[InfoQuest] 3G กับ คำสาปของผู้ชนะ
18-10-2012 04:08:55

ปฏิกิริยาหลังการประมูลใบอนุญาตเพื่อจัดสรรคลื่นความถี่ในทางลบและข้อสงสัยจำนวนมาก สะท้อนให้เห็นแรงกดดันรอบด้านของธุรกิจแห่งอนาคตนี้ได้ชัดเจน ทั้งที่โดยข้อเท็จจริงแล้ว ผู้ชนะที่ได้รับใบอนุญาตทั้ง 3 รายในค่ายมือถือทั้ง ทรูคอร์ปอเรชั่น (TRUE) แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) และโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) แล้ว ต่างถือว่า ต้องคำสาปของผู้ชนะกันเข้าไปเต็มเปาชนิดไม่มีทางดิ้นหลุดนับจากนี้ไป
คำสาปของผู้ชนะ เป็นปรากฏการณ์ที่นำตัวอย่างของสงครามในครั้งโรมันโบราณ เมื่อการรบครั้งหนึ่ง กษัตริย์พีร์รุส แห่งเมืองเอพีรุสในทะเลเอเดรียติก ได้รับชัยชนะใหญ่หลวงต่อกองทัพโรมัน โจมตีจนแตกพ่ายไป แต่ผลลัพธ์ตามมาคือ กำลังทหารในกองทัพของเมืองเอพีรุสตายเกือบหมดกองทัพ ดังนั้นเมื่อกองทัพหนุนของโรมันเดินทางมาโจมตีครั้งใหม่ กองทัพของเมือเอพีรุสก็ไม่อยู่ในฐานะจะสู้รบต่อไปได้
ตัวอย่างดังกล่าวถูกนำมาใช้การแข่งขันทางธุรกิจสำคัญ 3 ประการคือ 1) การประมูลขอรับใบอนุญาตจัดสรรคลื่นความถี่เพื่อประกอบธุรกิจโทรคมนาคม 2) การยื่นไฟลิ่งขออนุญาตเพิ่มทุนขายหุ้น IPOs 3) การทำสัญญาซื้อขายโฆษณาบนเว็บที่เรียกว่า Pay per click 4) การประมูลยื่นขอสัมปทานขุดเจาะสำรวจน้ำมันและพลังงานนอกฝั่งทะเลชาติต่างๆ ทั่วโลก
กรณีของการประมูลจัดสรรคลื่นความถี่ 2.1GHz Spectrum Allocation ที่กระทำโดย กสทช. เมื่อวันอังคารที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมา เข้าข่ายนี้โดยตรง
การประมูลเพื่อได้ใบอนุญาตดำเนินธุรกิจ เป็นเพียงต้นทุนแรกเข้าสู่การแข่งขันทางธุรกิจเท่านั้น สิ่งที่เป็นความท้าทายมากกว่าหลังจากนั้นคือ ความสามารถในการแข่งขันทางการตลาดและทางการเงิน
ทำนองเดียวกันกับ การอนุมัติของ ก.ล.ต.ให้อนุญาตซื้อขายหุ้น IPOs ได้ ไม่ได้บอกว่า ราคาหุ้นที่ขายจะถูกหรือแพง เพราะนั่นเป็นปัญหาของบริษัทกับนักลงทุนที่จะต้องไปดำเนินการเอาเองภายใต้หลักอุปสงค์และอุปทานของตลาด
เงื่อนไขของการประมูลใบอนุญาต 3G อายุ 15 ปี ที่กำหนดให้มีใบอนุญาตทั้งหมด 9 ใบ ใบละ 5 MHz โดยใช้ราคาขั้นต่ำ 4.5 พันล้านบาทเป็นจุดเริ่มต้นประมูล แล้วมีผู้เข้าร่วมการประมูลเพียงแค่ 3 ราย จาก 3 ค่ายโทรคมนาคม แม้จะเป็นไปตามกติกาที่กำหนดไว้ล่วงหน้าไม่ผิดเพี้ยน แต่ก็ทำให้ปฏิกิริยาต่อผลการประมูลสร้างปัญหาให้กับผู้จัดทำการประมูลมากทีเดียว
ว่าไปแล้ว เงื่อนไขที่ กสทช.กำหนดเอาไว้ ระบุหลักการชัดเจนว่า การกำหนดราคาดังกล่าว ไม่มีความจำเป็นจะต้องมุ่งแต่เรื่องหารายได้เข้าสู่รัฐจากการประมูลใบอนุญาต 3G เพียงอย่างเดียว เพราะมีการถ่วงน้ำหนักพบว่า ระหว่างการแข่งขันในการประมูลเพื่อให้ได้ใบอนุญาต หรือ Competition For The Market กับ การแข่งขันในตลาดภายหลังการประมูลได้ใบอนุญาตไปแล้ว หรือ Competition In The Market นั้น อย่างหลังมีความสำคัญมากกว่า
เหตุผลก็เพราะว่า ไม่มีใครรู้อนาคตว่าการแข่งขันหลังจากได้รับใบอนุญาตไปแล้ว จะประสบความสำเร็จตามคาดหรือไม่ เพราะขึ้นกับกลไกและรสนิยมของผู้บริโภค
ที่สำคัญ กสทช.ยังมีโครงการที่จะออกใบอนุญาตคลื่นความถี่ย่านอื่นๆ ที่สามารถสร้างรายได้ให้รัฐได้อีกในปีต่อๆ ไป และมุ่งสร้างความสมดุลระหว่างรายได้เข้ารัฐกับผลประโยชน์ที่จะเกิดแก่ประชาชน และประเทศชาติโดยรวม
หากพิจารณาเทียบ สูตรการประมูลแบบ N-1 ของ กทช.เดิมถูกที่ทักท้วงจนต้องล้มเลิกไปเมื่อ 2 ปีก่อน กับวิธีการประมูลของ กสทช.ล่าสุด จะพบว่า วิธีการประมูลแบบ Simultaneous Ascending Bid Auction (เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Simultaneous Multiple Round Auction (SMRA)) ที่จะเป็นการประมูลแบบทุก Slot พร้อมกันและผู้ประมูลสามารถเสนอราคาเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆตามต้องการ เป็นวิธีการที่ดีกว่า และหลายประเทศเช่น สวีเดน สหรัฐฯ แคนาดา อังกฤษ อินเดีย เยอรมนี และอังกฤษ ก็เลือกใช้วิธีการนี้
จุดเด่นของวิธีการดังกล่าวอยู่ที่ว่า เป็นการจัดสรรโดยอาศัยกลไกตลาดมากกว่าอีก 3 วิธีคือ การจัดสรรแบบมาก่อนได้ก่อน การคัดเลือกแบบสุ่ม และการคัดเลือกแบบเปรียบเทียบ ซึ่งอาศัยกลไกทางการบริหารที่เลือกปฏิบัติได้ง่าย
เมื่อผลการประมูลปรากฏออกมาว่าผู้เข้าแข่งขันทั้ง 3 ราย ต่างได้รับชัยชนะในการประมูลเท่าเทียมกัน และราคาที่เสนอประมูลรวมกว่า 4 หมื่นล้านบาท หรือ 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ก็ไม่ได้มีการแข่งขันกันรุนแรง หากเต็มไปด้วยถ้อยทีถ้อยอาศัยซึ่งผิดคาดอย่างมาก (ดูรายละเอียดในตารางประกอบ) เสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่เคยดังไม่มากนัก จึงโผล่หน้ามากล่าวหากสทช.ในฐานะผู้ออกแบบการประมูลใบอนุญาตอย่างเปิดเผย
รวมทั้งกรรมการ กสทช.ส่วนน้อยที่เปิดตัวออกมาว่าไม่เห็นด้วยและต้องการให้ยกเลิกการประมูล โดยข้อกล่าวหาว่า ทำให้รัฐเสียผลประโยชน์ประมาณ 1.5-1.6 หมื่นล้านบาท
ความจริงแล้ว ไม่มีใครรู้ว่าต้นทุนที่แท้จริงของใบอนุญาตดังกล่าวอยู่ที่เท่าใดกันแน่ เพราะต้นทุนที่แท้จริงของคลื่นนั้น ขึ้นกับการตีความเชิงคุณค่าเป็นสำคัญ แต่หากเทียบตามมาตรฐานหลายประเทศทั่วโลกแล้ว ไม่ถือว่าถูก
หากเทียบค่าใบอนุญาตที่บริษัท 3 รายต้องจ่ายให้กับ กสทช. เข้ากับการออกใบอนุญาต 3G อายุ 20 ปี ที่รัฐบาลอังกฤษให้กับผู้ประกอบการโทรคมนาคมในอังกฤษ 4 ราย ได้แก่ TIW UMTS, Orange, Crescent, Epsilon ใน ค.ศ. 2000 (พ.ศ. 2544) คิดเป็นมูลค่ารวมแค่ 1 พันล้านดอลลาร์ หรือ 50,000ล้านบาทเท่านั้นเอง และในการออกใบอนุญาตดังกล่าวในปีนั้น ก็ไม่มีข้อกล่าวหาตามมาว่า เป็นมูลค่าต่ำเกินสมควร แม้จะมีสื่อพากันคาดเดาว่าจะต้องได้ไม่น้อยกว่า 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่หนึ่งในผู้ที่ถอนตัวจากการประมูลในขณะนั้น ให้สัมภาษณ์เปิดเผยว่า ราคาใบอนุญาตที่ได้ไปนั้นสูงเกินจริงมาก
ส่วนที่เอสโตเนีย ประเทศในยุโรปเหนือ ปรากฏว่าในปี 2551 ( ค.ศ. 2006) คณะกรรมการสื่อสารแห่งชาติ (Estonian National Communications Board) ให้ใบอนุญาต 3G แก่บริษัท Grosson Capital ใบเดียวในราคาประมูลสูงสุดเพียงแค่ 8.14 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ( 245 ล้านบาท) เท่านั้น
ที่ประเทศลิธัวเนีย ออกใบอนุญาต 3G ขนาด 26 GHz จำนวน 3 ใบ ในปี 2550 ในราคาประมูลใบละ 1 ล้านยูโร (42 ล้านบาท) โดยเปรียบเทียบว่า ราคาประมูลต่ำเพราะคนที่ได้ใบอนุญาตนั้น เหมือนกับหญิงสาวที่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นเวทีประกวด ไม่ได้หมายความจะได้รับรางวัลชนะเลิศกันทุกคน
ส่วนผลการศึกษาของชาติในยุโรปนั้น ได้มีงานวิจัยจำนวนมากยืนยันประสบการณ์ว่า ราคาที่เหมาะสมของใบอนุญาตนั้น จะต้องคำนวณจากค่าเฉลี่ยขนาดของตลาดโดยรวมของอายุใบอนุญาต หารเฉลี่ยแล้ว ต้องไม่เกิน 1 ใน 15 เท่าของขนาดตลาด หากมากเกินไป จะกระทบต่อความอยู่รอดของผู้ประกอบการอย่างรุนแรง และอาจจะส่งผลให้บริการที่ประชาชนผู้บริโภคได้รับ ไม่มีคุณภาพได้ง่าย
ข้อสังเกตในการประมูลซึ่งแหล่งข่าวที่เป็นผู้เชี่ยวชาญหลายรายยืนยันว่า การประมูลใบอนุญาต 3G ที่มีคนเข้าแข่งขันน้อยรายในไทยนั้น เกิดจากเงื่อนไขการประมูลมีลักษณะคับแคบและกีดกันไม่ให้มีคนประมูลเป็นสำคัญ โดยเฉพาะเงื่อนไขเกี่ยวกับการกีดกันบริษัทต่างชาติไม่เข้ามาดำเนินกิจการ อันเป็นข้อกฎหมายที่เข้มงวดอย่างมาก ไม่จูงใจให้เข้าแข่งขัน
ข้อเท็จจริงนี้ เห็นได้จากกรณีของอังกฤษ ที่เปิดการประมูลจากทั่วโลกเข้ามาแข่งขัน และผู้ที่ได้ใบอนุญาตหลายราย ก็ประกาศตัวเปิดเผยว่าได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากพันธมิตรต่างประเทศ เช่น TIW UMTS เป็นบริษัทจากแคนาดา ส่วน Orange เป็นบริษัทอังกฤษที่ผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นฝรั่งเศส Crescent มีผู้ถือหุ้นใหญ่จากสหรัฐฯ และ Epsilon มีผู้ถือหุ้นใหญ่จากญี่ปุ่น
ข้อกำหนดคุณสมบัติผู้เข้าประมูลขอใบอนุญาตของกสทช.ในเรื่อง “บริษัทไทย” อันเข้มงวด คือสาเหตุหนึ่งที่เป็นปัญหาของการประมูลที่มีบริษัทครบคุณสมบัติน้อยเกินไป ดังที่ปรากฏ
นอกจากนั้น ข้อเท็จจริงที่ว่า สถาบันการเงินที่จะสนับสนุนการแข่งขันของผู้ที่เข้าประมูลใบอนุญาตนั้น ก็มีปัญหาตรงที่ว่า ธนาคารพาณิชย์ไทยนั้น มีจำนวนน้อย และหลายรายก็ได้ประกาศสนับสนุน 3 บริษัทใหญ่ดังกล่าวไปแล้ว ดังนั้นจึงทำให้เงื่อนไขสนับสนุนทางการเงินแก่ผู้เข้าประมูลรายอื่นๆ มีข้อจำกัดเพิ่มเติมไปด้วย
สิ่งที่เป็นความชัดเจนก็คือ จากนี้ไป ต้นทุนของบริษัทในธุรกิจโทรคมนาคมที่เคยต้องจ่ายค่าสัมปทานให้กับบริษัททีโอที จำกัด (มหาชน) และ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด(มหาชน) รวมแล้วปีละไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นล้านจะหายไป กลายเป็นการเสียภาษีสรรพสามิตให้กับกระทรวงการคลังแทน ซึ่งจะต้องลดลงฮวบฮาบอย่างชัดเจน
ทางอ้อมคือ รายได้จากภาษีมูลค่าเพิ่มจากการที่ผู้บริโภคต้องจ่ายในการใช้บริการโทรคมนาคม 3G ที่นักวิเคราะห์ของโบรกเกอร์หลายราย คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน 35% ภายใน 3 ปีข้างหน้า
ส่วนผู้ที่เสียหายโดยตรงย่อมเป็น สองรัฐวิสาหกิจที่เคยเป็นเสือนอนกินกับการให้สัมปทานบริษัทเอกชนโดยไม่ต้องทำอะไรมายาวนานหลายทศวรรษนั่นเอง รัฐไม่ได้เสียหายอะไรเลย (หากไม่นับค่าเสียโอกาสจากเงินรายได้จากใบอนุญาต) เพราะไม่ได้เป็นผู้ลงทุนด้วยตัวเอง
แม้ว่า บริษัทผู้ชนะการประมูลทั้ง 3 ราย จะมีโอกาสสูงสุด (หากไม่มีการยกเลิกการประมูลเสียก่อน) ก็ยังมีความท้ายทายในอนาคตตามมาอีก 2 ประเด็นสำคัญคือ
– ความสามารถในการลงทุนสร้างระบบเครือข่าย และนำเสนอบริการเพื่อแย่งลูกค้ามาสู่มือให้มากที่สุดเป็นสำคัญว่าใครจะสามารถสร้างส่วนแบ่งการตลาดได้มากกว่ากัน ซึ่งจะต้องลงทุนมากกว่าค่าใบอนุญาตอีกหลายเท่าตัว โดยมีข้อดีอยู่ที่การเริ่มต้นแข่งขันเท่าเทียมกัน ไม่เสียเปรียบได้เปรียบเหมือนในอดีต
– เงินค่าใบอนุญาตทั้งหมดกว่าสี่หมื่นล้านบาท แต่ใช้งานได้ถึง 15 ปี เทียบกับเงินค่าสัมปทานที่ทั้งสามค่ายเคยจ่ายผ่านรัฐวิสาหกิจก่อนหน้านี้ถือว่าลดลงไปมาก แต่ค่าสัมปทานจะหายไป เปลี่ยนเป็นภาษีสรรพสามิต ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนว่าจะเรียกเก็บเท่าใด จากอัตราส่วนเดิม 0% แต่มีเพดานภาษีอยู่ที่ 50% (ตัวกรมสรรพสามิตเองก็ออกมาแสดงท่าทีก่อนหน้านี้แล้วว่าจะเก็บเงินภาษีในส่วนนี้)
ความท้าทายดังกล่าว อาจจะกลายเป็นคำสาปของบริษัทโทรคมนาคมทั้งสามรายที่ได้ชัยชนะในการประมูล 3G ได้ไม่ยาก
คำแนะนำของนักวิเคราะห์ที่ให้ขายหุ้น ADVANC DTAC และ TRUE ที่มีเหตุผล แต่นักลงทุนไม่ไยดียามนี้ จึงเป็นมายาคติอย่างหนึ่งในยามที่ตลาดหุ้นเป็นภาวะกระทิงชัดเจน

Advertisements