[InfoQuest] จักรยานยนต์ 9 เดือนจดทะเบียน 1.64 ล้าน
19 ตุลาคม 2555

ฮอนด้ายังนำตลาดอย่างแข็งแกร่ง สหการประมูลเชียร์ซื้อกระบะ-จยย.ใช้แล้ว ตลาดรถจักรยานยนต์ไทยปิด 3 ไตรมาสแรก เติบโตขึ้น 1% จากปี 2011 จำนวนรวมทั้งสิ้น 1,644,382 คัน ส่วนยอดจดทะเบียนในเดือนกันยายน มียอดรวม 170,858 คัน ปรับตัวลดลงจากปีก่อนหน้า 1% โดยฮอนด้ายังรักษาตำแหน่งผู้นำไว้ได้ ด้วยยอดจดทะเบียนทั้งสิ้น 120,213 คัน เติบโตกว่า 1% และครองส่วนแบ่งตลาดที่ 70% ด้านรถจักรยานยนต์ใช้แล้ว สหการประมูลแนะประมูลซื้อจักรยานยนต์ Moped และ Automatic ที่ราคา 22,950 บาท/คัน และ 20,600-21,000 บาท/คัน ตามลำดับ นายสุชาติ อรุณแสงโรจน์ กรรมการบริหาร เอ.พี.ฮอนด้า เปิดเผยว่า ตลาดรถจักรยานยนต์โดยรวมในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา มีรถในเซ็กเมนต์เอ.ที. เป็นรถที่ได้รับความนิยมมากที่สุด 784,736 คัน เติบโตขึ้น 4% ขณะที่เซ็กเมนต์รถครอบครัวมียอดจดทะเบียนสูงใกล้เคียงกัน จำนวน 784,688 คัน ปรับตัวลดลงราว 3% แสดงให้เห็นถึงความสนใจของผู้บริโภคที่หันมาให้ความนิยมกับรถเอ.ที.มากยิ่งขึ้น เพราะเป็นรถแฟชั่นที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น เหมาะสมกับบุคลิกของผู้ใช้ และเป็นรถที่ขับขี่ง่าย สำหรับรายงานตลาดรถจักรยานยนต์ไทย ประจำเดือนกันยายน 2555 พบว่ามียอดจดทะเบียนรวมทั้งสิ้น 170,858 คัน แบ่งเป็นรถแบบ เอ.ที. 83,764 คัน คิดเป็นอัตราส่วน 49% รถแบบครอบครัว 79,415 คัน คิดเป็นสัดส่วน 46% รถแบบออนโรด-ออฟโรด 3,361 คัน ในสัดส่วน 2% รถแบบสปอร์ต 2,850 คัน หรือประมาณ 2% ส่วนที่เหลือเป็นรถแบบอื่นๆ รวมกันอีก 1,468 คัน ทั้งนี้ เมื่อแบ่งแยกตามกลุ่มผู้ผลิตแล้ว รถจักรยานยนต์ฮอนด้ามียอดจดทะเบียนมากเป็นอันดับแรกในตลาด ด้วยสัดส่วนการครองตลาด 70% ตามมาด้วยยามาฮ่า 37,487 คัน ครองตลาด 22% ซูซูกิ 6,189 คัน ครองตลาด 4% และคาวาซากิ 3,186 คัน ครองตลาดได้ 2% ขณะที่ยี่ห้ออื่นๆ ที่เหลือมียอดจดทะเบียนรวมกันที่ 3,783 คัน สัดส่วนครองตลาด 2% เช่นกัน ด้านตลาดรถจักรยานยนต์ใช้แล้วเริ่มคึกคัก โดยสหการประมูลเชียร์ซื้อ สต๊อกขาย และใช้งาน มั่นใจช่วงปลายปีความต้องการใช้งานสูง โดยนายเอกพิทยา เอี่ยมคงเอก กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สหการประมูล จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลาดประมูลจักรยานยนต์จะเริ่มฟื้นตัวหลังจากหมดฤดูฝน โดยกำลังซื้อของเกษตรกรและภาคแรงงานน่าจะปรับตัวดีขึ้น จากนโยบายรับจำนำข้าวและนโยบายปรับค่าแรงขั้นต่ำ ซึ่งสหการประมูลแนะนำให้ทยอยซื้อรถเก็บเข้าสต๊อกเพื่อขายหลังจากผ่านฤดูฝน โดยระดับราคาประมูลซื้อจักรยานยนต์ Moped อยู่ที่ 22,950 บาท/คัน และ Automatic อยู่ที่ราคา 20,600-21,000 บาท/คัน นอกจากนี้ สหการประมูลยังเชื่อว่าในช่วงปลายเดือนตุลาคมต่อเนื่องถึงพฤศจิกายน ตลาดรถกระบะมือสองจะเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง เป็นผลมาจากความต้องการใช้งานที่เพิ่มสูงขึ้นหลังจากหมดฤดูฝน เข้าสู่ช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิต ขณะเดียวกันคาดว่าในปีนี้กำลังซื้อในตลาดจะมีมากขึ้นจากนโยบายรับจำนำข้าวที่ส่งผลให้รายได้ของเกษตรกรน่าจะอยู่ในเกณฑ์ดี ถือเป็นจังหวะที่ดีของผู้ประกอบการและผู้ใช้ในการประมูลซื้อรถกระบะเพื่อการจำหน่ายหรือใช้งาน เพราะถึงแม้ความต้องการในตลาดจะสูงขึ้น แต่ราคาประมูลเริ่มทยอยปรับตัวลดลง เนื่องจากโรงงานผลิตกลับเข้าสู่ภาวะปกติหลังประสบปัญหาจากน้ำท่วมใหญ่ ทำให้ส่งมอบรถได้ตามปกติ โดยราคาเหมาะสมที่จะเข้าประมูลซื้อรถกระบะ Single Cab อยู่ที่ 200,000 บาท/คัน และ Club Cab อยู่ที่ 320,000 บาท/คัน หรือต่ำกว่า ส่วนตลาดประมูลรถยนต์นั่ง คาดว่าภาวะตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็กจะซบเซาจนถึงปลายปี โดยมีแนวโน้มราคาประมูลเฉลี่ยรถยนต์ 1,300-1,500 cc เดือนต.ค. 55 อยู่ที่ 200,000-204,400 บาท /คัน และคาดว่าแนวโน้มราคาประมูลเฉลี่ยรถยนต์ 1,600-2,000 cc เดือนต.ค. 55 อยู่ที่ระดับ 219,100-233,400 บาท/คัน โดยสหการประมูลแนะนำเข้าประมูลซื้อรถประเภท 1,300-1,500 cc ที่ราคา 200,000 บาท หรือต่ำกว่า

Advertisements