คอลัมน์ “รอบรู้ตลาดทุน” โดย…….มนตรี ศรไพศาล (montree4life@yahoo.com)

ผมได้เห็นหุ้นบางหุ้น มีมูลค่าตลาดสูงขึ้นจากต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท ใช้เวลาไม่ถึง 2 ปี สามารถมีมูลค่าสูงขึ้นเป็นกว่า 20,000 ล้านบาท ทั้งๆที่ กำไรจากการดำเนินการปกติดูแทบจะไม่มีอะไรเมื่อถึงเวลาแห่งการพิพากษา (Judgment Day) ภายในเวลาเพียง 7 วันทำการ หุ้นสามารถตกลงมาจากมูลค่าตลาด ประมาณ 21,000 ล้านบาท ลงมาแวะจุดต่ำสุดประมาณ 30 ล้านบาท ก่อนตีกลบขึ้นไปปิดที่ประมาณ 1,000 ล้านบาทผมเห็นแล้วเป็นห่วง อยากที่จะเสนอข้อมูลและความเห็นหลายประการ ดังนี้

1.หุ้นอภินิหารมีเป็นจำนวนน้อยในตลาดหลักทรัพย์ ประชาชนส่วนใหญ่ทั่วโลก อยากเห็นตลาดหุ้นเป็นแหล่งการลงทุนที่ดี ให้ผลตอบแทนที่ดี และไม่เสี่ยงเกินไป หลายคนจะกลัวสภาวะเช่นนี้ที่ โดยไม่ทันรู้ตัว หุ้นตกลงมามากมาย หมดเนื้อหมดตัว ผมขอบอกว่า สำหรับหุ้นส่วนใหญ่ จะไม่เป็นเช่นนั้น หุ้นที่ขึ้นลงอย่างไม่มีเหตุผล มีอย่างมากประมาณ 10-20 หุ้นจากทั้งตลาด 477 หุ้น

2.หุ้นดีๆ มีเป็นจำนวนมากในตลาดหลักทรัพย์ โดยเฉพาะเป็นจังหวะที่ดี เช่น ปตท. ปูนซิเมนต์ไทยฯ ธนาคารใหญ่ๆ แลนด์แอนด์เฮาส์ เซ็นทรัลพัฒนา แอดวานซ์ ดีแทค บ้านปู ซีพีออล (7-11) ฯลฯ มีมากมาย แม้จะตกลงมาตามสภาวะตลาด แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งจะมีแรงรับ ถึงจุดหนึ่งเราจะวางใจว่า มันแทบจะไม่มีที่จะตกต่ำลงไปกว่านี้สักเท่าไรแล้ว จึงลงทุนรอได้ รับปันผลได้ และสภาวะที่ตลาดหุ้นลงมามากๆเช่นนี้ จะเปิดโอกาสตามหลักการที่ว่า “ทุกครั้งหลังวิกฤต ย่อมมีสิทธิเกิดเศรษฐีใหม่” ซึ่งทางกิมเอ็งได้ขายดีวีดีโครงการความรู้สู่ผู้ลงทุน ชุด “ทุกครั้งหลังวิกฤต ย่อมมีสิทธิเกิดเศรษฐีใหม่” ถือเป็นเทศกาล “Amazing Thailand Grand Sales” ในงาน “Set in The City” ที่ผ่านมา โดยจะนำรายได้ไปผลิตดีวีดีเพิ่มเพื่อแจกไปตามมหาวิทยาลัยต่างๆทั่วประเทศ

3.นักลงทุนควรจะรู้จักหุ้น มากกว่าที่จะเล่นเพราะหวือหวาดี ในยุคหุ้นอภินิหาร บางกลุ่มเคยได้รับฉายาว่า “หุ้นกลุ่ม 7 ดาวเหนือ” ผมเพิ่งเข้าวงการใหม่ๆ เพื่อนก็มาชวนว่า “เจ้าภาพจะเล่น 5 ตัวนี้” ผมไม่เชื่ออยู่ 2-3 วัน แล้วหุ้นก็ขึ้นโชว์ ต่อมาผมก็จึงอยากเสี่ยงบ้าง เข้าไปซื้อ 2 ตัว สิ้นวันม้าก็เข้าเส้นชัย ปรากฏว่า 3 ตัวที่ไม่ได้ซื้อขึ้น แต่อีก 2 ตัวลง พี่บางคนสอนผมว่า เจ้าภาพมักใช้สูตร “ลากโชว์ ยังไม่เข้า ก็ลากขึ้นไป รายย่อยเข้า ก็ทุบลง รายย่อยถือ ก็กดต่ำไว้ รายย่อยขาย ก็ลากขึ้นใหม่” หากเทียบเหมือนพนัน ก็คล้ายการแทงม้า ซึ่งเจ้ามือ สามารถเลือกได้ว่าจะเอาม้าตัวไหนเข้า แต่ข่าวร้ายคือ ผมติดตามเรื่องอย่างนี้มานาน ไม่ค่อยเคยเห็น “เจ้าภาพ” ทำหุ้นเพื่อ “แจกเงิน” เลย ใครที่ทะนงตนถือว่า “ตาดีก็ได้ ตาร้ายก็เสีย” ก็ขอให้ระมัดระวังด้วย อีกครั้ง หุ้นดีๆในตลาดมีมากมาย ไม่มีอภินิหาร แต่จะขึ้นลงด้วยเหตุผล ซึ่งเราก็ศึกษา และจะฝึกคาดการณ์ได้ดีขึ้นเรื่อยๆ หุ้นดีๆหลายหุ้นก็ลงมา แต่จะไม่เห็นปรากฏการณ์ที่มูลค่าตลาดตกจาก 2 หมื่นล้านบาท มาเหลือเพียง 1 พันล้านบาทใน 7 วัน !!

4.โอกาสทอง “Amazing Thailand Grand Sales” สำหรับผู้ที่ยังไม่ลงทุนในตลาดหุ้น นักลงทุนประเทศไทยปัจจุบันมีเพียงประมาณ 1 ล้านบัญชี เป็นบัญชีที่มีการเคลื่อนไหวเพียง 2-3 แสนบัญชีเท่านั้น จากประชากร 65 ล้านคน ที่ไต้หวัน มีนักลงทุนถึง 8 ล้านคน จากประชากรเพียง 23 ล้านคน ผมเชื่อว่า เมื่อประชาชนมีความรู้ดีขึ้น ฐานะดีขึ้น ก็น่าจะมีโอกาสเข้ามาลงทุนในตลาดมากขึ้นจุดอ่อนของนักลงทุนใหม่ก็คือ หากยังเห็นคาตาว่าหุ้นตกลงมามากๆ ก็จะกลัว หลายๆคนมักจะรอจนเห็นว่า ใครๆเข้าไปลง ก็ได้กำไรบ่อยๆ อย่างกว้างขวาง จะ เชื่อ ซึ่งประมาณหลักการว่า “เห็นหุ้นขึ้นจะมั่นใจจึงได้เข้า เห็นหุ้นเน่าจนเศร้าใจจึงได้ขาย” ซึ่งหุ้นขึ้นมากแล้ว จะเผชิญความเสี่ยงที่หุ้นแพง แต่หุ้นที่ลงมาถูก แบบ Thailand Grand Sales อย่างนี้ จะเป็นการเข้ามาลงทุนที่ได้เปรียบด้านต้นทุน และช่วงนี้ก็ดีด้วยที่ไม่ต้องรีบร้อน รอเก็บวันอารมณ์ไม่ค่อยดี หรืออารมณ์ตกใจ และเมื่อขึ้นมา แล้วยังเห็นว่าเรื่องราวยังไม่จบง่ายๆ ก็ ลดพอร์ตลงไปบ้าง จะได้เก็บกำลังลงมาเก็บหุ้นตอนตกใจอีก ก็สามารถทำได้เช่นกัน

ดีวีดีชุด “ทุกครั้งหลังวิกฤต ย่อมมีสิทธิเกิดเศรษฐีใหม่” ยังได้ยกตัวอย่างโอกาสหลังวิกฤตในช่วงต่างๆในอดีต หลักการ “ลงทุนอย่างไรไม่ให้เป็นแมลงเม่า” หลักการ “ลงทุนแบบสม่ำเสมอเพื่อวัยเกษียณ (ASAM: Automatic Saving Aiming Millionaires)” การวิเคราะห์ปัจจัยต่างๆที่กระทบต่อทิศทางตลาดหุ้น และหุ้นแต่ละกลุ่ม ทางเลือกในการลงทุนในกองทุนกระจายความเสี่ยง เช่น TDEX สำหรับหุ้น SET50 ซึ่งเป็นหุ้นชั้นนำที่หลากหลายประมาณ 50 หุ้น และ ENGY ซึ่งเป็นหุ้นที่ลงในหุ้นหลายๆหุ้นในกลุ่มพลังงาน แนะนำการลงทุนผ่านอินเตอร์เน็ต และการเปิดบัญชีกับกิมเอ็ง หากท่านผู้อ่านสนใจโปรดติดต่อได้ที่ http://www.kimeng.co.th หรือ โทร 02-658-5050 “ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์” และติดต่อได้ตามสาขากิมเอ็งทุกแห่งครับ

หมายเหตุ : เนื่องจากมีความผิดพลาดเล็กน้อย จึงได้นำบทความพิเศษ โดย “ไทยทน” มาลงในคอลัมน์ “รอบด้านตลาดทุน” โดย คุณมนตรี ศรไพศาล ฉบับวันที่ 25 พฤศจิกายน จึงขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย

Advertisements