DEMCO ใครที่ยังวิตกกับความผันผวนของราคาน้ำมัน ควรทำความเข้าใจให้มากขึ้นว่า ทิศทางราคากำลังจะเปลี่ยนไปจึงจะมีผลบวกกับธุรกิจพลังงานได้มากขึ้น ทำให้มองหุ้นพลังงานกลับมาน่าสนใจ อย่างกรณี DEMCO ล่าสุดได้โชว์ผลกำไรไตรมาส 3 ออกมาดีมาก ทำกำไรได้ถึง 101.68 ล้านบาท เพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีก่อนมากถึง 88.82% ก็มีผลทั้งจากการตลาดและการบริหารงานที่ดีขึ้น เมื่อรวม9 เดือนพบว่า DEMCO มีกำไร 325.11 ล้านบาท คิดเป็นอัตราเพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีก่อนมากถึง 277.73% จึงนับเป็นผลประกอบการแบบก้าวกระโดดที่ต้องสนใจ นับเป็นผลประกอบการที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ของบริษัท DEMC O ในขณะที่ธุรกิจหลักจากงานวิศวกรรมไฟฟ้าครบวงจร งานด้านพลังงานทดแทนและเสาโทรคมนาคมมีแนวโน้มขยายตัวในทิศทางที่ดี จึงคาดว่าธุรกิจจะมีการเติบโตได้มากในปี 2555 นี้ โดยผลประกอบการจะมีการขยายตัวกว่า 6,000 ล้านบาท เพิ่มจากปีกลายกว่า 80% กำไรในปี 2555 นี้จะได้ประมาณ 440 ล้านบาท หรือกำไรต่อหุ้นได้ 0.80 บาท แม้จะใช้ค่าพีอีกลุ่มพลังงานที่ปัจจุบันมีค่าต่ำมากๆ แต่ 10.34 เท่าคำนวณราคา ยังได้คำตอบออกมาว่าราคาหุ้นควรยืน 8.27 บาทได้ทันที แต่กลับพบว่าราคาซื้อขายในตลาดยังอยู่แค่ 7 บาท จึงมี up s ide ได้อีกมากถึง 18.2% โดยยังไม่คิดรวมผลตอบแทนจากเงินปันผลอีก 4.86% รวมอยู่ด้วย จึงน่าลงทุนมาก

BAY หลังจากกลุ่มไอเอ็นจีมีการขายหุ้นของ BAY ออกมา ทำให้เกิดความวิตกกันในหมู่นักลงทุนว่าจะทำให้ BAY มีสถานะตกต่ำลง นั่นแสดงว่าได้มีความคุ้นเคยและเชื่อมั่นในการบริหารงานของกลุ่มนี้มากขึ้นซึ่งได้บอกมาแล้วว่า จากนโยบายการบริหารงานในทางลัดของ IN G ทำให้ BAY มีผลกำไรที่ดีอย่างมาก แต่ก็ไม่คิดว่าทางกลุ่มจะรีบถอนตัวออกทั้งหมด ส่วนหนึ่งเป็นการทำกำไรจากหุ้น ไม่ได้เกี่ยวกับการทำธุรกิจ ก็ต้องมองเป็นเรื่องส่วนตัวแต่ธุรกิจยังดำเนินไปตามปกติ เท่ากับ BAY จะมีผลประกอบการที่ดีได้อีกแน่นอนจากผลกำไรไตรมาส 3 ที่ออกมาดีต่อเนื่องทำกำไรได้ 3,742.08 ล้านบาท กำไรเพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 24.46% จึงคาดว่าตลอดปี 2555 นี้จะมีกำไรที่ระดับ 14,880 ล้านบาทได้ คิดเป็นกำไรต่อหุ้นที่ 2.45 บาท แค่นี้ก็สามารถมาประเมินราคาหุ้น BAY ได้ แล้ว จากการใช้ค่าพีอีของกลุ่มธนาคารที่ปัจจุบันอยู่ระดับ 13.2 เท่า จะได้คำตอบว่าราคาหุ้นควรยืน 32.34 บาท แต่ราคาซื้อขายในตลาดอยู่ที่ 29.50 บาท จึงยังมี up side ได้อีกอย่างน้อย 9.62% โดยไม่คิดรวมผลตอบแทนจากเงินปันผลที่จะได้รับอีกประมาณ 2.7% รวมอยู่ด้วย จึงยังลงทุนได้ดี

CCP ความน่าสนใจของหุ้นในกลุ่มวัสดุก่อสร้างคือ การเติบโตของเศรษฐกิจและการมีงานซ่อมแซมจากผล กระทบน้ำท่วมใหญ่ในปลายปีก่อน แล้วยังจะได้รับผลดีจากโครงการเมกะโปรเจ็กต์จากภาครัฐ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่มีการเติบโตมากในปี 2555 นี้ ทำให้ธุรกิจวัสดุก่อสร้างจะมีผลกำไรที่ดีมากในปีนี้ ซึ่งดูจาก C CP แล้ว ก็พบว่าเป็นไปตามที่คาด เพราะจากครึ่งปีแรก CCP ทำกำไรรวมได้แค่ 63 ล้านบาท มาไตรมาส 3 ไตรมาสเดียวกลับทำกำไรได้มากถึง 100.93 ล้านบาท จึงมีกำไรต่อหุ้นรวม 9 เดือน ที่ 0.53 บาทแล้ว คาดว่าตลอดปีจะมีกำไรมากกว่า 250 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้นจะได้ 0.81 บาท หากเป็น อย่างนี้บอกได้เลยว่าหุ้น CCP จะน่าลงทุนมาก เพราะ ไม่ต้องไปใช้ค่าพีอีกลุ่มวัสดุก่อสร้างที่ปัจจุบันมีค่าสูงกว่า 19 เท่ามาคำนวณราคา เอาแค่พีอี 10 เท่ามาคำนวณราคาก็ยังได้คำตอบว่าราคาหุ้นควรยืน 8.10 บาท แต่ ราคาในตลาดซื้อขายกันแค่ 5.20 บาท เท่ากับยังมี u p side ราคาได้อีกมากถึง 55.77% โดยไม่ต้องไปดูว่าจะมีเงิน ปันผลหรือไม่ เพราะส่วนต่างราคาที่มากอย่างนี้ คงต้องเน้นเรื่องส่วนต่างราคาเอาไว้ก่อนเกินความคุ้มค่าในการเก็งกำไรได้มาก

KCE ผลกระทบจากน้ำท่วมในปีกลาย ทำให้หลายๆ ธุรกิจหยุดชะงัก และมีผลประกอบการที่ตกต่ำลงมาก และมีการวิจารณ์กันว่าธุรกิจชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จะตกต่ำตามภาวะเศรษฐกิจสหรัฐที่ถดถอย จึงเท่ากับให้ภาพลบกับธุรกิจเหล่านี้มาก ทำให้นักลงทุนเมินหุ้นชิ้นส่วนไปนาน แต่มาปัจจุบันต้องบอกว่าใครที่คิดอย่างนั้นก็เป็นการคิดที่ผิดมาก เพราะแค่มาดูผลประกอบการของ KCE จะพบว่าในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา ทำกำไรได้แล้ว 844 ล้านบาท ในไตรมาส 4 หรือปลายปี ปกติแล้วธุรกิจจะมีกำไรสูงจาก High Season ของธุรกิจ ดังนั้นสามารถคาดหมายได้ว่ามี 2555 นี้ KCE จะมีกำไรมากกว่า 1,100 ล้านบาท ได้แน่นอน คิดแล้วจะเป็นกำไรต่อหุ้นที่ 2.34 บาท เป็นข้อมูลที่สำคัญมาก เพราะสามารถไปประเมินราคาหุ้นได้ดี และเพียงแค่ใช้ค่าพีอี 10 เท่าในการประเมินราคา จะพบว่าคำตอบคือราคาหุ้นควรเป็น 23.40 บาท แต่พบว่าราคาซื้อขายในตลาดอยู่แค่ 8.90 บาท จึงมี u p s ide ได้อีกมากถึง 162% โดยยังไม่ได้คิดรวมผลตอบแทนจากเงินปันผลที่จะได้รับอีกประมาณ 4.5% รวมอยู่ด้วย จึงเป็นหุ้นที่น่าลงทุนมากอีกตัวหนึ่ง

IHL เป็นหุ้นในกลุ่มธุรกิจยานยนต์ที่เป็นธุรกิจที่กำลังเติบโตสูงสุดในขณะนี้ ปกติธุรกิจยานยนต์ก็มีการเติบโตสูงในแต่ละปีอยู่แล้ว มาปีกลายเกิดอุทกภัยจนทำให้ธุรกิจนี้ชะงักไปมาก จึงเกิดออเดอร์สะสมมาเพิ่มในปี 2555 นี้อย่างมาก จนแทบจะพูดได้ว่าธุรกิจเร่งการผลิตจนเต็มกำลังก็ยังไม่อาจตอบสนองกับความต้องการได้ทัน ทำให้มองผลกำไรในปี 2555 จะดีกว่าปีก่อนๆ มาก สำหรับ IH L พบว่า 9 เดือนทำกำไรได้แล้ว 177.84 ล้านบาท คาดว่าตลอดปีคงจะทำกำไรได้ถึง 250 ล้านบาทได้ ก็จะทำให้มีกำไรต่อหุ้นที่ระดับ 0.81 บาท จุดนี้ที่ทำให้น่าสนใจเพราะเมื่อมาประเมินราคาหุ้น IHL จากผลประกอบการคงไม่ต้องใช้ค่าพีอีกลุ่มที่สูง เอาแค่ค่าพีอีตลาดที่ 16 เท่ามาคำนวณ ยังจะได้คำตอบว่าราคาควรเพิ่ม 12.96 บาท แต่ราคาในตลาดซื้อขายที่ 8.85 บาท จึงมี up si de ได้อีก 46.44% โดยยังไม่ได้คิดรวมผลตอบแทนจากเงินปันผลที่จะได้รับอีกประมาณ 3.4% รวมอยู่ด้วย จึงเป็นหุ้นที่ยังลงทุนได้ดี.

Advertisements