[InfoQuest] THAI ในกำมือ สรจักร เกษมสุวรรณ
16-10-2012 10:51:37

หลายเดือนหลังจากวิวาทะที่ไม่สามารถประนีประนอมกันได้ระหว่าง อดตดีดีบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ และบอร์ดบริษัทผ่านสื่อ จนทำให้คนแรกหลุดจากเก้าอี้บริหารกะทันหันแล้วก็สามารถลงตัวกับตำแหน่งดีดีคนใหม่ นายสรจักร เกษมสุวรรณ ซึ่งเข้ารับทำงานวันแรกตั้งแต่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมา
หลังจากเริ่มทำงาน นายสรจักรก็ลงมือแถลงข่าวเปิดเผยตัวเป็นครั้งแรก โดยกล่าวถึงภารกิจของตนเอง 2 ห้วงเวลาคือ
-ระยะกลาง ได้แก่การทำแผนธุรกิจในปี พ.ศ.2556 ที่จะยื่นเสนอต่อคณะกรรมการภายใน 31 ธ.ค.นี้ ซึ่งเป็นแผนสำหรับปีหน้าในระยะยาว ต้องเพิ่มนวัตกรรมในการบริหารงาน ตั้งแต่ตัวเครื่อง การทำงานของบุคลากร โดยการเน้นความคิดสร้างสรรค์และการพัฒนาทำธุรกิจสายการบินโดยเฉพาะการออกจากกรอบแนวคิด เนื่องจากการบินไทยเป็นองค์กรขนาดใหญ่และมีอายุยาวนาน ขณะที่ต่างประเทศพัฒนาไปไกลแล้ว มากกว่านั้น คือการขยายตลาดในภูมิภาคอาเซียน เนื่องจากการขยายตัวทางธุรกิจด้านการบินยังมีสูง โดยเฉพาะประเทศจีน และญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นตลาดที่ยังไม่อิ่มตัว ทำให้สายการบินยังมีโอกาสในการขยายตัวสูง
-เฉพาะหน้า ต้องทำในไตรมาสนี้ ด้วยการการเพิ่มคุณภาพการบริการ หรือการสร้าง Thailand Branding บนเครื่องไทยให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ นับแต่ บริการด้านอาหารให้เป็นร้านอาหารไทยที่ดีที่สุดบนอากาศ และการขายสินค้า “ความเป็นไทย” พร้อมกับปรับปรุงโอกาสในการตั้งราคาเพื่อควบคุมรายได้ เพิ่มเที่ยวบิน หรือปรับโครงสร้างราคาให้ยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น รวมถึงการเพิ่มยอดขายทางอินเทอร์เน็ต
-ระยะกลาง ได้แก่การทำแผนธุรกิจในปี พ.ศ.2556 ที่จะยื่นเสนอต่อคณะกรรมการภายใน 31 ธ.ค.นี้ ซึ่งเป็นแผนสำหรับปีหน้าในระยะยาว ต้องเพิ่มนวัตกรรมในการบริหารงาน ตั้งแต่ตัวเครื่อง การทำงานของบุคลากร โดยการเน้นความคิดสร้างสรรค์และการพัฒนาทำธุรกิจสายการบินโดยเฉพาะการออกจากกรอบแนวคิด เนื่องจากการบินไทยเป็นองค์กรขนาดใหญ่และมีอายุยาวนาน ขณะที่ต่างประเทศพัฒนาไปไกลแล้ว มากกว่านั้น คือการขยายตลาดในภูมิภาคอาเซียน เนื่องจากการขยายตัวทางธุรกิจด้านการบินยังมีสูง โดยเฉพาะประเทศจีน และญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นตลาดที่ยังไม่อิ่มตัว ทำให้สายการบินยังมีโอกาสในการขยายตัวสูง
-เฉพาะหน้า ต้องทำในไตรมาสนี้ ด้วยการการเพิ่มคุณภาพการบริการ หรือการสร้าง Thailand Branding บนเครื่องไทยให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ นับแต่ บริการด้านอาหารให้เป็นร้านอาหารไทยที่ดีที่สุดบนอากาศ และการขายสินค้า “ความเป็นไทย” พร้อมกับปรับปรุงโอกาสในการตั้งราคาเพื่อควบคุมรายได้ เพิ่มเที่ยวบิน หรือปรับโครงสร้างราคาให้ยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น รวมถึงการเพิ่มยอดขายทางอินเทอร์เน็ต
ภารกิจข้างต้น นายสรจักรกล่าวว่า ยังไม่ได้มีการการประเมินตัวเลขเพื่อพิสูจน์ระดับของความสำเร็จ เพราะการทำงาน หรือการสร้างกำไรในอนาคตต้องอยู่ที่บุคลากรที่จะช่วยกัน และยังไม่สามารถตอบได้ในขณะนี้ แต่หากเกิดความผิดพลาดก็พร้อมจะรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว
แม้จะเป็นที่ชัดเจนว่า การเข้าดำรงตำแหน่งของผู้บริหารสูงสุดคนล่า (ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุร่ำลือว่า ได้ใบสั่งจากฝ่ายการเมืองหรือไม่) จะทำให้สุญญากาศและประเด็นวิวาทะแบบที่เคยเกิดขึ้นระหว่างบอร์ด กับดีดี จบลงไปชั่วคราวทำให้การบริหารราบรื่นมากขึ้น แต่ความไม่ชัดเจนในเรื่องแผนธุรกิจก็ยังคงต้องติดตามกันต่อไปว่าจะมียุทธศาสตร์และกลยุทธ์อย่างไรในการพลิกฟื้นสถานการณ์ของการบินไทย ที่ตกอยู่ในภาวะ “สาละวันเตี้ยลง” มานานติดต่อกันยาวนานได้ ก่อนที่จะสูญเสียฐานะสายการบินแห่งชาติในอนาคต แบบเดียวหันกับที่สายการบินใหญ่กว่าอย่างเจแปน แอร์ไลน์สเคยประสบมาแล้ว
การเอ่ยแสดงความมั่นใจว่า “จะสามารถพัฒนาสายการบินไทย และสามารถเพิ่มกำไรได้อย่างแน่นอน” จึงเป็นแค่คำมั่นสัญญา ที่ต้องรอการพิสูจน์ ไม่ใช่บทสรุปที่แท้จริงเพราะโดยข้อเท็จจริงและบริบทของการบริหาร THAI นั้นเป็นมากกว่าภารกิจของซิสซีฟัส (ตำนานเทพกรีกโบราณที่ถูกลงโทษให้เข็นก้อนหินขึ้นภูเขาแล้วปล่อยให้ตกลงมาเมื่อถึงยอด เพื่อกลับมาเข็นขึ้นไปใหม่ตลอดกาล) และการสร้างภาพลักษณ์ในเชิงบริหารอย่างเดียว แต่เป็นการสร้างยุทธศาสตร์ที่ถูกต้องแห่งชัยชนะและความสำเร็จของสายการบินแห่งชาติในการต่อสู้กับการแข่งขันระหว่างประเทศที่เข้มข้น
หลายปีมานี้ THAI ต้องเผชิญกับปัญหาถูกแบ่งส่วนแบ่งการตลาดทั้งจากคู่แข่งสายการบินประจำ(full-services)และโลว์คอสต์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเมื่อ 2 ปีก่อนมีสถิติยืนยันว่า ในประเทศ THAI เหลือส่วนแบ่งแค่ 50% ส่วนต่างประเทศในภูมิภาคเหลือแค่ 35% (ในปัจจุบันน่าจะต่ำลงไปอีกพอสมควร) มีรายได้เป็นอันดับที่ 10 ของเอเชียแปซิฟิก และอันดับ 23 ของโลก
ปีที่แล้ว THAI มีผลประกอบการขาดทุน และช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-มิ.ย.)ยังมีรายได้ต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้
ไออาต้าซึ่งเป็นองค์กรด้านข้อมูลข่าวสารการบินระหว่างประเทศ ระบุว่า สายการบินในเอเชียยามนี้ อนาคตไม่สดใสเอาเสียเลย เนื่องจากแนวโน้มของการแข่งขัน และเศรษฐกิจที่ทำท่าชะลอตัว แถมยังมีปัญหาในเรื่องชาตินิยมร้อนแรงที่ทำให้การเมืองระหว่างประเทศร้อนระอุ ไม่ชวนแก่การเดินทางเอาเสียเลย โดยเฉพาะเอเชียตะวันออกที่จีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่นเปิดศึกแย่งเกาะกันคุกรุ่น
สถานการณ์ของ THAI ปีนี้ ไม่ได้แตกต่างกับสายการบินในเอเชียอื่นๆ ที่มีรายได้ตกต่ำลงและกำไรลดลงโดยรวมเนื่องจากตลาดจีนและเอเชียปรับฐานลง แต่สายการบินที่บินไปยังอเมริกาจะมีรายได้เพิ่มขึ้น เพราะอเมริกาขาดแคลนเครื่องบินพาณิชย์ในระยะนี้มาก หลังจากวิกฤตการบินหลายปีก่อนทำให้ทรุดโทรมลงไป แต่ที่สำคัญ ราคาน้ำมันกำลังเริ่มกละบมาสู่ช่วงเวลาขาขึ้นระลอกใหม่อีกครั้ง
ไม่เพียงเท่านั้น ปัญหาการแข่งขัน นับจาก ค่าตั๋วที่ขึ้นยากและซับซ้อนมากขึ้น ต้นทุนหลากหลายที่บริหารยากขึ้นโดยเฉพาะต้นทุน
กรณีศึกษาจากสายการบิน เจแปนแอร์ไลน์ส ของญี่ปุ่นซึ่งครั้งหนึ่งเคยได้ชื่อว่าใหญ่ที่สุดในด้านรายได้ของเอเชีย ถอนตัวออกจากตลาดหุ้นโตเกียวเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2553 ภายใต้คำแนะนำของกองทุนฟื้นฟูกิจการที่เป็นองค์กรกึ่งรัฐกึ่งเอกชนที่เข้ามาช่วยเหลือกอบกู้ฐานะ หลังจากที่พบว่าหมดความสามารถชำระหนี้สินพ้นตัวกับเจ้าหนี้สถาบันการเงินรายใหญ่ 3 รายหลัก และต้องปรับลดรายจ่ายมหาศาล ตัดเส้นทางบินที่ไม่ทำกำไรทิ้งไป ลดจำนวนพนักงานครั้งใหญ่อันผิดประเพณีของการจ้างงานแบบญี่ปุ่น รวมทั้งจัดโครงสร้างประเภทเครื่องบิน โดยมีเครื่องใหม่ซึ่งประหยัดน้ำมันสำหรับบินระยะกลางและระยะยาวเพิ่มขึ้น ก็เพิ่งจะกลับเข้ามาจดทะเบียนใหม่เมื่อเดือนก่อนนี้เอง เป็นตัวอย่างชัดเจนถึงความร้อนแรงของการแข่งขันได้ดี
ภาพใหญ่ของธุรกิจสายการบินพาณิชย์ที่นายสรจักรยังไม่ได้กล่าวถึงเลย ถูกนักวิเคราะห์ทางการบินระบุว่า เป็นจุดอ่อนที่ต้องการความชัดเจนมากขึ้น เพราะตราบใดที่ยังไม่สามารถกำหนดตำแหน่งของการแข่งขัน เพื่อค้นหาให้ได้ว่าปัจจุบันและอนาคตอันใกล้นั้น ลูกค้าคือใคร คู่แข่งขันจริงคือใคร ก็ยากที่จะกำหนดทิศทางของธุรกิจได้ถูกต้องว่าควรเดินไปทางไหน
ตัวอย่างชัดเจนที่ควรสรุปเป็นบทเรียนคือ ในการแข่งขันกับสายการบินประจำนั้น ผู้บริหารของ THAI ในอดีตกำหนดว่า ลูกค้าเป้าหมายคือ นักธุรกิจ แต่ปรากฎในข้อเท็จจริงที่ยืนยันว่าลูกค้าหลักคือ นักท่องเที่ยวซึ่งจะนั่งชั้นประหยัดหรืออีโคโนมี ในขณะที่นักธุรกิจที่จะซื้อตั๋วโดยสารชั้น 1 หรือชั้นธุรกิจ ได้หันไปใช้บริการของสิงคโปร์แอร์ไลน์หรืออื่นๆ ซึ่งมีบริการทันสมัยกว่า ผลลัพธ์คือโอกาสทาง
“อนาคตของ THAI ในกำมือของนายสรจักรนั้นคงจะต้องขึ้นกับแผนธุรกิจว่ามีความรอบคอบและวิสัยทัศน์มากเพียงใด”

Advertisements