หุ้นอสังหาพุ่งยกแผง ขานรับลดหย่อนดบ.

ราคาหุ้นอสังหาฯ พุ่งยกแผง ขานรับมาตรการลดหย่อนดอกเบี้ยซื้อบ้านใหม่เพิ่ม 100% ขณะที่ผู้ประกอบการเชื่อช่วยเพิ่มความเชื่อมั่น และกระตุ้นกำลังซื้อปีหน้าได้ดีในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว บิ๊กแลนด์แอนด์เฮ้าส์ ประเมินกำไรปีนี้ยังโตจากอานิสงส์ ยืดภาษีธุรกิจเฉพาะ ขณะที่ควอลิตี้เผยปีหน้าเน้นทำธุรกิจระวังเหตุปัจจัยเสี่ยงเพิ่มหวังปีหน้าโตแค่ 10%

ราคาหุ้นอสังหาริมทรัพย์วานนี้ (25 ธ.ค.) ต่างพาเหรดปรับตัวเพิ่มขึ้นยกแผงขานรับมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ ประกอบด้วย หุ้นควอลิตี้เฮ้าส์ ปิดตลาดที่ 0.97 บาท บวก 0.97 บาท หรือ 5.45% เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ (ap) ปิด 2.60 บาท บวก 0.24 บาท หรือ 10.17% หุ้นแลนด์ แอนด์เฮ้าส์ ปิดที่ 3.78 บาท เพิ่มขึ้น 0.20 บาท หรือ 5.59% บริษัทแอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเม้นท์ ปิด 2.26 บาท บวก 0.22 บาท หรือ 10.78%

ส่วนบริษัทรสา พร็อพเพอรตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ ปิด 1.55 บาท บวก 0.24 บาท หรือ 18.32% และบริษัทศุภาลัย ปิดตลาด 2.04 บาท บวก 0.32 บาท หรือ 18.60%

นางสุวรรณา พุทธประสาท รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทควอลิตี้เฮ้าส์ (qh) กล่าวว่า การที่กระทรวงการคลังจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ออกมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ ให้ผู้ที่กู้ซื้อบ้านและคอนโดมิเนียมใหม่ สามารถนำภาระดอกเบี้ยเงินกู้ มาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดามากกว่า 2 แสนบาทต่อปี มองว่าเป็นผลดีจะช่วยให้เพิ่มความมั่นใจในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคได้ดีขึ้น ช่วยเหลือผู้ประกอบการในภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัว โดยบริษัทที่ขายบ้านระดับกลางถึงระดับสูง จะได้รับประโยชน์มาก เพราะปัจจุบันผู้กู้ซื้อบ้านสามารถหักลดหย่อนได้ 1 แสนบาท ซึ่งหากลดหย่อนเกิน 2 แสนบาท จะครอบคลุมการซื้อบ้านในราคา 5-8 ล้านบาท

ส่วนแผนธุรกิจของบริษัทปีหน้านั้นจะเป็นไปด้วยความระมัดระวัง เพราะประเมินว่าเศรษฐกิจทั่วโลกจะถดถอยรุนแรง ซึ่งกระทบกับกำลังซื้อของผู้บริโภคและตลาดอสังหาฯ ซึ่งอ่อนไหวต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ โดยคณะผู้บริหารอยู่ระหว่างประชุมหารือกลยุทธ์เพื่อรองรับภาวะวิกฤติดังกล่าว ซึ่งหากสภาพคล่องหรือกำลังซื้อของลูกค้าลดลงมาก ก็อาจจะปรับราคาเพื่อให้สามารถแข่งขันได้ และอาจหยุดการซื้อที่ดินใหม่ เน้นดูแลกระแสเงินสด ส่วนเป้ารายได้ตั้งไว้แบบอนุรักษนิยมที่ระดับใกล้เคียงกับปีนี้ คือ ขยายตัวประมาณ 10%

สำหรับความคืบหน้าโครงการคิวเฮาส์คอนโดหลังสวนและสาทร คาดว่าจะก่อสร้างเสร็จได้ประมาณ 60% ในช่วงกำหนดการเปิดขายเดิม ปลายปี 2552

อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการลดความเสี่ยง ทางบริษัทจะสำรวจความต้องการซื้อหรือดีมานด์ในคอนโดดังกล่าวของกลุ่มลูกค้าก่อนจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ซึ่งหากผลตอบรับไม่ดีเท่าที่ควรอาจจะเลื่อนเปิดตัวออกไปเป็นปี 2553

ด้านนายอดิศร ธนนันท์นราพล กรรมการ บริษัทแลนด์แอนด์เฮ้าส์ (lh) มาตรการกระตุ้นอสังหาฯ เป็นผลดีในแง่ของการช่วยลดต้นทุนซื้อโครงการระดับกลางราคา 3-4 ล้านบาท ส่วนของบริษัทแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ สร้างบ้านก่อนขาย ก็ได้รับประโยชน์ในทางที่ดี เพราะว่าลูกค้าที่สนใจโครงการจะตัดสินใจซื้อได้เร็วขึ้น ซึ่งน่าจะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อในปี 2552 ได้บ้าง

แผนปีหน้าบริษัทจะเปิดโครงการใหม่อีก 11 โครงการ มูลค่า 1.6 หมื่นล้านบาท โดยแบ่งเป็น บ้านเดี่ยว 7 โครงการ ทาวน์เฮ้าส์ 4 โครงการ และคอนโดมิเนียมอีก 1 โครงการ ซึ่งมีราคาเฉลี่ยต่อโครงการประมาณ 5 ล้านบาท

“ยอมรับว่ายอดขายในปีนี้อาจต่ำกว่าเป้า 2.1 หมื่นล้านบาท จากปีก่อนที่ทำได้ 1.98 หมื่นล้านบาท เพราะได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ส่วนกำไร คาดว่าน่าจะเติบโตกว่าปีก่อนที่ทำได้ 3.15 พันล้านบาท เนื่องจากได้รับผลดีจากผลประโยชน์ในแง่ของมาตรการภาษีเฉพาะในส่วนของภาคอสังหาริมทรัพย์ หนุนให้ลูกค้าเกิดแรงจูงใจในการเข้าซื้อโครงการมากขึ้น”นายอดิศรกล่าว

นายสุริยน พูลวรลักษณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ (mjd) กล่าวว่ามาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ส่วนตัวมองว่า ไม่น่าส่งผลต่อธุรกิจของบริษัทมากนัก เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มมีรายได้สูง แต่จะเป็นประโยชน์ด้านจิตวิทยาต่อลูกค้าที่จะมีเงินมากขึ้น โดยโครงการคอนโดมิเนียมของบริษัทมีราคาระดับ 3-20 ล้านบาท

เขากล่าวว่าแนวโน้มธุรกิจในปีหน้า รายได้จะเติบโตต่อเนื่องจากปีนี้ เนื่องจากปัจจัยการเมืองในประเทศที่เริ่มดีขึ้น ประกอบปัญหาเศรษฐกิจในปีหน้าน่าจะมีแนวโน้มคลี่คลายลง สำหรับแผนการเปิดโครงการใหม่ ในปีหน้าคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในเดือนมกราคม ซึ่งขณะนี้มีที่ดินจำนวน 2-3 แปลงที่จะรองรับโครงการใหม่ในปีหน้าโดยที่ดินส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ

ไทยพาณิชย์ชี้ช่วยผู้ประกอบการและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง

ด้านนางกรรณิกา ชลิตอาภรณ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารไทยพาณิชย์ ระบุถึงมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ถือเป็นมาตรการที่ดีและมาถูกต้องในขณะนี้ เนื่องจากมาตรการดังกล่าว จะช่วยให้ธุรกิจอสังหาฯ ขยายตัวได้ต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นภาคธุรกิจสำคัญในระบบเศรษฐกิจไทย เนื่องจากช่วยสร้างงานเยอะมาก และช่วยให้ธุรกิจอื่น ๆ ได้รับอานิสงส์ไปด้วย อย่างไรก็ตามในขณะนี้ มาตรการดังกล่าวยังไม่ประกาศรายละเอียดที่ชัดเจนว่าจะมีผลรวมไปถึงลูกค้าสินเชื่อเก่าด้วยหรือไม่

กรุงเทพธุรกิจ

Advertisements