อนาคตหุ้น CEN กับ ‘แขก’ ที่ (ไม่) ได้รับเชิญ

ภาพลักษณ์ใหม่ CEN ภายใต้กลยุทธ์ Spin Off บริษัทในเครือเข้าตลาดหุ้น พยายามล้างภาพ ‘หุ้นปั่น’ แต่กลับมี ‘เซียนหุ้น’ (ร้อน) ขอแวะมาร่วมทาง

วุฒิชัย ลีนะบรรจง แม่ทัพใหญ่แห่ง บมจ.แคปปิทอล เอ็นจิเนียริ่ง เน็ตเวิร์ค (CEN) ยืนยันถึงเวลา “เทิร์นอะราวด์” หลังจากที่ได้ปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานและการบริหารอย่างลงตัว แผนงานจากนี้จะใช้ 4 บริษัทในเครือเป็นหัวจักรขับเคลื่อน บนเป้าหมายรายได้ปีนี้ เติบโต 15% ทะลุ 2,000 ล้านบาท

ถึงกระนั้น บมจ.แคปปิทอล เอ็นจิเนียริ่ง แท้จริงก็คือ “ขวดเก่า-เหล้าใหม่” เดิมคือ บมจ.อีสเทิร์นไวร์ (EWC) เป็นของกลุ่มสุริยา ลาภวิสุทธิสิน (เจ้าของปิคนิค) ซึ่งถูกนักลงทุนตั้งข้อสังเกตมาตลอดว่าเป็น “หุ้นปั่น” เป็นหุ้น “พื้นฐานไม่ดี” การเปลี่ยนผ่านมาสู่มือ “เสี่ยขุน” ชนะชัย ลีนะบรรจง” เจ้าของ บมจ.อีเอ็มซี (EMC) ที่ดึงน้องชายในสายเลือด “เสี่ยก๊อง” วุฒิชัย ลีนะบรรจง เข้ามาคุมบังเหียน มีความตั้งใจจะ “ล้างภาพ” หุ้นปั่นให้หมดสิ้น

แต่ทว่าการฟอร์มตัวของหุ้น CEN ที่ดีขึ้น และการโหมโรงอย่างเอิกเกริกของตระกูลลีนะบรรจง ที่บอกว่าปีนี้จะ “เทิร์นอะราวด์” ประกาศจ่ายปันผลครั้งแรกในรอบ 10 ปี ในอัตราหุ้นละ 0.05 บาท เริ่มดึงดูดนักเก็งกำไรน้อยใหญ่เพิ่มมากขึ้น และหนึ่งในนั้นก็คือ โกมล จึงรุ่งเรืองกิจ เซียนหุ้นร้อนระดับแถวหน้าของเมืองไทย ที่เข้ามาเก็บหุ้นเพิ่มอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งราวปี 2549-2551 โกมล ก็คือ ผู้ถือหุ้นใหญ่ EWC มาก่อน แต่ฟื้นฟูกิจการไม่สำเร็จจึงถอนตัวออกไป

โครงสร้างผู้ถือหุ้น CEN ณ 15 มกราคม 2553 โกมลถือหุ้น 4.49% และทยอยสะสมหุ้น CEN-W2 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 21.40% ข่าวร้อนต่อมาบริษัทมีการเจรจากับ “เสี่ยโต้ง” กมล เอี้ยวศิวิกูล เจ้าพ่อไมด้า แอสเซ็ท เพื่อเข้าซื้อกิจการ บมจ.เจนเนอรัล เอนจิเนียริ่ง (GEN) ที่กิจการกำลังย่ำแย่

วุฒิชัย ลีนะบรรจง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.แคปปิทอล เอ็นจิเนียริ่ง เน็ตเวิร์ค ยืนยันกับกรุงเทพธุรกิจ BizWeek ว่า ส่วนตัวไม่เคยรู้จักกับ โกมล จึงรุ่งเรืองกิจ และไม่ได้เชื้อเชิญให้เข้ามาซื้อหุ้น CEN ด้วย เขา (โกมล) เป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ การที่มาลงทุนหุ้นเราน่าจะเป็นเพราะเห็นอนาคตของบริษัท ส่วนตัวก็ต้องขอบคุณเขาด้วยที่เห็นความตั้งใจของเรา

สำหรับข้อสังเกตที่มาร์เก็ตแคปเติบโตขึ้น (ราคาหุ้นเพิ่มขึ้น) สวนทางกับรายได้และกำไรสุทธิที่ลดลงเมื่อปีที่แล้ว เป็นเพราะว่าราคาหุ้น CEN ในปัจจุบันน่าจะเริ่มสะท้อนความเป็นจริงมากขึ้น เมื่อสองปีก่อน P/BV ยังอยู่ที่ 0.40 เท่าแต่ตอนนี้ขึ้นมาอยู่ที่ 0.72 เท่าแล้ว

“ผมคิดว่านักลงทุนน่าจะเห็นแล้วว่าพื้นฐานของเราเริ่มแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับเพิ่งจ่ายปันผลเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปีด้วย ความเชื่อมั่นจึงกลับมา”

ประเด็นเรื่องการนำกระแสเงินสดของบริษัทไปลงทุนในหุ้นเก็งกำไรซึ่งมีความเสี่ยง วุฒิชัย ชี้แจงว่า ตอนนี้บริษัทปรับพอร์ตใหม่แล้วจากเดิมลงทุนหุ้นกลุ่มก่อสร้าง เช่น PLE หรือ EMC ของพี่ชาย ตอนนี้เปลี่ยนมาลงทุนหุ้นพื้นฐานแล้ว เช่น SCB, KBANK, PTT ปัจจุบันมีวงเงินลงทุน 100 ล้านบาท มีคนดูแลพอร์ตโดยเฉพาะและมีนโยบายเน้นลงทุนระยะยาว จะขายเมื่อไร..? คงดูจังหวะเป็นหลักว่าช่วงไหนขายแล้วได้กำไรก็จะขาย ปีที่แล้วสามารถสร้างผลตอบแทนจากพอร์ตหุ้นได้ 20% ปีนี้ ยังไม่กำหนดเป้าผลตอบแทน แต่จะรักษาพอร์ตให้อยู่ระดับนี้คงไม่ใส่เงินเพิ่มอีก

“ตอนนี้เรามุ่งมั่นทำงานจริงๆ นับจากนี้นักลงทุนคงเห็นพื้นฐานของเราจริงๆ ส่วนแผนธุรกิจของ CEN ในปีนี้ รายได้รวมน่าจะแตะระดับ 2,000 ล้านบาท หรือโตขึ้น 15% การเติบโตหลักจะมาจากโครงการไทยเข้มแข็ง จะส่งผลต่อธุรกิจด้านวิศวกรรมของบริษัทจะมีการเติบโตตามการลงทุนของภาครัฐและเอกชน”

วุฒิชัย ยืนยันว่า ปีนี้จะเป็นปีที่ดีของบริษัท โดยได้รับแรงหนุนจากบริษัทย่อยทั้ง 3 แห่ง คือ บมจ.เอื้อวิทยา จำกัด บริษัท ระยองไวร์ อินดัสตรีส์ จำกัด และ บริษัท เอ็นเนซอล จำกัด ซึ่งการดำเนินธุรกิจมีแนวโน้มที่ดีขึ้น เอื้อวิทยาตอนนี้มีงานค้างอยู่ในมือ 600 ล้านบาท เป็นงานเสาไฟฟ้าแรงสูง 400 ล้านบาท ถ้าปีนี้มี 3จี เกิดขึ้นน่าจะเป็นปัจจัยบวกต่อบริษัท เพราะผู้ให้บริการมือถือทุกรายจะต้องลงทุนเสาเหล็ก ส่วนแผนที่จะนำบมจ.เอื้อวิทยา เข้าตลาดหลักทรัพย์ mai ตอนนี้ยื่นไฟลิ่งกับก.ล.ต.ไปแล้ว คาดว่าจะเข้าประมาณสิ้นปีนี้ โดยแต่งตั้งบล.คันทรี่ กรุ๊ป เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ปีที่แล้วบริษัทมียอดขาย 730 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 20 ล้านบาท

สำหรับบริษัท ระยองไวร์ อินดัสตรีส์ จำกัด ปีนี้ตั้งเป้ายอดขาย 820 ล้านบาท ปีก่อนมีรายได้ 689 ล้านบาท ตั้งเป้าเติบโต 20% สูงกว่าอุตสาหกรรมเหล็กที่ปีนี้คาดว่าจะโต 15% มั่นใจว่าปีนี้ พลิกมีกำไรแน่นอน ขณะที่ครึ่งแรกของปี 2552 ขาดทุนจาก Stock Loss ตัวนี้ก็มีแผนที่จะเข้าตลาด mai เหมือนกัน โดยแต่งตั้งบล.เคที ซีมิโก้ เป็นที่ปรึกษา

ส่วนบริษัท เอ็นเนซอล จำกัด ปีนี้คาดว่าจะมีรายได้เติบโต 10% ขณะนี้กำลังยื่นประมูลติดตั้งเครื่องจักรผลิตไฟฟ้าและลมร้อนให้กับเครือซิเมนต์ไทย ส่วนแผนระยะยาวอยู่ระหว่างศึกษาธุรกิจพลังงานทดแทนประเภทอื่นๆ เช่น โซลาร์เซลล์ และกังหันลม โดยจะขายไฟฟ้าให้กฟผ. คาดว่าจะใช้งบลงทุนทั้งหมด 250 ล้านบาท

นอกจาก สามบริษัทในเครือดังกล่าวแล้ว วุฒิชัย บอกว่า บริษัทกำลังมองหาธุรกิจที่มีอนาคตเข้ามาสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว เร็วๆ นี้ได้เข้าลงทุนใน บริษัท ซีอีเอ็น-ไอเอ็มซี จำกัด ดำเนินกิจการขุดเจาะอุโมงค์ใต้ดินและงานก่อสร้าง Power Plant โดยเป็นการจับมือร่วมกับพันธมิตรจากเกาหลี เชื่อว่าจะได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าตั้งแต่ปีแรกที่ลงทุน ตอนนี้ก็มีงานในมือแล้วมูลค่าประมาณ 50 ล้านบาท สามารถรับรู้รายได้ภายในปีนี้ ส่วนปี 2554 คาดว่ารายได้จะเติบโตแบบก้าวกระโดด

วุฒิชัย เผยเป้าหมายในใจว่าภายใน 5 ปีข้างหน้า (ปี 2557) บริษัทอยากมีงานประมูลให้ถึง 10,000 ล้านบาท และแผนงานในอนาคตจะต้องนำบริษัทลูกเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นทั้งหมด มองว่ากลยุทธ์การ Spin Off (สลัดออก) จะช่วยให้บริษัทในเครือสามารถเติบโตได้ด้วยตัวเอง ทั้งยังระดมทุนจากตลาดหุ้นซึ่งมีต้นทุนที่ต่ำกว่า และได้ความน่าเชื่อถือจากภายนอกด้วย โดย CEN ยังถือหุ้นรายใหญ่ 60-70% เอาไว้

สำหรับตัว CEN บทบาท คือ “โฮลดิ้ง คอมปะนี” ยังเน้นการลงทุนในบริษัทใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานวิศวกรรมและธุรกิจเดิม มูลค่าการลงทุนตั้งแต่ 200-500 ล้านบาท ข้อสำคัญต้องรับรู้กำไรได้ภายในสามปี

“สำหรับในปีนี้ ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีของบริษัท ขอให้นักลงทุนจับตาความตั้งใจของเรา เพื่อเป็นบริษัทเติบโตที่ดีในอนาคต” วุฒิชัย พยายามย้ำจุดยืน

Advertisements