[InfoQuest] ‘สงคราม 3จี’สิ้นสุดลงแบบไม่ (ต้อง) ลุ้น..!?
17-10-2012 04:11:29

บรรยากาศก่อนเริ่มต้นการประมูล
วานนี้ (16 ต.ค.) การประมูลใบอนุญาต 3 จี 2.1 กิกะเฮิรตซ์ โดยสำนักคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการ โทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เริ่มต้นขึ้น โดย พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานกสทช. และประธานกทค. ได้เริ่มขั้นตอนโดยจัดพิธีบวงสรวง เวลา 07.00 น.
จากนั้นเวลาราว 08.00 น. ผู้เข้าร่วมประมูลทั้ง 3 รายได้เดินทางมาสำนักงานกสทช. โดยบริษัทแรกที่เดินทางเข้ามายังอาคารอำนวยการ ซึ่งเป็นสถานที่การประมูลเวลา 08.05 น. คือบริษัท เรียล ฟิวเจอร์ จำกัด นำโดยนายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัดมหาชน) หรือ TRUE และผู้บริหารระดับสูงอีก 9 คน
ต่อมาเวลา 08.18 น.บริษัท ดีแทค เนคเวอร์ค จำกัด เดินทางมาถึงนำโดยนายจอน เอ็ดดี้ อับดุลล่าห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัดมหาชน) หรือ DTAC และผู้บริหารอีก 6 คน โดยทีมการประมูลมีคนไทย 2 คน คือนายดามพ์ สุคนธทรัพย์ รองประธาน และนางวีระนุช กมลยะบุตร เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมาย ที่เหลือเป็นทีมงานสำหรับประมูล 3 จี โดยเฉพาะของกลุ่มเทเลนอร์ฯ
จากนั้นเวลา 08.29 น.บริษัท แอดวานซ์ไวร์เลส เน็ตเวิร์ก จำกัด เดินทางมายังสำนักงานกสทช. นำโดยนายสมประสงค์ บุณยะชัย ประธานผู้บริหารบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ INTUCH นายวิเชียร เมฆตระการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC และผู้บริหารอีก 8 คน โดยมีตัวแทนจากกลุ่มสิงเทล 2 คนมาร่วมด้วย
โดยเวลา 09.00 น. พ.อ.เศรษฐพงค์ได้เป็นผู้จับสลากเลือกว่าบริษัทใดจะได้จับสลากเลือกห้องประชุม และจับสลากยูสเซอร์เนม พาสเวิร์ด โดยบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ตเวิร์ก จำกัด มีผู้จับสลาก โดยนายสมประสงค์ได้ห้องประมูลชั้น 6 ยูสเซอร์เนม พาสเวิร์ด ซองหมายเลข 3
ขณะที่บริษัท เรียล ฟิวเจอร์ จำกัด ผู้จับสลากเป็นนายศุภชัย โดยได้ห้องประมูลขั้น 3 ยูสเซอร์เนม พาสเวิร์ด หมายเลข 2 และสุดท้าย บริษัท ดีแทค เนคเวอร์ค จำกัด ผู้จับสลากคือนายจอน เอ็ดดี้ ได้ห้องประมูลชั้น 4 ยูสเซอร์เนม พาสเวิร์ดหมายเลข 1
10.00 น. เริ่มต้นเคาะราคาประมูล
โดยเวลา 10.00 น. มีการเคาะราคาประมูลครั้งแรก เพื่อแย่งชิงคลื่นความถี่ทั้ง 9 สลอต สลอตละ 5 เมกะเฮิรตซ์ ราคาตั้งต้นสลอตละ 4,500 ล้านบาทราคาขึ้นทุก 5% หรือ 225 ล้านบาท อย่างไรก็ตามการประมูลครั้งนี้มีนายพิศิษฐ์ ลีลาวชโรภาส รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และรักษาการเข้าสังเกตการณ์การประมูลครั้งนี้ด้วย โดยร่วมกับเจ้าหน้าที่กสทช.เพื่อเฝ้าดูพฤติกรรมการเคาะประ มูลของผู้เข้าประมูลทั้ง 3 ราย โดยหากเห็นว่ามีพฤติกรรมส่อไปทางฮั้ว เช่น ไม่มีการเคาะราคาเพิ่ม กสทช จะมีการสั่งให้หยุดการประมูลทันทีและผู้ประมูลรายนั้นๆ จะไม่สามารถกลับเข้ามาประมูลได้อีก
สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยผลการประมูลใบอนุญาตบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G บนคลื่นความถี่ 2.1GHz รอบที่ 3 ได้ปิดลงช่วงเวลา 12.30 น. ก่อนจะหยุดพักการประมูลครึ่งวันแรก มีผู้เสนอราคาประมูลสูงขึ้นเป็น 4,950 ล้านบาทใน 2 สลอต จากทั้งหมด 9 สลอตและมีสลอตที่ไม่มีผู้ประมูลเหลืออยู่อีก 1 สลอต
16.00 น. ปิดประมูลได้เงิน 41,625 ล้านบาท
สำหรับผลการประมูล 3 จีอัพเดท สิ้นสุดเมื่อเวลา 16.00 น. โดยราคาเสนอประมูลรวม 9 สลอต อยู่ที่ 41,625 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมาจากราคาเสนอต่ำสุดที่สลอตละ 4,500 ล้านบาท ต้องได้ยอดรวมที่ 40,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมาอีกเพียง 1,125 ล้านบาทเท่านั้น หรือเพิ่มขึ้นเพียง 2% โดยการเสนอราคาประมูลดังกล่าว พบว่า มีการเคาะเสนอราคาเพียงครั้งเดียว ทำให้ได้ราคาสลอตที่ 4,500 ล้านบาท รวม 6 สลอต และมีการเคาะราคาสองครั้ง ได้ 4,725 ล้านบาท 1 สลอต และการเคาะราคาสูงสุด 3 ครั้งได้สลอตละ 4,950 ล้านบาทมีอยู่ 2 สลอตด้วยกัน ดังนี้
– สลอต A ราคาอยู่ที่ 4,725 ล้านบาท (เคาะ 2 ครั้ง)
– สลอต B ราคาอยู่ที่ 4,500 ล้านบาท (เคาะ 1 ครั้ง)
– สลอต C ราคาอยู่ที่ 4,500 ล้านบาท (เคาะ 1 ครั้ง)
– สลอต D ราคาอยู่ที่ 4,500 ล้านบาท (เคาะ 1 ครั้ง)
– สลอต E ราคาอยู่ที่ 4,950 ล้านบาท (เคาะ 3 ครั้ง)
– สลอต F ราคาอยู่ที่ 4,500 ล้านบาท (เคาะ 1 ครั้ง)
– สลอต G ราคาอยู่ที่ 4,500 ล้านบาท (เคาะ 1 ครั้ง)
– สลอต H ราคาอยู่ที่ 4,950 ล้านบาท (เคาะ 3 ครั้ง)
– สลอต I ราคาอยู่ที่ 4,500 ล้านบาท (เคาะ 1 ครั้ง)
รวมมูลค่าทั้งสิ้น 41,625 ล้านบาท
17.00 น. เอไอเอสเสนอสูงสุด 1.46 หมื่นล้าน
เมื่อเวลา 17.00 น. พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทค.) แถลงว่าแม้รา คาประมูลใบอนุญาตให้บริการ (ไลเซนส์ 3 จี 2.1 กิกะเฮิรตซ์)จะขยับขึ้นจากราคากลางเพียงเล็กน้อยโดยได้ราคารวม 9 ใบที่ 41,625 ล้านบาท จากราคากลาง 40,500 ล้านบาท หรือเพิ่มจากราคาเริ่มต้นเพียง 2.38% แต่กสทช.ยืนยันว่าราคาที่ได้เป็นราคาที่เหมาะสมแล้วและไม่ได้สร้างความเสียหายให้กับประเทศแต่อย่างใด
โดยผลการประมูลสรุปว่ามีการเคาะราคาเพิ่มขึ้นเพียง 3 ใบ แบ่งเป็น 4,950 ล้านบาท 2 ใบ และ 4,725 ล้านบาท 1 ใบรวมมูลค่า 14,625 ล้านบาท ผู้ที่เคาะราคา 3 ใบนี้ คือ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด ส่วนอีก 6 ใบที่เหลือราคาสุดท้ายยังอยู่ ที่ใบละ 4,500 ล้านบาท โดยบริษัท เรียล ฟิวเจอร์ จำกัด และบริษัท ดีแทค เนทเวอร์ค จำกัดเสนอราคาเท่ากันที่ 13,500 ล้านบาท รายละ 3 ใบ
“เรียลฟิวเจอร์และดีแทคไม่ได้สมยอมราคากันแน่นอน เพราะจะเห็นว่าทั้ง 2 บริษัทนี้มีปัญหาและทะเลาะกันอยู่ เชื่อว่าเอกชนได้ดำเนินการเต็มที่แล้ว” พ.อ..เศรษฐพงษ์ กล่าว
สำหรับบริษัท แอดวานซ์ไวร์เลส จำกัด ที่เสนอราคาสูงสุดทำให้มีสิทธิ์เลือกตำแหน่งคลื่นที่ต้องการเป็นรายแรกและตำแหน่ง ที่แอดวานซ์ ไวร์เลส เลือกนั้นอยู่ติดกับบริษัท ทีโอที จำกัดและมีความเป็นไปได้สูงว่าจะโรมมิ่งกันในอนาคต เพราะปัจจุบันบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC ที่เป็นบริษัทแม่ได้ใช้โครงข่ายร่วมกับทีโอทีอยู่แล้วในฐานะคู่สัญญาสัมปทาน
ขณะที่บริษัท เรียล ฟิวเจอร์ จำกัด จับสลากได้สิทธิ์เลือกก่อนบริษัท ดีแทค เนทเวอร์ค จำกัดและได้เลือกตำแหน่งกลาง โดย ฝั่งซ้ายเป็นดีแทค เนทเวอร์ค และฝั่งขวาคือ แอดวานซ์ ไวร์เลส โดยกสทช.จะให้ไลเซนส์อย่างเป็นทางการได้ภายในต้นเดือนพ.ย.นี้
TDRI โวยรัฐสูญรายได้ 1.63 หมื่นล้าน
นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ระบุว่า ผลการประมูล 3G เป็นไปตามที่คาดหมาย คือได้ราคาเพิ่มขึ้นจากราคาตั้งต้นเพียงเล็กน้อยคือประมาณ 2.8% เท่านั้น คือ เพิ่มจากราคาตั้งต้น โดยรวม 9 ใบที่ 40,500 ล้านบาท เป็นเพียง 41,650 ล้านบาทเท่านั้น โดยมีคลื่น 6 ชุด ที่มีราคาประมูลเท่ากับราคาตั้งต้น
การประมูลครั้งนี้แม้ทำให้ประชาชนมีบริการ 3G ใช้กันอย่างเต็มรูปแบบปีหน้า แต่ทำให้เกิดความเสียหายต่อรัฐและประชา ชนในฐานผู้เสียภาษี เมื่อเทียบจากราคาประเมินถึง 16,335 ล้านบาท โดยผู้ประกอบการทั้ง 3 รายได้ประโยชน์จากส่วนต่างนี้ ไปเป็นเสมือน“ลาภลอย”ทั้งนี้ไม่รวมประโยชน์ที่ได้จากการลดค่าสัมปทานที่ต้องจ่ายให้รัฐอีกปีละกว่า 40,000 ล้านบาท ที่สำคัญการที่แต่ละราย ได้คลื่น 3G มูลค่าถูกแสนถูกต่ำกว่าปีละ 1,000 ล้านบาทต่อปี จะไม่มีผลต่ออัตราค่าบริการ 3G ที่ประชาชน ต้องจ่ายแต่อย่างใด นอกจากเพิ่มกำไรให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัทผู้ประกอบการดังจะเห็นได้จากราคาหุ้นของผู้ประกอบการที่เพิ่มขึ้น
โดยผลการประมูลครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าข้อมูลที่กสทช.พยายามโฆษณาชวนเชื่อมาโดยตลอดว่ามีการแข่งขันมาก เนื่องจากคลื่นความถี่แต่ละชุดมีความแตกต่างกันมาก เสมือนเป็นที่ดินทำเลดีติดทะเลกับที่ดินแออัดติดถนนใหญ่ไม่เป็นความจริงและตอกย้ำความเชื่อของสาธารณชนในวงกว้างที่ว่า การประมูลครั้งนี้มีลักษณะเอื้อต่อการสมคบกันของผู้ประกอบการ
นอกจากนี้ผลการประมูลให้เห็นข้อผิดพลาดอย่างร้ายแรงของการออกแบบการประมูล 2 ประการคือ 1)การจำกัดคลื่นความ ถี่ที่ผู้ประกอบการแต่ละรายสามารถถือครองได้ให้เท่ากัน ทำให้ไม่เกิดการแข่งขันอย่างที่ควรจะเป็น 2) การกำหนดราคาประมูลขั้นต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง ทำให้เกิดความเสียหายมาก เมื่อไม่มีการแข่งขันกันเท่าที่ควร ทั้งนี้หากกสทช.รับฟังข้อทักท้วงของฝ่ายต่างๆ จะไม่เกิดข้อผิดพลาดดังกล่าวขึ้น

Advertisements