอนโดมิเนียมถือเป็นเครื่องมือบังคับให้ “ออมเงิน” ได้อย่างดี แตกต่างจากการเป็นเจ้าของรถยนต์ซึ่งนับวันจะยิ่งมีมูลค่าน้อยลงแถมมีค่าใช้จ่ายต่อปีจำนวนมาก
เป้าหมายในการเป็นนักลงทุนของคุณกิ๊ดคือการเป็นเจ้าของพอร์ตลงทุน 1,000ล้านบาทภายในเวลาไม่เกิน5ปีข้างหน้า!!!

Advertisements