AP ใครที่ดูเฉพาะผลกำไรในไตรมาสแรกปี 2554 นี้ ของ AP คงจะคิดว่าไม่รู้จะสนใจไปทำไม เพราะกำไรไตรมาสแรกของ AP ได้มาเพียง 132.17 ล้านบาทเท่านั้น ต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนมากถึง 89.32% เพราะปีก่อนมีกำไรสูงถึง 1,237 ล้านบาท ต้องยอมรับว่ามองแค่นี้ก็ควรที่จะคิดอย่างที่กล่าวมาข้างต้น แต่เมื่อกลับไปพิจารณาให้ดีๆ กลับพบคำตอบว่า AP ได้ผ่านจุดต่ำสุดของกำไรในปี 2554 นี้ไปแล้ว นั่นหมายความว่าอีก 3 ไตรมาสที่เหลือจะมีกำไรดีกว่าไตรมาสแรกมาก เพราะมีหลายโครงการเปิดใหม่ ทั้งแนวราบที่เป็นบ้านเดียวและทาวเฮาส์ จึงมีการประมาณการรายได้รวมของ AP ในปีนี้ไว้ที่ 1.675 หมื่นล้านบาท เพิ่มจากปีกลาย 22% เพราะจะรับรู้ทั้งรายได้จากคอนโดฯ 8,250 ล้านบาท และรายได้จากบ้านแนวราบอีก 8,500 ล้านบาทด้วย จึงยังคงประเมินผลว่า กำไรตลอดปี 2554 นี้ จะได้ประมาณ 1,950 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้นที่ 0.69 บาท ส่วนกำไรปีหน้า 2554 นี้ จะสูงกว่า 2 พันล้านบาทด้วย แสดงว่าธุรกิจยังมีแนวโน้มทำกำไรได้ดี ดังนั้นกลับมาพิจารณาราคาหุ้นที่เหมาะสมในปีนี้อยู่แค่ 4.82 บาท จึงมี Up side มากถึง 86.72% โดยยังไม่คิดรวมเงินปันผลตอบแทนที่จะได้รับอีก 5.8% รวมอยู่ด้วย จึงน่าสนใจมาก

KCAR เป็นหุ้นที่ยังคุ้นตากันมากนัก แต่ KCAR คือหุ้นที่อยู่ในกลุ่มไฟแนนซ์ เมื่อมาพิจารณาทั้งในส่วนธุรกิจที่ขายรถมือสอง ที่จัดว่าโดดเด่นมากในปัจจุบัน โดยมีบริษัทย่อยที่ชื่อ TOYOTA SURE คงจะทำให้ได้รู้จักกันได้มากขึ้น แต่ KCAR มีธุรกิจรถให้เช่าอยู่ด้วย โดยมีรถให้เช่าประมาณ 6,000 คัน จึงเป็นธุรกิจที่ใหญ่ มีรายได้พอสมควร ในปีกลาย 2553 สามารถทำกำไรสุทธิได้ที่ 344 ล้านบาท มีปีนี้ 2554 คาดว่ากำไรจะเพิ่มเป็น 364 ล้านบาท และปีหน้ากำไรจะเพิ่มเป็น 388 ล้านบาท ที่น่าสนใจมากคือปี 2554 นี้ จะมีกำไรต่อหุ้นที่ 1.45 บาท และ 1.55 บาท ในปี 2555 ดังนั้น เมื่อมาคิดราคาหุ้นที่เหมาะสมของ KCAR ในปีนี้ แม้จะใช้ค่าพีอีกลุ่มไฟแนนซ์ ที่ปัจจุบันอยู่ต่ำแค่ 8.26 เท่า ยังได้คำตอบว่าราคาหุ้นควร 11.98 บาท ปีหน้าควรเป็น 12.80 บาท แต่ราคาในตลาดซื้อขายกันที่ 9.30 บาท จึงยังต่ำมาก มี Up side ได้อีกอย่างน้อยๆ 28.82% ในปีนี้ โดยยังไม่ได้คิดรวมผลตอบแทนจากเงินปันผลอีก 7.95% ในปีนี้รวมอยู่ด้วย แค่เงินปันผลก็เกินความคุ้มค่าแล้ว.

Advertisements