ESSO เป็นหุ้นในกลุ่มพลังงานที่พูดได้ว่าไม่ค่อยมีคนสนใจมากนัก คงเป็นเพราะชื่อเสียงยังสู้บางบริษัทในกลุ่มธุรกิจน้ำมันที่ใหญ่กว่า เป็นธรรมดาที่บรรดานักลงทุนและนักเก็งกำไรมักจะนิยมลงทุนในหุ้นที่มีชื่อเสียงมากกว่าหุ้นที่ไม่ค่อยมีชื่อเสียงในวงการ แต่ในแง่ของการลงทุนจริงๆ แล้ว คงจะคิดอย่างนั้นตลอดไปไม่ได้ เพราะหากเป็นหุ้นชื่อเสียงดี แต่เมื่อราคาหุ้นขึ้นมาสูงกว่าพื้นฐานธุรกิจมากแล้ว ย่อมทำให้การเติบโตของราคาจะมีความจำกัดมากขึ้น ตรงกันข้ามกับหุ้นที่ชื่อด้อยกว่า แต่ราคายังต่ำกว่าพื้นฐานมากๆ กลับจะมีโอกาสที่ราคาจะขยับตัวได้มากกว่า กรณี ESSO ดูจะเข้าประเด็นนี้มากๆ ตัวหนึ่ง เพราะเมื่อดูจากผลกำไรไตรมาสแรกที่ทำได้มากถึง 3,175.73 ล้านบาท เพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 1,177% (ปีก่อนมีกำไรเพียง 240.68 ล้านบาท) ก็คงไม่ใช่จะดีใจเพราะกำไรไตรมาสแรกดีแล้วจะต้องดีทุกไตรมาส แต่อย่างน้อยก็มั่นใจได้แล้วว่าปี 2554 นี้ ESSO จะมีกำไรดีกว่าปีกลายมากแน่นอน เพราะปีกลาย (2553) ทั้งปีมีกำไรแค่ 1,653.28 ล้านบาทเท่านั้น แค่ไตรมาสเดียวปีนี้ก็มีกำไรมากกว่าเกือบเท่าตัว ดังนั้น แค่คิดว่าธุรกิจทำกำไรอีก 3 ไตรมาสแค่ 1,900 ล้านบาท หรือเฉลี่ยทำกำไรไตรมาสละ 6 ร้อยล้านบาทเศษ ก็นับว่าเล็กน้อยมาก แต่คิดแล้วกำไรปี 2554 จะได้กว่า 5 พันล้านบาททันที เป็นกำไรต่อหุ้นจะได้ที่ 1.45 บาท ก็ลองประเมินราคาหุ้นจากค่าพีอี 10 เท่า ยังได้คำตอบว่าราคาหุ้นควรยืน 14.50 บาทได้ แต่ราคาในตลาดซื้อขายแค่ 11 บาท จึงมี Up side ได้อีกมากถึง 31.82% โดยยังไม่ได้คิดรวมเงินปันผลที่จะได้รับประมาณ 5.3% ต่อปีรวมอยู่ด้วย ทำให้หุ้น ESSO ยังน่าลงทุนมาก

Advertisements