KBS เป็นธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำตาลจุดเดิมของ KBS คือ การได้ทำสัญญาขายล่วงหน้า ทำให้ไม่ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำตาลที่ลดลง กลับกลายเป็นการสามารถประเมินรายได้และกำไรที่ใกล้เคียงความเป็นจริงได้ โดยมีการประเมินว่า KBS จะทำกำไรในปี 2555 นี้ได้ 880 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 1.74 บาท ซึ่งพบว่าไตรมาสแรกมีการทำกำไรไปแล้ว 309 ล้านบาท ที่เหลือจึงมีความเป็นไปได้สูง ที่จะทำกำไรได้ตามที่ประเมิน ดังนั้น เมื่อมาประเมินราคาหุ้นที่เหมาะสมด้วยการใช้ค่าพีอีของกลุ่มอาหารที่ปัจจุบันมีค่าที่ 14% เท่า จะได้คำตอบว่าราคาหุ้นควรเป็น 24.53 บาท แต่ยังคงพบการซื้อขายในตลาดที่ราคา 9.9 บาทเท่านั้น แสดงว่าราคายังต่ำกว่าความเป็นจริงอยู่มาก ทำให้มีความเสี่ยงในการลงทุนต่ำ ทั้งนี้ยังไม่ได้คิดรวมเงินปันผลตอบแทนที่จะได้รับอีกประมาณ 8% รวมอยู่ด้วย ทำให้ KBS เป็นหุ้นที่ยังต่ำ ดังนั้น ต้องมีการพิจารณาการลงทุนให้เหมาะสมด้วย ไม่อย่างนั้นอาจจะพบกับปัญหาในการขาย คือจะกลายเป็นการขายยากกว่าการซื้อ

SAMART หุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีสื่อสารยังคงได้รับความนิยมในการเก็งกำไรค่อนข้างมาก จนพูดได้ว่ายังอยู่ในยุคยอดนิยมจึงจะสอดรับกับยุคการเมืองในปัจจุบันด้วย กรณี SAMART เมื่อมาดูผลประกอบการแล้วนับว่าหน้าสนใจ พบว่าธุรกิจมี Margin สูง และจากผลประกอบการที่แข็งแกร่ง ทำกำไรได้ 268 ล้านบาท เป็นกำไรมี่สูงกว่าไตรมาสก่อน 76% และยังเป็นกำไรที่สูงกว่าช่วงเดือนเดียวกันของปีก่อนอีก 79% ด้วย ทำให้มองว่า SAMART จะมีการปรับเพิ่มกำไรในปี 2555 นี้ไว้ที่ 1,000 ล้านบาท กำไรต่อหุ้นจะได้ 1.01 บาท เมื่อมาประเมินราคาหุ้นที่เหมาะสมด้วยการใช้ค่าพีอีตลาดที่อยู่ระดับ 15.3 เท่าในปัจจุบัน (พีอีกลุ่มสื่อสารสูงกว่า21 เท่า) ยังได้คำตอบว่าราคาหุ้นควรเป็น 15.52 บาท แต่พบว่าราคาซื้อขายในตลาดยังอยู่ที่ 9.40 บาท เท่ากับยังมี Up side ได้อีก 65% โดยไม่ได้คิดรวมผลตอบแทนจากเงินปันผลที่จะได้อีกประมาณ 6% รวมอยู่ด้วย ทำให้ SAMART ดูจะมีความคุ้มค่าในการลงทุนมากขึ้น และยังมองว่ามีความเสี่ยงในการลงทุนต่ำด้วย เนื่องจากปัจจุบันยังมีค่าพีอีต่ำมาก ยิ่งหุ้นในกลุ่มมีบรรยากาศของการเก็งกำไรสูง จะทำให้ SAMART มีโอกาสเก็งกำไรได้ในอนาคตตามไปด้วย

PS เรายังให้ความสนใจกับหุ้นในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์มากเป็นพิเศษ เพราะพิจารณามาแล้ว ยังพบว่าธุรกิจนี้ยังมีโอกาสในการสร้างกำไรได้ดีอย่างต่อเนื่องแม้จะถูกวิจารณ์อย่างมากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาว่าจะเกิดปัญหาฟองสบู่ แต่มาถึงปัจจุบันก็ยังคงมีการเจริญเติบโตได้ดี แสดงว่าที่มองกันผิวเผินและไม่เป็นจริง ดังนั้นการมามอง PS ก็เพื่อจะบอกว่ามีคนมองว่าธุรกิจกำลังอยู่ในช่วงการเติบโตที่ดีนับจากกลางปีนี้ จากยอดขายที่ฟื้นตัวอย่างมากในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทำให้สามารถคาดหมายได้ว่า PS จะมีกำไรสูงในปี 2555 นี้ โดยคาดว่าจะทำกำไรได้ถึง 3 พันล้านบาท กำไรต่อหุ้นจะได้ 1.37 บาท ดังนั้นเมื่อมาประเมินราคาหุ้นที่เหมาะสมของ PS ในปีนี้ โดยใช้ค่าพีอีตลาดที่ 15.3 เท่าคำนวณ (พีอีกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ = 19.3 เท่า) จะได้คำตอบออกมาว่าราคาควรเป็น 20.9 6 บาท ในขณะที่ราคาซื้อขายในตลาดปัจจุบันอยู่ระดับ 17.3 บาท จึงยังมี Up side ได้อีก 21.16% ทำให้หุ้น PS ยังมีลุ้นในการเก็งกำไรได้พอสมควร ส่วนเงินปันผลอาจไม่น่าสนใจมากนัก เมื่อให้ผลตอบแทนไม่ถึง 2.5% ดังนั้นการมองในหุ้นตัวนี้คงต้องเน้นการเก็งกำไรมากกว่า โดยดูเฉพาะส่วนราคาหุ้นเป็นหลัก ส่วนปันผลก็มองเป็นแค่ของแถมหรือเป็นเฉพาะในการรองรับการลงทุนก็ได้.

Advertisements