10 หุ้น 10 เหตุผล
คลังกระสุน-ทุนการเมือง
(บทความเมื่อปี 2547)

ในสนามการเมือง สมการทางคณิตศาสตร์ 400 เสียง ในสภาผู้แทนราษฎรย่อมเท่ากับการ ‘ผูกขาด’ (Monopoly) แบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ฝ่ายค้านหมดสิทธิ ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจฝ่ายรัฐบาล

แต่ในเกมแห่งชัยชนะ ‘คลังกระสุน’ สำคัญที่สุดในแง่ของการบรรลุเป้าหมาย เมื่อผสานกับนโยบาย ‘ปูพรม’ ลงสู่รากหญ้า และการควบคุมกลไกรัฐทั้งหมดไว้ในอุ้งมือ ย่อมทำให้ฝ่ายรัฐบาลอยู่ในฐานะได้เปรียบฝ่ายตรงข้าม

วิธีการสร้างกระแสเงินสดมาต่อทุนทางการเมือง ‘ตลาดหุ้น’ มักเป็นแหล่งระดมทุนสำคัญที่ต้องจับตามองมากที่สุด และนั่นคือเหตุผลที่น่ารับฟังว่าในอีกไม่ช้าจะได้เห็นภาวะ ‘หุ้นบูม’ อีกรอบก่อนการเลือกตั้งใหญ่ในต้นปีหน้า (2548)

และ ‘หุ้นการเมือง’ ประเภทมีเจ้ามีศาลเป็นกลุ่มเป้าหมายแรกของการ ‘เล่นรอบ’

หุ้นตัวแรกที่เริ่มมีความเคลื่อนไหวหลังจากราคาหุ้นสงบนิ่งมานาน คือ หุ้นปตท.(PTT) มีความพยายามจะรวมกิจการภายในเครือข่ายเพื่อเพิ่มมูลค่าหุ้นระลอกใหม่ ด้วยกลยุทธ์ M&A (ควบรวมกิจการ) เป็น ‘เชื้อไฟ’ ให้หุ้นปตท.เป็นเป้าหมายถูกหยิบยกขึ้นมา ‘เล่นรอบ’ อีกครั้ง

ปตท.เป็นหุ้นที่กลุ่มทุนการเมืองสนใจมากที่สุดตัวหนึ่งตั้งแต่เข้ามาจดทะเบียนในตลาดหุ้น ไต่ราคาจาก 35 บาทขึ้นมาสูงถึง 190 บาท ด้วยเหตุผลเป็นหุ้นบลูชิพที่กองทุนเล่น มีความเสี่ยงต่ำจากภาวะ ‘ขาขึ้น’ ของราคาพลังงาน มีรัฐบาลทำหน้าที่เป็น Market Maker ดูแลหุ้นผ่านกองทุนรวมวายุภักษ์

ที่สำคัญหุ้นตัวนี้เคยเป็นหุ้นที่ ‘อื้อฉาว’ ที่สุดตอนกระจายหุ้นก่อนเข้าตลาด เพราะมีเครือญาตินักการเมืองได้รับจัดสรรค่อนข้างมาก

ประเด็นร้อนของหุ้นตัวนี้ล่าสุดปตท. กำลังเดินแผนควบรวมกิจการระหว่างบริษัทในเครือ 2 แห่ง คือ NPC และ TOC รวมถึงข่าวการร่วมมือกับ SCC ไปซื้อโรงงานปิโตรเคมี ในเครือ ธ.กรุงเทพมาต่อยอดธุรกิจของ TOC

รวมไปถึงมีข่าวลือปล่อยออกมาเป็นระยะๆ ว่า PTT จะควบรวมกับ PTTEP ให้เหลือเพียงบริษัทเดียว ต้องการขับเคลื่อน ‘กำไร’ และ ‘ลดต้นทุน’ ด้านการบริหารในระยะยาว

ราคาพื้นฐานของหุ้นปตท.ถูกประเมินใหม่ที่ราคา 210-220 บาท จับตาขบวนการปลุก ‘ยักษ์’ หุ้น PTT ที่กำลังหลับใหลให้ตื่นขึ้นมาก่อนการเลือกตั้งอีกรอบ

กลุ่มอุตสาหกรรมที่จะถูกนำกลับมา ‘เล่น’ ระลอกใหม่ค่อนข้างแน่ คือ ‘หุ้นสื่อสาร’ เล่นข่าวเก่า ‘แปรสัญญาสัมปทาน’ ที่เริ่มเข้มข้น เป็นไปได้สูงว่ากำลังจะถูก ‘สอดไส้’ ก่อนการเลือกตั้งต้นปี 2548

จะ ‘ปั่น’ หุ้นสื่อสารต้องเล่นข่าวนี้ บวกกับข่าวใหม่การ ‘จับขั้ว’ พันธมิตรค่าย ‘ชินคอร์ป’ กับค่าย ‘ซีพี’ และ ‘ทีทีแอนด์ที’ จับคู่กับ ‘ทศท.’ ก่อนเข็นเข้าตลาดหุ้น

นักวิเคราะห์ตั้งสมมติฐานว่าไม่ว่ากทช. จะเกิดทันหรือไม่ กระทรวงไอซีทีก็อาจตัดสินใจประกาศใช้อัตราค่าเชื่อมโยงโครงข่ายระหว่างผู้ประกอบการ (Interconnection Charge) ใหม่ ซึ่งจะทำให้ บริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ ADVANC ได้รับประโยชน์สูงสุด จากเหตุผลมีปริมาณข้อมูลวิ่งในระบบมากที่สุด มีขนาดโครงข่ายใหญ่ที่สุด และมีจำนวนผู้ใช้บริการมากที่สุด

ส่วนผู้ประกอบการภายใต้สัมปทานของ กสท ที่จ่ายค่าเชื่อมโครงข่ายให้กับ ทศท 200 บาทต่อเลขหมาย ได้แก่ TAC TAO และ DPC (ถือหุ้นใหญ่โดย ADVANC) มีสิทธิได้รับการยกเว้นทั้งจำนวนทันทีที่นำ Interconnection Charge ใหม่มาใช้ เพราะฉะนั้น UCOM และ TRUE ก็จะได้รับประโยชน์ไปด้วย

แต่ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์เต็มๆ มากที่สุดทุกประตูยังคงเป็น ADVANC ที่รับ ‘ทุกเด้ง’

ด้วยเหตุผลนี้หุ้นกลุ่ม ‘ชินคอร์ป’ (SHIN) เป็นอีกปรากฏการณ์ที่จะต้อง ‘กลับมา’ ค่อนข้างแน่ แต่เป้าหมายอาจไม่ใช่ ADVANC ที่ราคาหุ้นค่อนข้างเต็มเพดานแล้ว ถ้าพลิกดูรายงานของ ก.ล.ต.พบผู้บริหาร ADVANC สายชินวัตรระบายหุ้นออกอย่างต่อเนื่อง

โฟกัสจึงอยู่ที่ 4 หุ้นในกลุ่มที่จะถูกดึงขึ้นมาเล่น นั่นคือ SHIN SATTEL ITV และ CSL ขณะที่ SC ไม่โดดเด่นในแง่ภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

ล่าสุด ‘ชินคอร์ป’ กำลังโหมข่าวการลงทุนของ SHIN ภายใต้รูปแบบ M&A (ควบรวมกิจการ) โดยเปิดแถลงข่าวใหญ่ในงานสัมมนา ‘Towards Knowledge-Based Society’ ระบุว่าเตรียมหน้าตักไว้แล้ว 1,000 ล้านบาท โดยพุ่งเป้าไปที่ ‘Service Sector’

ถ้าย้อนดูจิ๊กซอว์ที่ ‘บุญคลี ปลั่งศิริ’ ซีอีโอชินคอร์ปกำลังต่อ นี่คือวิธีการเดียวกับเมื่อปีที่แล้ว ‘ชินคอร์ป’ เข้าไปลงทุนในธุรกิจสายการบินต้นทุนต่ำ และ ธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล และแล้วราคาหุ้น SHIN ก็ถูกเชื่อมโยงกับ ‘ข่าว’ การลงทุนอย่างกลมกลืน

ส่วนหุ้น SATTEL เริ่มถูกนำกลับมาเล่นแล้ว ภายหลังรัฐบาลไปเซ็น FTA (เขตการค้าเสรี) กับประเทศออสเตรเลีย โดยคาดว่าถ้ายิงดาวเทียมไอพีสตาร์(ดวงใหม่)ในไตรมาส 3 หรือต้นไตรมาส 4 ปีนี้เพื่อรองรับบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง(บรอดแบนด์) รายได้และกำไรของ SATTELจะเติบโตก้าวกระโดดในปี 2548 เป็นหุ้นอีกตัวที่มีเรื่องราวให้เล่น

ความลับอยู่ตรงที่ ‘ไอพีสตาร์’ ยังใช้ขยายบริการโทรศัพท์พื้นฐาน และโทรศัพท์เคลื่อนที่ จะทำให้การลงทุนของผู้ให้บริการเครือข่าย ‘ถูกกว่า’ การขยายเครือข่ายภาคพื้นดินถึง 7 เท่า

นักวิเคราะห์บอกว่ามีความเป็นไปได้ที่ SHIN อาจจะตัดสินใจร่วมหอลงโรงกับ TRUE ที่มีประสบการณ์โทรศัพท์พื้นฐานออกไปร่วมลงทุนกับ ‘เจ้าถิ่น’ 1 ใน 3 ราย ขยายบริการโทรศัพท์พื้นฐาน หรือโทรศัพท์เคลื่อนที่ในออสเตรเลียตามที่ FTA เปิดช่องไว้ ซึ่งเป็นประเด็นร้อนที่อาจทำให้หุ้นทั้ง 2 ตัวนี้ถูกดึงกลับมาเล่นรอบใหม่

ทางด้านหุ้น ITV เริ่มน่าสนใจเมื่อพลิกจากขาดทุนกลับมาทำ ‘กำไร’ ได้เป็นครั้งแรก ผลพวงจากค่าสัมปทานที่ปรับลดลงเหลือ 230 ล้านบาทต่อปี จาก 950 ล้านบาทต่อปี ในด้านพื้นฐานราคาหุ้น ITV ค่อนข้าง ‘เต็มเพดาน’ แต่เป็นหุ้นที่อาจถูก ‘จุดพลุ’ ขึ้นมา ‘เล่นรอบ’ เพราะเชื่อในศักดิ์ศรีเจ้าของหุ้น

ITV เป็นหุ้นที่นักการเมืองชื่นชอบมากอีกตัวหนึ่ง พลิกดูรายชื่อย้อนหลังพบว่า ประยุทธ มหากิจศิริ รองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย เคยถือหุ้นตัวนี้มากถึง 6.4 ล้านหุ้น ขณะที่ทวีฉัตร จุฬางกูร หลานชายนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เลขาธิการพรรคไทยรักไทย เคยถือมากถึง 9.5 ล้านหุ้น ติด 1 ใน 5 ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ และทำกำไรจำนวนมากกับหุ้นตัวนี้

เทคนิคที่ร่ำลือกันของหุ้นตัว ITV ก็คือ ลากราคาขึ้นไปแล้วทำ Short Sell ขายราคา ‘แพง’ มารอรับราคา ‘ต่ำ’

หุ้นนักการเมืองอีกตัวที่ค่อนข้างหวือหวา คือ หุ้นจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล(JAS) ของนายอดิศัย โพธารามิก ขณะนี้อยู่ระหว่างบริหารแผนฟื้นฟูกิจการโดย บริษัท แจ้งวัฒนะแพลนเนอร์ วอลุ่ม 2-3 อาทิตย์นี้เริ่ม ‘หนาแน่น’ จนผิดหูผิดตาแบบมีคนกำลังเก็บสะสม

เวลา JAS ถูกดึงขึ้นมาเล่นรอบจะเคียงคู่มากับคู่แฝด TT&T (JAS ถือหุ้น 28.18%) ถ้าข่าว ‘แปรสัญญาสัมปทาน’ ถูกนำมาพูดถึงเมื่อไร หุ้น 2 ตัวนี้จะต้องถูกนำขึ้นมา ‘ปั่น’ ทุกครั้ง จนกลายเป็น ‘สูตรสำเร็จ’

แต่ทั้ง JAS และ TT&T ไม่ใช่หุ้นที่น่าสนใจในแง่ของปัจจัยพื้นฐาน

ความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองที่สุดอยู่ที่ JAS-W และ JAS-W2 วอร์แรนท์ทั้ง 2 ตัวนี้ ผู้ถือหุ้นเดิมได้มา ‘ฟรี’ แบบไม่มีต้นทุน รวมถึงกลยุทธ์’แตกลูก’ออกวอร์แรนท์ให้พนักงาน แล้วนำ’หุ้นแม่’มาขายในตลาด คือเทคนิคการทำ’กำไร’เข้ากระเป๋าแบบไม่มีความเสี่ยง….ไปค้นหาคำตอบได้ในรายงาน 59-2 ของก.ล.ต.จะเห็นชัด

มาถึงพี่ใหญ่ในวงการก่อสร้าง หุ้นอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์(ITD) เป็นบริษัทที่ได้รับประโยชน์จากโครงการก่อสร้างของภาครัฐมากที่สุด และเป็นหุ้นที่มีวอลุ่มการซื้อขายหนาแน่นติดอันดับท็อปเท็นเกือบทุกวัน

ITD เป็นหุ้น ‘การเมือง’ ตั้งแต่ต้นปี 2547 จนถึงปัจจุบันกวาดเรียบงานประมูลได้แล้วประมาณ 40,700 ล้านบาท มีงานในมือทั้งหมดประมาณ 70,000 ล้านบาท ยังมีโครงการรอเก็บเกี่ยวทั้งบ้าน ‘เอื้ออาทร’ และสนามบิน ‘สุวรรณภูมิ’ อีกมาก นักวิเคราะห์บอกว่าหุ้นตัวนี้ ‘กำไร’ จะโตมากในปี 2548

เหตุการณ์ที่ทำให้หุ้น ITD สะดุดเป็นเพราะต้นทุนวัสดุก่อสร้างสูงขึ้น กดดันให้ความสามารถในการทำกำไรลดลง แต่ที่โดนเต็มๆ คือ หุ้น STECON ที่ก่อนหน้านี้ไป ‘ตุน’ เหล็กราคาแพงไว้มากกว่าทุกค่าย

นักวิเคราะห์ประเมินราคา ITD ปีนี้ไว้ที่ 12 บาท แนะให้ทยอยสะสม ส่วน STECON บอก ‘เหนื่อย

หุ้นที่มีเจ้ามีศาลอีก 2 ตัวที่หลายคนบอกว่า ‘มาแน่’ คือหุ้นเอ็มลิ้งค์ เอเซีย คอร์ปอเรชั่น(MLINK) ของกลุ่ม ‘วงศ์สวัสดิ์’ และหุ้นไทยฟิล์มอินดัสตรี(TFI)ของรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ‘ประยุทธ มหากิจศิริ’

โดยเฉพาะเจ้าพ่อ ‘เนสกาแฟ’ เป็นนักเล่นหุ้นรายใหญ่ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมากทุกรูปแบบ หุ้น TFI เล่นเป็นรอบพื้นฐานไม่โดดเด่น แต่เจ้ามือ ‘ใจถึง’ รอบที่แล้วลากราคาขึ้นไป 1.68 บาทแล้วทุบลงมาเหลือ 0.55 บาท ขณะนี้กำลังไต่ระดับที่ 0.80 บาท

ส่วนหุ้น MLINK หลังเพิ่มทุน 420 ล้านหุ้น ขายผู้ถือหุ้นเดิม 270 ล้านหุ้นๆ ละ 2 บาท นักวิเคราะห์ระบุว่าราคาพื้นฐานปี 2547 จะลดต่ำลงเหลือประมาณ 3 บาท แต่ราคาหุ้นในตลาด 5.70 บาท โดยมีราคาสูงสุดในรอบที่ผ่านมา 12.90 บาท

การขุด MLINK ขึ้นมาเล่นจะไปเชื่อมโยงกับโครงการที่บริษัทเข้าไปประมูลโครงการของรัฐวิสาหกิจที่ได้งานประมูลมาจำนวนมาก

หุ้นที่จะมาสร้างสีสัน เพราะต้อง ‘เล่นข่าว’ และ ‘เล่นรอบ’ สถานเดียว คือ TPI และ TPIPL

ประเด็นของ TPIPL อยู่ที่แนวโน้มการเติบโตของธุรกิจซีเมนต์ และขณะนี้บริษัทกำลังต่อรองกับเจ้าหนี้ขอ ‘ซื้อลดหนี้’ บางส่วน แต่ตัวแปรอยู่ที่ ‘ธ.กรุงไทย’ ว่า จะต่อทุนให้ TPIPL หรือไม่แลกกับการถอนตัวของ ‘ประชัย เลี่ยวไพรัตน์’ จาก TPI

คนที่คุมเกมเบื้องหลังทั้งหมด ก็คือ ‘กลไกรัฐ’ หุ้น 2 ตัวนี้จึงหลีกหนีไม่พ้นที่จะมี ‘การเมือง’ เข้ามาตักตวงผลประโยชน์จากข้อมูล ‘วงใน’

หุ้นที่คล้ายกันอีกตัว ได้แก่ หุ้นบางจากปิโตรเลียม(BCP-DR1) เป็นหุ้นประเภท ‘เก็งข่าว’ ได้ประโยชน์จากค่าการกลั่นเพิ่มสูงขึ้น (เป็น 2.2 เหรียญต่อบาร์เรลจาก 1.09 เหรียญต่อบาร์เรล) ไตรมาส 2 ปีนี้มีกำไรเฉียด 500 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 913 ล้านบาทในไตรมาส เดียวกันของปีก่อน

บทสรุปของหุ้น 10 ตัวหลักที่มีประเด็นที่คาดว่าจะถูกหยิบขึ้นมา ‘เล่น’ และเกี่ยวโยงกับกลุ่มทุนทางการเมือง ได้แก่ PTT, SHIN, SATTEL ,ITV ,TRUE ,JAS, TT&T, ITD, MLINK และ TFI

ส่วนหุ้นที่กลไกรัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง และอาจมีการใช้ข่าววงใน เข้ามาหาผลประโยชน์ ได้แก่ TPI , TPIPL , BCP-DR1, UCOM ,CSL, SC ,NPC TOC , LOXLEY และ SVOA

ในเกมแห่งชัยชนะ ‘คลังกระสุน’ สำคัญที่สุดในแง่ของการบรรลุเป้าหมาย และวิธีการสร้างกระแสเงินสดมาต่อทุนทางการเมือง ‘ตลาดหุ้น’ จึงมักเป็นแหล่งระดมทุนแหล่งสำคัญที่ต้องจับตามองมากที่สุดนับต่อจากนี้

Advertisements