‘ทนายวิชัย’ แนะช้อป ‘ของถูก’ ยามวิกฤติ
14 ตุลาคม พ.ศ. 2551 00:13:00

วิชัย ทองแตง:”ช่วงนี้มีของดีราคาถูกอยู่เต็มตลาด แต่ก็ต้องเลือกดูดีๆ เพราะอาจมีของเน่ามั่วเข้ามาปนอยู่”

ยังมั่นใจใน ‘เพื่อนรัก’ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ พ่อมดตลาดหุ้น ‘วิชัย ทองแตง’ มองว่า ถึงช่วง ‘นาทีทอง’ แล้วที่นักลงทุนต้อง ‘ทยอยเก็บ’ ถ้าไม่กล้าซื้อตอนนี้แล้วจะกล้าซื้อตอนไหน

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : ยังมั่นใจใน ‘เพื่อนรัก’ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ พ่อมดตลาดหุ้น ‘วิชัย ทองแตง’ มองว่า ถึงช่วง ‘นาทีทอง’ แล้วที่นักลงทุนต้อง ‘ทยอยเก็บ’ ถ้าไม่กล้าซื้อตอนนี้แล้วจะกล้าซื้อตอนไหน

อาจจะมองต่างมุมกับนักวิเคราะห์หุ้นส่วนใหญ่ หรือเซียนหุ้นคนอื่นๆ แต่นักแสวงหาโอกาสเช่น ทนายวิชัย ทองแตง มีหรือจะมองอะไรด้วยอารมณ์พาไป ในบทสนทนาเหมือนๆ ทนายยังกั๊กข้อมูลอะไรบางอย่างที่แฝงไว้ซึ่งนัยความลับของ SET Index ถ้า สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ยังไม่หลุดวงโคจรไปซะก่อน (เวลาอันควร) ยังเชื่อว่า ตลาดหุ้นต้อง “ฟื้น”

เทียบกับราคาหุ้นตอนนี้ที่ “ถูกมาก” ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานของหุ้นดีๆ ส่วนใหญ่ที่ยังไม่ได้เปลี่ยน ไม่มีตัวเลขในใจว่า SET Index จะลงไปอีกแค่ไหน และจะ “รีบาวด์” ขึ้นไปได้เท่าไร ภาพทุกอย่างมัน “ลวงตา” ทนายวิชัย หลีกเลี่ยงที่จะคาดเดา เขารู้ด้วยประสบการณ์เพียงว่า “ถึงเวลาต้องซื้อหุ้นแล้ว” โดยหักลบประเด็นวิกฤติการเงินที่กำลังลุกลาม และปัจจัยการเมืองที่กำลังคุกรุ่นออกไปกับราคาหุ้นที่ปรับตัวลดลงมาอย่างไม่คิดชีวิต

ถ้าซื้อหุ้นตอนที่คนอื่นเจ๊งกันหมด ถ้า “ไม่โลภ” จนเกินไป นี่แหละ คือ โอกาส
สมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีคนที่ 26 ของประเทศไทย เป็นหนึ่งใน “เพื่อนรัก” สมัยเรียนคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาธรรมศาสตร์ รุ่นปี 2509 ความสัมพันธ์ที่สืบทอดมาอย่างยาวนานชนิดรู้ไส้รู้พุงกันเป็นอย่างดี

“คุณสมชายไม่ใช่ความหวังใหม่ของตลาดหุ้นไทย แต่ด้วยบุคลิกภาพที่นิ่มนวล ไม่เอาเปรียบใคร และตรงไปตรงมาจะช่วยสร้างให้บรรยากาศการลงทุนกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แม้วันนี้ดัชนีจะลงไปลึกมากแล้วก็ตาม”

เขามองดูหุ้นที่ร่วงลงสู่พื้นแล้วหลับตามองไปอีก 3 เดือนข้างหน้า (ตุลาคม-ธันวาคม 2551) ก่อนจะสรุปว่า ช่วงนี้แหละ (ช่วงที่ข่าวร้ายผสมโรงโหมกระหน่ำ) เหมาะที่นักลงทุนจะเข้ามา “ช้อปของถูก” เข้าพอร์ตมากที่สุด

“ช่วงนี้มีของดีราคาถูกอยู่เต็มตลาด แต่ก็ต้องเลือกดูดีๆ เพราะอาจมีของเน่ามั่วเข้ามาป่นอยู่” ทนายยังแนะนำว่า ประการแรก ให้เลือกหุ้นที่มีการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ ประการที่สอง ต้องเลือกหุ้นที่มีผลประกอบการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และสุดท้ายต้องเป็นบริษัทที่ยังมีอนาคตที่ดีอยู่

บทสรุปที่ว่ามาบรรจบอยู่ที่หุ้น 3 กลุ่มหลัก โดยเน้นไปที่ “ผู้นำ” ของกลุ่ม คือ หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ กลุ่มพลังงาน และ กลุ่มอาหาร เพราะหุ้นในกลุ่มเหล่านี้ “ต่ำกว่าพื้นฐาน” มากแล้ว

“นาทีทอง (อย่างงี้) ไม่ได้มีมาบ่อยๆ นะ ถ้าใครมีเงินเย็นก็ควรช้อนหุ้นเข้ากระเป๋า อย่างตัวผมเองก็เพิ่งเปลี่ยนใจกลับเข้าตลาดหุ้นเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ก่อนหน้านั้นหยุดซื้อขายหุ้นไปชั่วคราว แต่พอเห็นราคาหุ้นถูกมากๆ (ลากเสียงยาว) ก็อดใจไม่ได้ต้องกลับมาลงทุนอีกครั้ง หลังจากนี้บอกได้เลยว่าโอกาสที่ผมจะกลับเข้ามาเล่นหนักๆ มีความเป็นไปได้สูงมาก”

ชายวัย 61 ปี ผู้ผ่านโลกมาอย่างโชกโชน เล่าถึงวิธีการลงทุนของตัวเองว่า เมื่อก่อนกับตอนนี้ยังคงเหมือนเดิมทุกประการ โดยจะแบ่งเงินลงทุนออกเป็น 2 ส่วน คือ “เล่นสั้น” (ถือไม่เกิน 3 เดือน) สัดส่วนประมาณ 30% และ “ลงทุนระยะยาว” (ถือประมาณ 1 ปี) อีก 70%

ทนาย ยอมรับว่า ในภาวะที่ไม่ปกติของตลาดหุ้น การลงทุนลักษณะเช่นนี้ยังคงทำกำไรได้อยู่เสมอและบางครั้งเคยมีกำไรเกิน 50% ของพอร์ตลงทุน (ถ้าได้ขนาดนี้ก็เกินพอแล้ว) แต่ถ้าหากช่วงไหนที่ “ขาดสติ” และ “โลภมาก” ผลมักจะเป็นตรงกันข้าม คือ “ขาดทุน” อย่างยับเยินเช่นเดียวกัน

“ฉะนั้นใครที่บอกว่า ผมเคยได้รับผลตอบแทนจากการลงทุน 100% ขอบอกเลยว่า ข่าวโคมลอยชัดๆ ปกติจะไม่รอกำไรมากขนาดนั้นหรอก”

หุ้นที่ทนายวิชัยชอบ “เล่นสั้น” หนึ่งในนั้น ก็คือ “หุ้นการเมือง” ที่สร้างความหวือหวาได้เป็นช่วงๆ ถ้าไม่เชื่อให้จับตาดูให้ดีๆ จะเป็นหุ้นตัวใดบ้างนักลงทุน “รู้ดี” อย่าให้ชี้นำเลย จะบอกให้ว่า การเล่นหุ้นการเมือง “ขาใหญ่” จะเข้ามาลากประมาณ 2 สัปดาห์แล้ว “ออกของ” (ขายทิ้ง) ทันที โดยปกติจะเล่นกันแบบไม่มีสตอรี่อะไรมาดึงดูดใจนักลงทุนทั้งสิ้น

ด้านความช่ำชองในการปั้น “บริษัทเน่า” ทนายนักเทคโอเวอร์ ยอมรับว่า การสร้างให้บริษัทที่กำลังจะเหลือแต่ซากให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ถือเป็นความถนัดอย่างหนึ่ง อย่างตอนนี้มีอยู่ในมือแล้ว 4 บริษัท ซึ่งอยู่นอกตลาดหุ้น 3 ตัว มีแผนจะนำเข้าตลาดภายในปี 2552

ผลงานที่ผ่านมา อย่างเช่น เข้าฟื้นฟู บมจ.ประสิทธิ์พัฒนา (PYT) เจ้าของเครือโรงพยาบาลพญาไท บมจ.สยามเจเนอรัล แฟคตอริ่ง (SGF) และ บมจ.ไดโดมอน กรุ๊ป (DAIDO) เป็นต้น ซึ่งแต่ละตัวกำลังจะมีทิศทางที่ดีขึ้น

ทนาย บอกว่า หุ้น SGF คาดว่าจะสามารถกลับเข้ามาซื้อขายภายในปลายปีนี้ หุ้น DAIDO ก็เตรียมจะออกจากแผนฟื้นกิจการปลายปีนี้ และจะกลับมาซื้อขายในปีหน้า โดยจะเพิ่มแบรนด์ใหม่ๆ เข้าไป และอยู่ระหว่างหาข้อสรุปกับพันธมิตรรายใหม่

“มีคนมาเสนอให้ผมเข้าไปช่วยบริษัทแย่ๆ อีกหลายสิบตัว แต่ตอนนี้ขอทำ 4 บริษัทที่มีอยู่ในมือให้เรียบร้อยเสียก่อน จากนั้นแล้วค่อยมาว่ากันใหม่”

ถามกันตรงๆ ว่า มีเพื่อนรักเป็นถึงนายกรัฐมนตรี ส่วน “เจ๊แดง” เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ภริยานายกฯ ก็มีชื่อเสียงเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ “หุ้นร้อน” หลายตัว เลยทำให้มีคนมองว่าทนายเตรียมจะเข้ามาหาผลประโยชน์ในตลาดหุ้น (ร่วมกัน) หรือไม่

“ผมรู้จักกับท่านนายกฯ จริง เพราะเป็นเพื่อนกันมานาน 42 ปี แต่ที่ผ่านมาครอบครัวของผมไม่เคยทำธุรกิจ หรือจับมือเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ร่วมกัน ตั้งแต่รู้จักกันมาไม่เคยคุยเรื่องธุรกิจสักครั้ง มีเพียงแต่ถามสารทุกข์สุกดิบกันตามประสาเพื่อนเก่า”

ทนาย พูดตรงๆ ว่า เท่าที่รู้จักคุณสมชาย คนคนนี้ เขาไม่มีความสนใจเรื่องธุรกิจเลย ไม่เหมือนภรรยาของท่าน (เยาวภา วงศ์สวัสดิ์) ที่มีความรู้ในเรื่องธุรกิจเป็นอย่างดี ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ก็คิดว่าเคลียร์เรื่องความเกี่ยวข้องกับครอบครัวชินวัตรไปหมดแล้ว จนคิดว่าทุกคนจะเข้าใจ แต่สุดท้ายก็ต้องมาเจอคำถามเดิมๆ อีก แต่ก็ขอยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่า แม้จะรู้จักกันเป็นส่วนตัวก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องทำธุรกรรมใดๆ ร่วมกัน

“ผมเชื่อว่าท่านนายกฯ จะช่วยให้สถานการณ์ที่เลวร้ายดีขึ้นได้ เท่าที่รู้จักกันมาแทบไม่เคยเห็นท่านโกรธใคร หรือรังแกผู้ใดก่อน แต่มักจะเห็นรอยยิ้มแทนความเคร่งเครียดบนสีหน้าเสมอๆ พวกคุณไม่ต้องเชื่อผมก็ได้ แต่ขอให้รอดูแล้วจะรู้ว่าแท้จริงแล้วท่านเป็นคนอย่างไร”

Advertisements