หุ้น INET เทิร์นอะราวด์จริหรือ..!?

ตลอดช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา หุ้นบริษัท อินเตอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ INET จัดเป็นหุ้นที่มีความเคลื่อนไหวร้อนแรงมากสุดตัวหนึ่งของตลาด จากราคาเฉลี่ยช่วงต้นเดือนกันยายนอยู่ที่ประมาณ 1.20 บาท ล่าสุดราคาปรับขึ้นสูงสุดกว่า 3 บาท ภายใต้การกล่าวขานในห้องค้าว่า “INET กำลังเป็นหุ้นเทิร์นอะราวด์”ภายใต้เงื่อนไขโครงสร้างรายได้ใหม่ คือ “ธุรกิจการให้บริการครบวงจรที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและการสื่อสาร (Business Solution)” โดยมีธงนำคือ IDC (Internet data center)หรือ การให้บริการศูนย์เก็บข้อมูลแก่องค์กรธุรกิจ จากเดิมรายได้ของ INET ผูกเงื่อนตายกับ “ธุรกิจบริการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตสำหรับธุรกิจ” ที่เสมือนเสือนอนกิน จากลูกค้าที่เป็นหน่วยงานราชการต่างๆ

แต่..ความหวังของ INET กับเรื่องดังกล่าวจะเป็นได้มากน้อยแค่ไหน..เป็นเรื่องที่ต้องหาคำตอบ..!! โดยโจทย์หลักที่นักลงทุนและผู้ถือหุ้น INET ต้องติดตาม-วิเคราะห์-ศึกษาข้อมูลและต้องพิสูจน์กันต่อไปคือ…

1.ธุรกิจ IDC คือตัวชุบชีวิต INET จริงหรือไม่

นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญเรื่องนี้ ระบุว่า ธุรกิจ IDC (Internet data center) คือ การให้บริการศูนย์เก็บข้อมูลแก่องค์กรธุรกิจที่ต้องการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล และป้องกันปัญหาระบบ IT ล่ม IDC จะสามารถดึงข้อมูลมาใช้ได้ทุกที่ทุกเวลา INET มีศูนย์ให้บริการถึง 4 ศูนย์ หากเกิดปัญหาที่ศูนย์ใด อีกศูนย์จะทำหน้าที่แทนได้ในเวลาที่เท่ากัน เป็นที่ต้องการขององค์กรต่างๆ เพื่อป้องกันเหตุภัยพิบัติทางธรรมชาติและภัยทางการเมือง

โดยอนาคตจะพัฒนาสู่ความเป็น Cloud computing คือผู้ใช้บริการมีเพียงเครื่องคอมพิวเตอร์เปล่าสามารถเลือก Spec ต่างๆ ได้ตามความต้องการใช้งานช่วงเวลานั้น และจ่ายเงินเท่าที่ใช้งาน สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับรายได้และอัตรากำไรให้ INET นอกจากนี้การเกิดเทคโนโลยี 3G อย่างเต็มรูปแบบในปี 2556 ส่งผลให้จำนวนผู้ใช้บริการ Smart Phone มากขึ้นไม่ต่ำกว่า 30% และเป็นอีกปัจจัยหนุนให้ความต้องการใช้ IDC มากขึ้นตามการเติบโตของธุรกิจแบบ e-Commerce

ปัจจุบัน INET ให้บริการไอซีทีโซลูชั่นส์และแอพพลิเคชั่นต่างๆ รวมทั้งบริการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ แบ่งเป็น 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ 1)Internet Access คือ บริการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเพื่อธุรกิจ 2)INET Data Center คือบริการศูนย์ข้อมูลคอมพิวเตอร์ขององค์กรธุรกิจด้วยโครงข่ายที่มีเสถียรภาพและระบบรักษาความปลอดภัยสูงสุด 3)Business Solutions คือ บริการไอซีทีครบวงจรที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

แต่..จนถึงวันนี้…ยังไม่เห็นท่าทีจากผู้บริหารเกี่ยวกับเรื่องนี้แต่อย่างใด..!!??

2.โครงสร้างการบริหารจัดการภายใน INET ดีขึ้นจากอดีตแค่ไหน

ช่วงที่ผ่านมาปฏิเสธไม่ได้เลยว่า INET มีผู้ถือหุ้นใหญ่เป็น 3 รัฐวิสาหกิจกว่า 49% นั่นคือ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ทำให้เกิดเงื่อนไขเรื่องความคล่องตัวเรื่องการบริหารจัดการจะกลายเป็นอุปสรรคเรื่องการแข่งขันกับคู่แข่งในตลาดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เห็นได้ชัดจากอดีตที่ผ่านมา การบริหารจัดการของ INET ไม่ต่างอะไรกับผู้ถือหุ้นใหญ่อย่าง ทีโอที และกสทฯ คือการบริหารงานแบบ “ขอไปที” เสียเป็นส่วนใหญ่

ที่สำคัญแม้ยังไม่มี “แอ็กชั่น แพลน” ออกมาให้เห็น และมั่นใจได้ว่า INET จะฟื้นจาก “การติดหล่มขาดทุน” ตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมาได้อย่างไร และยุทธศาสตร์ทางธุรกิจของ INET ภายใต้การเปลี่ยนผ่านระบบสื่อสาร จากยุค 2G เข้าสู่ยุค 3G ช่วงเวลาอันใกล้นี้ ยังไม่เห็นรูปธรรมออกมาอีกเช่นกัน

3.ความเสี่ยงต่อการผันผวนของหุ้น INET หลังการเข้ามาของนักลงทุนรายใหญ่

จากโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ของ INET ล่าสุด พบว่า มีชื่อนักลงทุนรายใหญ่เข้ามาติดอยู่ในทำเนียบผู้ถือหุ้นใหญ่หลายราย แม้ว่าดูจากสัดส่วนการถือครองหุ้น จะไม่ส่งผลกระทบต่อการบริหารงานหรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายของ INET แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าการปรับขึ้นของราคาหุ้น INET ตลอดช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาจะไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

นั่นทำให้เห็นว่า “ความเสี่ยงต่อความผันผวนของราคาหุ้น” เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงและควบคุมไม่ได้อีกต่อไป ที่สำคัญราคาหุ้นที่ปรับขึ้นมา ล้วนถูกตั้งคำถามว่า..ปรับขึ้นมาจากแรงทำกำไรหรือมีการสร้างราคาขึ้นมากันแน่..แม้ว่ายังไม่มีคำตอบกับเรื่องนี้ แต่ก็มีบทเรียนที่ใกล้เคียงกับกรณีนี้ให้เห็นมาแล้วในหุ้นหลายๆตัว ช่วงที่ผ่านมา

โบรกเกอร์กับมุมมองเชิงบวกต่อหุ้น INET

บริษัทหลักทรัพย์เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ประเมินว่า INET เป็นผู้นำการให้บริการ IDC และ Cloud computing ในประเทศไทย ความต้องการเติบโตสูงปัจจุบันอุปสงค์มีเกินกว่าอุปทาน พร้อมกับการเกิด 3 จีในประเทศไทย ช่วยหนุนธุรกิจ e-commerce ให้เติบโตในอนาคต ทำให้ความต้องการใช้งาน IDC เร่งตัวขึ้น

ประกอบกับการเลิกธุรกิจที่ไม่ทำกำไรและลดต้นทุนลง ทำให้ผลประกอบการ INET จะฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ ช่วงไตรมาส 3/55 และพลิกเป็นกำไรช่วงไตรมาส 4/55 โดยไตรมาส 3/55 เข้าสู่จุด Beak even และฟื้นตัวจากขาดทุนสุทธิสูงถึง 37 ล้านบาท ช่วงไตรมาส 3/54 และ 8 ล้านบาท ช่วงไตรมาส 2/55 และเริ่มเห็นกำไรชัดเจนตั้งแต่ไตรมาส 4/55 เป็นต้นไป

เนื่องจากไม่มีค่าใช้จ่ายหนี้สูญหลังเลิกธุรกิจที่ไม่ทำกำไร รายได้จากธุรกิจ IDC มีการเติบโตและอัตรากำไรสูง และเน้นควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลงจาก 50% ของยอดขายปี 2554 เป็น 43% ของยอดขายในปี 2555 และต่ำกว่า 30% ของยอดขายในปี 2556

สำหรับปี 2556 ผลประกอบการจะได้รับปัจจัยบวกจากธุรกิจ IDC เต็มปี ประเมินรายได้ปี 2556 ที่ 383 ล้านบาท เติบโต 36% อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้นเป็น 35% จาก 27% ในปี 2555 นอกจากนี้ผลขาดทุน 3 ปีติดต่อกันทำให้ INET ไม่มีค่าใช้จ่ายทางภาษีในปี 2556 ทำให้ประเมินผลประกอบการพลิกเป็นกำไรสุทธิ 74 ล้านบาท คิดเป็น EPS ที่ 0.30 บาท จากขาดทุน 24 ล้านบาท ในปี 2554

โดยมีโอกาสเห็นกำไรครั้งแรกรอบ 4 ปี แต่ล้างขาดทุนสะสมและจ่ายเงินปันผลได้ครั้งแรกรอบ 3 ปี ประมาณปี 2557 ประเมินที่ 0.14 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทน 7% อย่างไรก็ตามมีโอกาสที่บริษัทอาจตัดส่วนเกินจากมูลค่าหุ้นบางส่วน เพื่อล้างขาดทุนสะสมและจ่ายเงินปันผลปี 2556 ได้เช่นกัน ขณะที่มุมมองราคาหุ้น INET ถือว่ามีอัพไซด์เกือบ 100%

Advertisements