หุ้นที่นักลงทุนลงทุนกันอยู่นั้น ถ้ามองตามลักษณะคุณสมบัติหรือเรียกเล่นๆ ว่าดูโหงวเฮ้ง จะแยกออกได้เป็นหลายประเภท คล้ายๆ เมนูอาหารที่มีทั้งแนวเปรี้ยวจี๊ด เผ็ดจัดถึงใจ แล้วก็ยังมีแนวนุ่มละมุนรสเนียนๆ และแม้กระทั่งรสหวานทานแบบครึ้มอกครึ้มใจ เป็นต้น

เวลาที่เราจะทานอาหารนั้น เรามักจะเลือกทานให้ตรงกับความต้องการตอนนั้นเป็นสำคัญ และน่าจะเป็นความต้องการของเราเอง แต่ถ้าเราเลือกอาหารตามคนอื่น เช่น คนเป็นโขยงมุงอยู่หน้าร้านส้มตำยำฟ้าผ่า เราคิดว่าร้านนี้ต้องดีแน่ๆ เพราะใครๆ ก็โดดเข้าใส่ เราเลยเลือกส้มตำฟ้าผ่าบ้าง โดยลืมคิดไปว่าเราเป็นคนทานพริกไม่ได้ ผลก็คือ เหงื่อออกท่วมตัวแถมด้วยปวดท้องข้ามวันข้ามคืนรู้สึกทรมานสุดๆ

การเลือกลงทุนหุ้นก็เช่นกันครับ หุ้นมีหลายแนว โปรดเลือกให้ตรงกับความต้องการของตัวเอง ถ้าชอบเปรี้ยวเลือกเปรี้ยว ชอบเผ็ดแบบพนันได้-เสียก็เลือกเผ็ดๆ ถ้าชอบหวานๆ เรื่อยๆ ก็เลือกแนวหวานๆ

ประเภทของหุ้นแบ่งได้คร่าวๆ 7 ประเภทดังต่อไปนี้ (หุ้นบางบริษัทอาจอยู่ในหลายๆ ประเภทในเวลาเดียวกันก็อาจเป็นได้นะครับ)

1. หุ้น Blue Chip มีลักษณะดังนี้
กิจการขนาดใหญ่ ที่มีฐานะมั่นคง ผลดำเนินงานดีสม่ำเสมอ
จ่ายปันผลพอสมควรอย่างต่อเนื่อง
ในความเห็นของผม หุ้นที่เข้าข่ายแบบนี้ เช่น บ.ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) ธนาคารใหญ่ๆ เช่น ธ.กรุงเทพ ธ.กสิกรไทย ธ.ไทยพาณิชย์ ธ.กรุงไทย และหุ้นใหญ่ที่มี Brand เข้มแข็งอื่นๆ เช่น CPF ปตท. LH เป็นต้น
2. หุ้น Growth Stock มีลักษณะดังนี้
อยู่ในธุรกิจที่ยังอยู่ในช่วงของการเติบโต ตลาดยังไม่อิ่มตัว
ผลดำเนินงานเติบโตเร็วแบบต่อเนื่องทั้งยอดขายและผลกำไร
มักจะมีอัตราจ่ายปันผลต่ำเทียบกับผลกำไรที่ทำได้ (Payout Ratio)
มักจะมีราคาต่อมูลค่าทางบัญชี (P/BV) และ P/E ที่สูงมาก แต่ถ้าโชคดี คุณอาจพบในหุ้นที่ P/E ยังไม่สูงมาก
อัตราผลตอบแทนจากปันผลต่ำ ( Dividend Yield )
หุ้นที่เข้าข่ายนี้ เช่น CPALL โรงพยาบาลกรุงเทพ ถ้าเป็นบรรดาธนาคารคงต้องเลี้ยวมาดูธนาคารที่ภาพลักษณ์ดี มีจุดเปลี่ยนแปลงสร้างเกมรุก มีโอกาสขยายกำไรได้เร็ว เช่น LHBANK และแม้กระทั่งยักษ์ใหญ่ที่ลุกขึ้น เติมทีมงานเปิดเกมรุก เช่น KTB น่าจะเข้าข่าย Growth Stock ขณะนี้ได้ ส่วนธุรกิจอย่างสร้างที่อยู่อาศัย คงต้องนึกถึง PS เป็นต้น
3. หุ้นที่เป็นวัฏจักร (Cyclical stock) มีลักษณะดังนี้
อยู่ในธุรกิจที่ราคาสินค้าผันผวนขึ้นลงมากๆ ตามวัฎจักร Demand & Supply ต่างจาก Growth stock ตรงที่ธุรกิจของ Growth stock จะเติบโตเร็วอย่างต่อเนื่อง
ผลกำไรผันผวนมากๆ จุดสูงสุดและต่ำสุดในช่วงวัฏจักรต่างกันหลายเท่าตัว ช่วงต่ำสุดอาจถึงขั้นขาดทุน
ในรอบวัฏจักรหนึ่งๆ กินเวลาหลายๆ ปี (ไม่ใช่ฤดูกาลในรอบ 1 ปี)
ธุรกิจที่เป็นวัฏจักร เช่น ปิโตรเคมี, อุตสาหกรรมโลหะ, พืชผลต่างๆ, เดินเรือ, โรงกลั่นน้ำมัน ฯลฯ
4. หุ้น Value stock มีลักษณะดังนี้
อยู่ในธุรกิจที่มีผลดำเนินงานดี และมีแนวโน้มอนาคตที่ดี ไม่จำเป็นต้องเป็นธุรกิจใหญ่
ราคาหุ้นยังต่ำกว่ามูลค่าทางทฤษฎีมาก จึงมี P/E ต่ำ, P/BV ต่ำถึงปานกลาง
ในอดีตคงหาหุ้น Value Stock ได้ง่าย แต่ปัจจุบันจากการที่ตลาดหุ้นวิ่งขึ้นเตล็ดเปิดเปิง และมีนักลงทุนขุดค้นหุ้น Value กันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน น่าจะหาหุ้น P/E ต่ำกว่า 10 พร้อมๆ กับมีแนวโน้มกำไรดีต่อเนื่องอีกด้วยได้ยากขึ้น แนะนำให้เข้าดูรายละเอียดในประมาณการของสมาคมฯ ที่ชื่อ SAA Consensus อยู่ในเว็บ http://www.saa-thai.org
5. Income stock หรือที่คนไทยเรียก Dividend Stock (หุ้นปันผลสูง) มีลักษณะดังนี้
เป็นหุ้นที่มีผลตอบแทนเงินปันผลสูง ( Dividend Yield ) เน้นอีกที เงินปันผลนะครับ ไม่ใช่จ่ายปันผลเป็นหุ้นที่มีหลายๆ บริษัททำกันบ้างแล้ว
มักเป็นหุ้นกิจการที่ไม่ใหญ่มากนัก จึงไม่อยู่ในจอเรดาร์ของนักลงทุนส่วนใหญ่ ซึ่งนั่นจึงทำให้ราคาหุ้นต่ำ ผลตอบแทนปันผลจึงสูง
อาจเป็นหุ้นที่อยู่ในธุรกิจที่ไม่ได้ขยายตัวสูงมาก จึงไม่ต้องใช้เงินสดเพื่อลงทุนขยายงานต่อมากนัก จึงสามารถนำมาจ่ายปันผลได้มาก
หุ้นกลุ่มนี้ควรจะต้องจ่ายปันผลระดับสูงกว่าหุ้นกู้ระยะอายุ 5 ปีของบริษัทตัวเอง คือสักใกล้ๆ 6% ขึ้นไป และต้องไม่ใช่หุ้นธุรกิจวัฏจักรนะครับ เพราะปันผลหุ้นวัฏจักรจะไม่ยั่งยืน
หุ้นที่เข้าข่าย ได้แก่ ADVANC RATCH EGCO TISCO KK
6. Defensive stock มีลักษณะดังนี้
เป็นหุ้นที่อยู่ในธุรกิจที่ไม่ค่อยผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจ
ยามเศรษฐกิจดี ธุรกิจของ Defensive จะได้ประโยชน์น้อยกว่าหุ้นอื่น แต่ยามเศรษฐกิจแย่ ธุรกิจของ Defensive ก็ได้รับผลกระทบน้อยกว่ามาก
มักเป็นหุ้นสาธารณูปโภค เช่น ผลิตไฟฟ้า
แต่ข้อสังเกตเพิ่มเติมของผมคือ ราคาหุ้นประเทศไทยที่ผ่านมา อาจไม่สอดคล้องกับทฤษฎี เพราะช่วงวิกฤตซับไพร์ม ผมเห็นหุ้นผลิตไฟฟ้าทั้ง RATCH EGCO ก็ลงระนาว ระดับน้องๆ ของการร่วงของดัชนี SET Index เหมือนกัน แต่ก็หวังว่าอนาคตคงมีการพัฒนาการที่ดีขึ้น
7. Speculative stock (หุ้นเก็งกำไร) มีลักษณะดังนี้
เป็นหุ้นที่มีพฤติกรรมราคาสวิงสวายขึ้นลงผันผวนมาก มีสภาพคล่องของการซื้อขายเปลี่ยนมือสูง
มักเป็นหุ้นที่มีความไม่แน่นอนของธุรกิจสูง แต่มักมีข่าว (อาจเป็นข่าวจริงหรือข่าวลือ) สนับสนุนให้ผู้ลงทุนแห่เข้าซื้อขายกันอย่างคึกคัก
หุ้นประเภทนี้มีทั้งประเภทที่อยู่เป็นขาประจำ และขาจร
ขาประจำ ก็เช่น หุ้นธุรกิจ บล.ทั้งหลาย ที่มีแรงเหวี่ยงขึ้นลงแรงกว่าดัชนีตลาดเสมอๆ ส่วนหมวดที่ถูกผลัดเปลี่ยนมาใช้เก็งกำไรเป็นขาจรตามแต่กระแสของปีนั้นๆ เช่น หมวดปิโตรเคมี พลังงาน อสังหาริมทรัพย์ หุ้นที่จะถูกซื้อกิจการ จะควบรวม หุ้นพลิกตัวจากขาดทุนปีก่อนมากำไรปีนี้ และรวมความไปถึงหุ้นปั่นๆ ที่ผ่านมามีหุ้นถังแก๊ส หุ้นนำเข้ารถหรู เป็นต้น
หุ้นกลุ่มที่ 7 นี้ รับประกันความเผ็ดถึงอกถึงใจ ได้เสียมากใกล้เคียงกันแทงพนันฟุตบอล แต่ความเสี่ยงคือ บทจะเสีย ก็หายวับไปง่ายๆ 30-50% หรือ 90% แบบถังก๊าซและนำเข้ารถหรู จึงต้องวัดใจตัวเองด้วย ว่าพร้อมจะเก็งกำไรได้เสียหนักๆ แบบนี้หรือไม่
เมื่อได้จัดแบ่งประเภทเมนูหุ้นตามนี้แล้ว คุณๆ ผู้อ่านลองเลือกให้ตรงกับความต้องการ และพิจารณาหุ้นที่อยู่ในมือว่า เป็นลักษณะประเภทไหน ตรงกับความต้องการหรือไม่นะครับ

Advertisements