ทฤษฏีชาวสวน ?

“ข่าวดีขาย ข่าวร้ายซื้อ” ดูเหมือนเป็นพฤติกรรมที่นักลงทุนในตลาดหุ้นพยามปรับเพื่อให้ข้ากับสถานการณ์ของตลาดหุ้นโดยมีเป้าหมายสำคัญคือ ต้องเป็นผู้ชนะในเกมการลงทุน เพราะชนะคือได้กำไร แต่หากแพ้คือ เสียเงิน เสียความรู้สึกและขาดความมั่นใจ หากได้ก็แค่ “สิว ๆ” เพราะตลาดดูเหมือนจะให้ส่วนต่างไม่มากนัก หากวัดผลกันชนิดทันใจ ส่วนจะซื้อถือชนิดข้ามคืน ตื่นมาก็มีทางเลือกไม่มาก โชคดีหน่อยดัชนีหุ้นต่างประเทศพื้นตัวแรง ๆ ราคาหุ้นอาจจะเปิดสูงให้กำไรบ้าง แต่ตรงกันข้ามหากถือแล้วรุ่งขึ้นตลาดหุ้นต่างประเทศไม่ดี ราคาหุ้นก็ “กระโดดตึก” ดิ่งลงหากขายไม่ทันก็ต้องทนจนกว่าราคาจะฟื้นขึ้นได้ และพฤติกรรมหลัง ๆ ตลาดหุ้นไทยมักจะเดินเกม “ชาวสวนŽ กับจิตวิทยาการลงทุนโดยรวมมากขึ้น ซึ่งเป็นพฤติกรรมของนักลงทุนสถาบันที่มีการใช้เครื่องมือ “ฟิวเจอร์” มาเป็นหัวหอกในการทำกำไร

ทิศทางหลักของดัชนีราคาหุ้นตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้นเริ่มมีความไม่ชัดเจนว่าตลาดเลือกทางขึ้นต่อเหมือนสัญญาณทางเทคนิค หรือแค่ “ล้อเล่น” ซ้อมลงให้นักลงทุนตกใจเล่น แล้วก็ฉวยจังหวะย้อนศร ซึ่งหากพิจารณาจากการเคลื่อนไหวของดัชนีหุ้นไทยเมื่อวันศุกร์ก็น่าจะอ่านเกมว่าตลาดหุ้นไทยจะเล่นสวนความรู้สึกของนักลงทุน หากนักลงทุนมีความกลัว หุ้นก็มักจะขึ้น เมื่อไหร่นักลงทุนกล้า และมั่นใจ ราคาหุ้นก็จะปรับตัวลง โดยไม่ให้ความสำคัญกับบรรยากาศประมาณว่า ขึ้นอยู่กับความคิดของ Market Maker ว่าเล่นหุ้นหรือเล่นฟิวเจอร์ ซึ่งพฤติตลาดหุ้นยามนี้ดูเหมือนว่าตลาดหุ้นจะตกอยู่ในกำมือของนักลงทุนรายใหญ่ ที่มีพฤติกรรมพร้อมที่จะหักเหลี่ยมย้อนศรกินรวบนักลงทุนรายย่อยได้เหมือนพฤติกรรม “ปลาใหญ่กินปลาน้อย” ที่ตีน้ำให้เกิดคลื่นเรียกปลาเล็กปลาน้อยเข้ามา หลังจากนั้นก็ กินรวบตามปกติโดยที่ไม่มีใครสามารถครหาหรือทำอะไรได้ ส่วนรายย่อยคงต้องใช้ฝีมือและความสามารถมากหน่อยจึงจะมีสิทธิกินกับเขาได้ หากไม่ใช่ก็ต้องรอให้แนวโน้มหรือภาวะตลาดเป็นใจ เพราะจะได้มีตัวช่วยบ้าง มิฉะนั้นก็กลายเป็น “ลูกไล่” อย่างเดียว

สำหรับตัวแปรที่คาดว่านักลงทุนระยะสั้นยังคงเฝ้าจับตามองยังเป็นเรื่องผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนโดยเฉพาะกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี ซึ่งความกังวลเกี่ยวกับผลประกอบการที่ขาดทุนยังคงกลายเป็น “ฝันร้าย” ของนักลงทุน เพราะหากนำมุกนี้มาเล่นเมื่อไหร่ ราคาหุ้นก็แสดงอาการอ่อนแอให้เห็น ยิ่งประโคมด้วยความเห็นนักวิเคราะห์ที่ทำนายเป้าหมายผิด ๆ ถูก ๆ เนื่องจากเรียนจบมายังไม่เคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับธุรกิจมากนักนอกจากอ่านตำราสอบมาแล้วทำงาน ฟังข้อมูลที่ผู้บริหารบริษัทใส่สีตีไข่ให้ฟัง บวกกับทักษะด้านเศรษฐศาสตร์ บัญชี เอาข้อมูลมาทำนายกลายเป็นราคาเป้าหมาย ซึ่งหากภาวะตลาดดีก็มองดีสุดกู่ หากภาวะตลาดไม่ดีก็มองร้ายสุดขั้ว แต่เมื่อเผชิญกับสภาพเป็นจริงของตลาดแล้วก็ต้องบอกว่างานนี้ไม่จืดแน่ ๆ ไม่เชื่อลองดูแล้วกัน ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เมื่อไหร่นักวิเคราะห์มองว่าดี เราต้องมองว่าร้าย เมื่อไหร่นักวิเคราะห์มองว่าร้าย อาจจะกลายเป็นดี เพราะในทางปฏิบัติแล้วนักลงทุนจะต้องประยุกต์ข้อมูลให้เข้ากับสภาพการซื้อขายที่แท้จริงจะมองในแง่ “โมเดล” นั้นอาจจะฟังดูดีแต่ทำจริงอาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิด ดังนั้นทฤษฎี “ชาวสวน” หรือมองตรงกันข้ามกับคนส่วนใหญ่ก็มักจะใช้ได้ผลเช่นกัน แต่ไม่เสมอไป เพราะเมื่อไหร่คนรู้พฤติกรรมก็จะต้องมีการปรับกลยุทธ์ เพราะต้องการชนะมากกว่าแพ้

แนวคิดหรือโมเดลทางวิชาการในการลงทุนโดยรวมนั้น เป็นเรื่องความรู้ในตำรา อ่านไว้แค่ประดับความรู้ เพราะใครเกิดเชื่อหรือปฏิบัติตาม ป่านนี้นักลงทุนในตลาดหุ้นคงไม่ติดหุ้นกันอ่วมอรทัย เพราะหากไปทบทวนพอร์ตการลงทุนและพิจารณามูลค่าเงินลงทุนตามราคาตลาดแล้ว ส่วนใหญ่ได้น้อยกว่าเสีย เพียงแต่หุ้นขนาดใหญ่นั้นอาจจะมีความรู้สึกว่าการเคลื่อนไหวของราคานั้นไม่ถูกกดดันมากเหมือนหุ้นเล็กที่นักลงทุน หรือนักเก็งกำไรต่อสู้กับรายใหญ่ หรือเจ้าของหุ้นซึ่งถือไพ่เหนือกว่าทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าเงินทุน ข้อมูลหรือ อื่น ๆ และยิ่งภายใต้ภาวะเศรษฐกิจและการเมืองแบบไทย ๆ ซึ่งแค่เข็มตกก็ตกใจขายหุ้นทิ้งกันแล้ว การลงทุนยามนี้ต้องระมัดระวัง เพราะข่าวดีถูกใช้หมดแล้ว และปกติหลังจากประกาศงบกำไรประจำปีและจ่ายเงินปันผลกันเรียบร้อยแล้ว ราคาหุ้นมักจะปรับตัวลดลง จนใกล้ สิ้นไตรมาสที่ 2 อาจจะมีหยิบยกเรื่องผลประกอบการมาเป็นประเด็นในการเก็งกำไรอีกครั้ง ดังนั้นในยามนี้ใครที่คิดว่าได้เงินปันผลจากหุ้นแล้วอาจจะได้ผลตอบแทนสูงกว่าดอกเบี้ยอาจจะต้องทบทวนหุ้นอย่าง PTTAR หรือหุ้นอื่น ๆ อีกหลาย ๆ ตัวว่าเคยมีพฤติกรรมอย่างไร และที่สำคัญผลประกอบการจะดีเหมือนอดีตหรือไม่ บริษัทไหนออกหุ้นกู้แล้วเอาเงินมาจ่ายปันผลคงต้องย้อนถามว่าพฤติกรรมเหล่านี้คืออะไร

สำหรับหุ้นที่คาดกว่าเล่นแก้เหงาในยามที่บรรยากาศการลงทุนซบเซายามนี้ที่น่าติดตามเช่น BANPU KBANK PTTAR SCB ITD เป็นต้น(Email :cnantawat@yahoo.com)

Thunhoon
Last update : 2/2/2009 10:32:36 AM

Advertisements