[InfoQuest] BTSตั้งกองทุน6หมื่นล้าน
12 พฤศจิกายน 2555

ลุยประมูลรถไฟฟ้า4สาย การันตีค่าโดยสารโตปีละ 10% ‘คีรี’ ส่งซิกจ่ายปันผลพิเศษ BTS เสือปืนไว! ประเดิมตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานรายแรกมูลค่า 6 หมื่นล้านบาท ระดมทุนเพื่อเตรียมเข้าร่วมประมูลโครงการรถไฟฟ้าอีก 4 สาย โดยนำรายได้รถไฟฟ้าบีทีเอสขายเข้ากองทุนฯ การันตีเติบโตเฉลี่ยปีละ 10% พร้อมเปิดขายหน่วยลงทุนต้นปีหน้า ลุ้นกำไรพิเศษ 10,000 ล้านบาท “คีรี” ส่งซิกมีลุ้นจ่ายปันผลพิเศษระหว่างกาล นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ และประธานกรรมการบริหารบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติให้บริษัททำการจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน(Infrastructure Fund) มูลค่าประมาณ 50,000-60,000 ล้านบาท โดยให้บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (BTSC) ในฐานะบริษัทย่อยขายรายได้ค่าโดย สารสุทธิของรถไฟฟ้าสายสีเขียว ระยะทาง 23.5 กิโลเมตร ที่เหลืออายุสัมปทานอีก 17 ปี มูลค่าประมาณ 50,000-60,000 ล้านบาท ให้กองทุนโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าว เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และเสนอขายหน่วยลงทุนให้ประชาชนทั่วไป โดย BTS จะเข้าถือหน่วยลงทุนสัดส่วน 1 ใน 3 หรือประมาณ 33.3% ของหน่วยลงทุนที่จะออกและเสนอขายทั้งหมด และคาดว่าจะขายกองทุนโครงสร้างพื้นฐานช่วงปลายเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ปี 2556 การตั้งกองทุนฯครั้งนี้ BTSC จะได้รับค่าตอบแทนจากการขายรายได้ดังกล่าวประมาณ 50,000-60,000 ล้านบาท โดยมีเงื่อนไขราคาขายจะต้องไม่ต่ำกว่า 50,000 ล้านบาท ขณะที่ BTS เองจะบันทึกกำไรจากรายการพิเศษประมาณ 10,000 ล้านบาท เนื่องจากต้องมีการหักต้นทุนออกประมาณ 40,000 ล้านบาท ช่วงไตรมาส 4/55 (ม.ค.-มี.ค.56) สำหรับเงินที่ได้จากการขายหน่วยลงทุนครั้งนี้ ทำให้ BTS มีศักยภาพสามารถเข้าลงทุนโครงการรถไฟฟ้า 4 สาย ที่รัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการขณะนี้ โดยทำให้ฐานะทางการเงิน BTS แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นและทำให้มีต้นทุนทางการเงินลดลง หากต้องการระดมทุนเพื่อนำมาลงทุนโครงการขนส่งมวลชนต่างๆ ได้ โดยโครงการรถไฟฟ้า 4 สายดังกล่าว คือ 1.สายสีเขียว จากหมอชิต-สะพานใหม่ ระยะทาง 12 กิโลเมตร 2.สายสีเขียว จากแบริ่ง-สมุทรปราการ ระยะทาง 13 กิโลเมตร 3.สายสีชมพู จากแคราย-มีนบุรี ระยะทาง 36 กิโลเมตร 4.รถไฟฟ้าขนาดเบา(Light Rail Transit) เชื่อมต่อระหว่างบางนากับสุวรรณภูมิ ระยะทาง 18 กิโลเมตร นายครี กล่าวต่อว่า หากบริษัทมีเงินสดคงเหลือและสภาพคล่องที่ดี บริษัทมีแผนการเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการและที่ประชุมผู้ถือหุ้น (แล้วแต่กรณี) พิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลพิเศษ ให้ผู้ถือหุ้นบริษัทด้วยอีกส่วนหนึ่ง อย่างไรก็ดีเรื่องการจ่ายเงินปันผลพิเศษนี้ ต้องพิจารณาประกอบกับแผนการใช้เงินลงทุนและความต้องการใช้เงินลงทุนในอนาคต ตลอดจนข้อจำกัดทางกฎหมายและปัจจัยอื่นๆ ด้วย โดยบริษัทจะเสนอการออกกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาวันที่ 18 ธ.ค.นี้ สำหรับอนาคตหลังจาก BTSC ขายรายได้ออกไป BTSC ยังเป็นผู้ดำเนินงานระบบรถไฟฟ้าบีทีเอสต่อไป โดยรายได้บริษัทจะไม่ลดลง และประเมินว่ารายได้จะเพิ่มเติบโตประมาณ 20-30% เพราะมีรายได้จากเงินปันผลของกองทุนโครงสร้างพื้นฐานมากขึ้น แม้สัดส่วนการถือหุ้นน้อยลง แต่ไม่ต้องหักค่าเสื่อมราคา โดยที่ผ่านมาแต่ละปีบริษัทต้องหักค่าเสื่อมราคาประมาณปีละ 1,000 ล้านบาท และประโยชน์จากการนำเงินที่ได้มาไปลงทุนอีก อีกทั้งมีรายได้อื่นๆ ทั้งงานโอเปอเรชั่นการขายโฆษณา และรายได้จากกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ส่วนผลการดำเนินงาน BTS ไตรมาส 2/55 (ก.ค.-ก.ย.) มีกำไรสุทธิ 691.1 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,280 ล้านบาท ขณะที่ 6 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 1,000 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 1,400 ล้านบาท โดยไตรมาส 2/55 มีรายได้รวม 2,771 ล้านบาท ลดลง 11.4% หรือ 357 ล้านบาท จาก 3,128 ล้านบาท ช่วงไตรมาส 2/54 เนื่องจากไตรมาส 2/54 มีการรับรู้รายได้ที่ไม่เกิดขึ้นเป็นประจำ จากค่าชดเชยตามคำสั่งศาล โดยรายได้จากการดำเนินงานรวมเพิ่มขึ้น 19.7% เป็น 2,434 ล้านบาท มาจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของรายได้ จากธุรกิจระบบขนส่งมวลชนและธุรกิจสื่อโฆษณา ทั้งนี้ BTS มีรายได้จากธุรกิจระบบขนส่งมวลชน 61.9% ธุรกิจสื่อโฆษณา 29.8% ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 8% และธุรกิจบริการ 0.3% ของรายได้จากการดำเนินงานรวมตามลำดับ

[InfoQuest] ‘BTS’รุกหนักตั้งกองทุนขนเงินลุยรถไฟฟ้า4สาย
12 พฤศจิกายน 2555

ทันหุ้น – บอร์ด BTS ประกาศจัดตั้งกองทุน Infrastructure หวังได้เงิน 5-6 หมื่นล้านบาท บริหารรถไฟฟ้า 4 สายของรัฐบาล มั่นใจรายได้รวม-กำไรปี 2555/56 เติบโตระดับ 20-30% เตรียมบันทึกกำไรพิเศษ 1 หมื่นล้านบาท จากการขายสินทรัพย์เข้ากองทุนในช่วงไตรมาส 4/2555-2556 แย้มเตรียมถกบอร์ดบริหารพิจารณาปันผลพิเศษ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS ระบุว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2555 ได้พิจารณาการจัดตั้งกองทุน Infrastructure Fund ขนาด 5-6 หมื่นล้านบาท โดยบริษัทจะขายสิทธิการบริหารรถไฟฟ้า BTS เข้าเป็นสินทรัพย์ของกองทุนดังกล่าว และคาดว่าจะสามารถเสนอขายหน่วยลงทุนได้ในช่วงต้นปี ทั้งนี้บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ BTS จะขายรายได้ค่าโดยสารสุทธิซึ่งจะได้รับจากการดำเนินงานระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนกรุงเทพสายหลักตามสัญญาสัมปทานให้แก่กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund) ซึ่งอยู่ในขั้นตอนเตรียมการเพื่อยื่นขออนุญาตจัดตั้งกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และเพื่อเป็นการสนับสนุนธุรกรรมดังกล่าว บริษัทจะให้การสนับสนุนบางประการ และค้ำประกันการปฏิบัติหน้าที่ของ BTSC นอกจากนี้ หลังจากที่ ก.ล.ต. อนุมัติการจัดตั้งกองทุนแล้ว บริษัทมีแผนที่จะจองซื้อหน่วยลงทุนจำนวน 1 ใน 3 หรือประมาณ 33.33% ของจำนวนหน่วยลงทุนทั้งหมดของกองทุนที่ออกจำหน่ายในการเสนอขายให้แก่ประชาชนทั่วไปโดยบริษัทจัดการกองทุน และภายหลังการจัดตั้งกองทุนหน่วยลงทุนทั้งหมดจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หอบเงินประมูลรถไฟฟ้า สำหรับแผนการใช้เงินที่กลุ่มบริษัท BTS ได้รับจากการขายรายได้ค่าโดยสารสุทธิให้แก่กองทุนนั้น คือเงินจำนวนดังกล่าวจะทำให้กลุ่มบริษัท BTS มีศักยภาพในการเตรียมความพร้อมเพื่อพิจารณาโอกาสที่จะสามารถเข้าไปลงทุนในโครงการขนส่งมวลชน 4 เส้นทางที่รัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการอยู่ในขณะนี้ รวมทั้งบริษัทจะนำไปลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน ซึ่งจะทำให้บริษัทเป็นผู้ถือหน่วยลงทุนถึงจำนวน 1/3 ของกองทุน และทำให้บริษัทในฐานะผู้ถือหน่วยลงทุนได้รับเงินปันผลจากกองทุนอีกทางหนึ่งในอนาคต นอกจากนี้ หากบริษัทมีเงินสดคงเหลือและมีสภาพคล่องที่ดี ก็จะเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการหรือที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลพิเศษให้กับผู้ถือหุ้น อย่างไรก็ตาม ในเรื่องการจ่ายเงินปันผลพิเศษบริษัทต้องพิจารณาประกอบกับแผนการและความต้องการใช้เงินลงทุนในอนาคตด้วย โดยบริษัทกำหนดวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2555 ในวันอังคารที่ 18 ธันวาคม 2555 หวังรายได้-กำไรโต 20-30% ในส่วนของทิศทางผลประกอบการของบริษัทในงวดปี 2555/2556 นั้น บริษัทคาดว่ารายได้รวมและกำไรจะมีการเติบโตในระดับ 20-30% ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการขายสินทรัพย์เข้ากองทุน โดยบริษัทคาดว่าจะมีการบันทึกกำไรพิเศษจากการขายสินทรัพย์ของกองทุนประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ประมาณช่วงปลายเดือนมกราคม หรือต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2556 ขณะที่ผลประกอบการงวดไตรมาส 2/55-56 ของบริษัทมีกำไรสุทธิ 691.18 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1.2 พันล้านบาท เพิ่มราคาเป้าหมาย 7.65 บ. บทวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำ “ซื้อ” BTS และได้ปรับเพิ่มราคาพื้นฐานเป็น 7.65 บาท จากเดิม 6.98 บาท เนื่องจากล่าสุดฝ่ายวิจัยได้ปรับราคาพื้นฐานของ VGI ขึ้นเป็น 84.40 บาท ซึ่งยิ่งราคาหุ้น VGI ปรับตัวขึ้นดีเท่าใด ก็จะส่งผลให้ BTS มีความมั่งคั่งมากขึ้น เพราะ BTSC ยังถือหุ้น VGI เป็น 212 ล้านหุ้น หลัง VGI เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และการเปลี่ยนแปลงราคาหุ้น VGI ทุกๆ 5% จะมีผลกระทบต่อราคาพื้นฐาน BTS ประมาณ 1% โดยสิ่งที่ตลาดให้ความสนใจในการลงทุนของ BTS คือ จะมีเงินปันผลพิเศษในปี 2555 นี้หรือไม่ หลังจากที่บริษัทได้มีเงินสดและกำไรจากรายการพิเศษเป็นจำนวนมากเกิดขึ้นในระหว่างไตรมาส 2/2555-56 และ 3/2555-56 ซึ่งคิดเป็นเงินสดและกำไรที่บริษัทได้รับประมาณ 6.7 พันล้านบาท คิดเป็น 0.60 บาทต่อหุ้น และกำไรเป็นประมาณ 2.5 พันล้านบาท หรือ 0.22 บาทต่อหุ้น ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยคาดว่ารายการที่น่าจะบันทึกได้ทันในไตรมาส 2/2555-56 (สิ้นสุด ก.ย.55) มีรายการเดียวคือบริษัทย่อยระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (BTSC) ขายหุ้นบริษัทในกลุ่มออกไป แต่คาดว่าจะมีการบันทึกอีกเป็นจำนวนมากในไตรมาส 3/2555-56 (สิ้นสุด ธ.ค.55) เพราะมีหลายรายการ คือ BTSC นำ VGI ร่วมขาย IPO และ BTS ขายหุ้นบริษัทก้ามปู ซึ่งมีที่ดิน นานา 3 ไร่ และกรมธนารักษ์จ่ายค่าปรับแล้วในจำนวนเงิน 1.1 พันล้านบาท ลุ้นดิวิเดนท์ยิลด์สูง 7.8% นอกจากนี้ ฝ่ายวิจัยคาดการณ์อัตราผลตอบแทนเงินปันผลรวมของ BTS ในปีนี้อยู่ระหว่าง 5-7.8% และหาก BTS มีการจ่ายเงินปันผลพิเศษมาก ก็จะทำให้อัตราผลตอบแทนปันผลรวมน่าสนใจมากขึ้น สำหรับการจ่ายปันผลพิเศษ รายการที่จะทำให้ BTS นำมาจ่ายได้เพียงใดก็ขึ้นกับการใช้เงินลงทุนต่างๆ เพราะหากมีการลงทุนมากก็จะจ่ายปันผลพิเศษน้อยลง แต่ตามปกติแล้วบริษัทจะมีเงินลงทุนในธุรกิจต่างๆ คือ รถไฟฟ้า โฆษณา อสังหาริมทรัพย์ สำหรับการลงทุนในระยะยาวเช่น การรับสัมปทานบริหารการเดินรถในลักษณะ PPP Gross Cost ที่เอกชนต้องลงทุนในส่วนงานระบบรถไฟฟ้าพร้อมขบวนรถไฟฟ้า ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก ขณะที่รัฐลงทุนเพียงงานโยธา โดยงานเหล่านี้ก็ถือเป็นโอกาสธุรกิจของ BTS ที่จะมีรถไฟฟ้าในอนาคตทยอยสร้างเสร็จเช่นสายสีน้ำเงิน และสีเขียว เป็นต้น ความเคลื่อนไหวราคาหุ้น BTS เมื่อวันศุกร์ (9 พ.ย.55) ที่ผ่านมาปิดที่ระดับ 6.55 บาท เพิ่มขึ้น 0.30 บาท เปลี่ยนแปลง 4.80% มูลค่าการซื้อขายรวม 1.3 พันล้านบาท

Advertisements