AP มีการมองกันว่าในช่วงครึ่งปีแรก ทาง AP ได้มีการเปิดโครงการคอนโดมิเนียม 3 โครงการ รวมมูลค่า 6,300 ล้านบาท 2 ใน 3 โครงการได้รับเสียงตอบรับจากผู้ซื้อดีมาก ทำให้บริษัทมีการเติบโตทางด้านกำไรสูงไปด้วย จะพบว่าแค่ผลประกอบการไตรมาสแรกปี 2555 นี้ AP ก็ทำกำไรสุทธิได้มากถึง 421.33 ล้านบาทแล้ว เป็นกำไรที่เพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีก่อนมากถึง 218.77% เลยทีเดียว เป็นการยืนยันได้ชัดเจนมากว่า AP มีการเติบโตของกำไรและโครงการที่สอดคล้องมาก และในครึ่งปีหลังนี้จะยังมีการเปิดโครงการใหม่อีก 13 โครงการ มูลค่ากว่า 15,180 ล้านบาท ทำให้ยังสามารถทำกำไรได้อีกมากในปีนี้ จึงคาดว่าตลอดปี 2555 นี้ AP จะทำกำไรรวมได้ถึง 2,110 ล้านบาท กำไรต่อหุ้นจะได้ที่ 0.75 บาท ทำให้สามารถมาประเมินราคาหุ้นที่เหมาะสมของ AP ได้ดังนี้ เมื่อใช้ค่าพีอีตลาดที่มีค่า15.4 เท่ามาคำนวณ (พีอีกลุ่มอสังหาฯ = 19.4 เท่า) จะได้คำตอบว่าราคาควรยืน 11.55 บาท แต่ราคาซื้อขายในตลาดกลับอยู่แค่ 7.25 บาท เท่านั้น จึงยังมี up side ได้อีกมากถึง 59.31% โดยยังไม่ได้คิดรวมผลตอบแทนจากเงินปันผลที่จะได้รับอีกประมาณ 4% รวมอยู่ด้วย ดูแค่นี้ก็บอกได้ว่าคุ้มค่าการลงทุน เพราะไม่ต้องไปมองที่ส่วนต่ำของราคาหุ้น ดูแค่เงินปันผลอย่างเดียวก็คุ้มค่าการลงทุนแล้ว จึงน่าลงทุน

CFRESH ในปี 2554 ที่ผ่านมา ธุรกิจอาหารแช่แข็งส่งออกจัดว่าดีกว่าปี 2553 ค่อนข้างมาก แม้เศรษฐกิจไทยจะมีการเติบโตต่ำมากแค่ 0.1% ก็ตาม สำหรับ CPRESH พบว่า ทำกำไรปี 2554 ได้ 215.13 ล้านบาท เพิ่มจากปี 2553 มากถึง 50% แต่มาปี 2555 นี้ยังมีการคาดหมายว่า CFRESH จะทำกำไรได้อย่างก้าวกระโดดอีก เพราะมีการตั้งเป้าหมายยอดขายเพิ่ม 60% โดยมีเหตุผลหลายประการสนับสนุน เช่น การลงทุนในบริษัทต่างประเทศเมื่อปีก่อนการจะรับรู้รายได้จากการทำธุรกิจเลี้ยงกุ้งอย่างครบวงจร และการขยายตลาดต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น ทำให้คาดว่า ปี 2555 นี้ CFRESH จะทำกำไรได้ถึง 420 ล้านบาท กำไรต่อหุ้นจะเพิ่มเป็น 0.94 บาท สิ่งที่ควรพิจารณาคือ การมีกำไรเพิ่มจะมีผลทำให้ราคาหุ้น CFRESH จะต้องเพิ่มเท่าใด หากใช้ค่าพีอีของกลุ่มอาหารฯ ที่ปัจจุบันมีค่า 14.3 เท่ามาคำนวณ คำตอบแรกคือ ราคาควรเป็น 13.44 บาท แต่กลับพบว่าราคาหุ้นซื้อขายในตลาดยังอยู่แค่ 7.7 บาทเท่านั้น จึงเท่ากับมี up side มากถึง 74.57% และยังมีสิ่งที่น่าสนใจคือ เงินปันผลของ CFRESH ในปี 2555 นี้ ที่คิดแค่ 40% ของกำไร ก็จะได้คำตอบว่าจะจ่ายได้หุ้นละ 0.38 บาท คิดแล้วยังได้ผลตอบแทนที่ 4.94% เป็นอย่างต่ำ ปีก่อนจ่ายเงินปันผล 92% ของกำไร ทำให้จ่ายเงินปันผลสูงมาก ถ้าจ่ายมากกว่า 40% ก็จะยิ่งดีกับการลงทุน

KCE หุ้นในกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ไม่ค่อยได้นำมาพิจารณากัน เพราะมักมีข่าววิจารณ์กันว่า ธุรกิจเหล่านี้ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมมาก ทำให้โรงงานหยุดการผลิตและส่งออกไปหลายเดือน จึงคิดกับว่าธุรกิจจะยังได้รับผลกระทบในต้นปี 2555 นี้ อีกมาก แต่เมื่อดูKCE แล้ว กลับพบว่าธุรกิจไม่ได้แย่อย่างที่คิดกัน ดูแค่ไตรมาสแรกของปี 2555 พบว่า ยังทำกำไรสุทธิได้ 179.28 ล้านบาท เพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 17.82% ในขณะที่ธุรกิจอื่นในกลุ่มมีกำไรตกต่ำลงมากจึงมองว่า KCE น่าสนใจมาก เพราะไตรมาสแรกไม่ใช่ High Season ของธุรกิจ ครึ่งปีหลังจะดีกว่าครึ่งปีแรก ดังนั้น การประเมินกำไรของ KCE ในปี 2555 นี้ไว้แค่ 600 ล้านบาท ดูจะต่ำมากๆ แต่คิดแล้ว ก็ยังได้กำไรต่อหุ้นที่ 1.29 บาท ใช้ค่าพีอี 10 เท่ามาคำนวณราคา จะได้ราคาที่ 12.90 บาท แต่ราคาในตลาดซื้อขายแค่ 6.75 บาทเท่านั้น จึงมี Up side มากถึง 91.11% แค่นี้ก็น่าสนใจในการลงทุนได้แล้ว แต่ที่ยังน่าสนใจต่อไปคือ ผลตอบแทนจากเงินปันผลปีก่อนจ่ายมากกว่า 70% ปีนี้แค่จ่าย 50% ก็จะยังได้ผลตอบแทนสูงถึง 9.6% มากจนพูดได้ว่าคุ้มค่าการลงทุนแน่นอนแล้ว ที่เหลือปล่อยเป็นกำไรพลอยได้ก็แล้วกัน.

Advertisements