พลิกขาดทุน“ระเฑียร ศรีมงคล” ปีหน้า เคทีซี “กำไร” โต 2 เท่า

ปีหน้า กำไร“เคทีซี” ต้องโต 2 เท่า ทำได้รึเปล่า ไม่มีผู้ใดหยั่งรู้ แต่ “แม่ทัพคนใหม่” “ระเฑียร ศรีมงคล” “จั่วหัว”แบบนี้ “นักลงทุนตาลุกวาว”

ภารกิจ “พิชิตกำไร” คำมั่นสัญญาที่อดีตผู้บริหารแบงก์นครหลวงไทย “พี่หมอ” “ระเฑียร ศรีมงคล” เคยพูดไว้ในช่วงแรกๆที่นั่งประจำการณ์ตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ของบมจ.กรุงไทย (KTC) แทน “นิวัตต์ จิตตาลาน” ที่ขอลาออกจากการเป็นกรรมการ พร้อมเกษียณอายุการทำงานจากเก้าอี้ซีอีโอเมื่อวันที่ 1 ม.ค.2555

ผ่านมา 9 เดือน (30 ก.ย.2555) “แม่ทัพคนใหม่” ดีกรีแพทย์ศาสตร์บัณฑิต (ศิริราช) มหาวิทยาลัยมหิดล และปริญญาโทรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาราชภัฏสวนสุนันทา สามารถโชว์ผลงานได้อย่าง “โดดเด่น”
ด้วยการพลิกขาดทุน 1,621 ล้านบาท ในปี 2554 เป็นกำไรสุทธิ 62 ล้านบาท

“โยโกโสะ โอกินาวา เยือนเกาะสวรรค์ สัมผัส 3 มรดกโลก กับเคทีซี” ระหว่างวันที่ 29 พ.ย. – 3 ธ.ค.2555 เกาะโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น จดหมายเชิญร่วมงานแถลงข่าวทิศทางธุรกิจของเคทีซีประจำปี 2556 ที่ทีมประชาสัมพันธ์ร่อนถึงสื่อมวลชนไม่ต่ำกว่า 80 ชีวิต งานนี้ “แม่ทัพใหญ่” ขน 4 ผู้บริหารระดับสูงไปร่วมแจกแจงรายละเอียดแบบถี่ยิบ

“สิ้นปี 2555 “ฟันธง” บริษัทมี “กำไรสุทธิ” แน่นอน แต่ผมยังการันตีไม่ได้ว่าเราจะประกาศจ่ายเงินปันผลหรือไม่ ? ทุกอย่างขึ้นกับมติของบอร์ด ถ้าจ่ายเงินปันผลได้เราไม่รีรอแน่นอน ผมเข้าใจความรู้สึก “แฟนพันธุ์แท้” หุ้น KTC เป็นอย่างดี” “ระเฑียร ศรีมงคล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “เคทีซี” โปรยคำหวาน

ผมเข้ามาทำงานในเคมีซีมาตั้งแต่ต้นปี 2555 เห็น “จุดด้อย” หลายอย่าง ก็พยายามแก้ไข โดยเฉพาะเรื่องเอาท์ซอร์ส ที่ผ่านมาเรามีต้นทุนในส่วนนี้ค่อนข้างมาก ตอนนี้อะไรที่ทำเองได้เราจะดึงกลับมา อาทิเช่น call center เป็นต้น
ถามต่อว่าถ้าผมปรับปรุงทุกอย่างครบถ้วนแล้วผลจะเป็นอย่างไร ตัวเลขการเงินทุกตัวสวยชัวร์ เขาเชื่อมั่น

การออกไปหาเงินในแถบประเทศ AEC เป็นเรื่องที่น่าสนใจ ผมเคยให้ข่าวไปแล้วครั้งหนึ่งว่า บริษัทสนใจประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เขาพูดภาษาเดียวกับเรา ที่สำคัญกำลังซื้อมีโอกาสมากขึ้น เพราะเขากำลังเติบโต

ถามว่าจะได้เห็นช่วงไหน เรื่องแบบนี้จะเข้าไปแบบสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้เด็ดขาด ต้องหาข้อมูลดีๆ ขอเวลาสัก 1-2 ปี น่าจะได้เห็นเป็นรูปเป็นร่าง วิธีการทำธุรกิจ เราคงไปหาเพื่อนใหม่ที่เป็นคนท้องถิ่น ผมไม่เชื่อว่าเราจะเก่งทุกที่ แต่เชื่อในเรื่องการมีพันธมิตร ผมยอมกิน 50% ในเค้กก้อนใหญ่ๆ ดีกว่ากิน 50% ในเค้กก้อนเล็กๆ ก่อนหน้านี้ก็มีคนมาชวน แต่ฐานะการเงินเราไม่พร้อม วันนี้เราพร้อมทั้งตัวและหัวใจ (หัวเราะ)

ถามถึงเรื่องราคาหุ้น “พี่หมอ” สวนกลับทันที ผมไม่อยากคอมเมนท์เรื่องนี้ เพราะในตลาดหุ้นมีนักลงทุนรายประเภท เราไม่ใช่หุ้นขนาดใหญ่ สภาพคล่องไม่มาก พูดมากเดี๋ยวเขาหาว่าผมปั่นหุ้น เราจะพูดถึงเรื่องการดำเนินงานอย่างเดียว ถ้าเราทุกอย่างเกิดขึ้นตามเป้าหมาย ราคาหุ้นก็คงไป ตามทฤษฎีมันควรเป็นแบบนั้น

ผมบอกได้เพียงว่า ในปี 2556 บริษัทอาจมีกำไรขยายตัวมากกว่า 1-2 เท่า ส่วนในแง่ของรายได้ต้องเติบโตมากกว่า 10% เพราะภายในไตรมาส 4/2555 เราจะออกโปรโมชั่นแรงๆตัวหนึ่ง ถ้าใช้ได้ผลและได้ใจลูกค้ามีคนมาใช้เยอะ ผลประกอบการดีแน่นอน

ปีหน้าเราจะให้ความสำคัญกับพันธมิตรในและนอกประเทศมากขึ้น สื่อมวลชนจะเบื่อหน้าเคทีซีไปอีกนาน เพราะท่านจะเจอเราตามงานแถลงข่าวแถบทุกสัปดาห์ บริษัทจะมีแคมเปญมากมายพร้อมเสริฟลูกค้าอย่างคุ้มค่า
เราวางงบการตลาดปี 2556 ประมาณ 1,000 ล้านบาท

โปรโมชั่นทุกตัว เราจะให้ลูกค้าแบบไม่มีเงื่อนไข ไม่มีเครื่องหมายดอกจัน ไม่มีหมายเหตุ ให้ก็คือให้ ผมขายความจริงใจ ขายอะไรที่เป็นของแท้ เร็วๆนี้บริษัทจะะออกโปรโมชั่น “จับฉลากปลดหนี้” จับได้ใคร เราปลดหนี้ให้หมดเลย ความฝันอันสูงสุดของคนมีหนี้ คือ อยากหมดหนี้ (จริงมั้ย!) ทุกคนเกิดมาไม่มีใครอยากเป็นหนี้ แต่มันจำเป็น

ถามว่าแคมเปญเหล่านี้เป็นเรื่องที่เข้าข่ายความกังวลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือไม่ เขาถอนหายใจ ก่อนตอบว่า เราไม่ได้ “ลดแลกแจกแถม” แต่เรามาปลดหนี้ให้เขา ฉะนั้นธปท.ต้องสนับสนุนเราสิ!

โอเคผมยอมรับโปรโมชั่นบางตัว ก็มีแรงกระตุ้นแฝงเหมือนกัน ต่อให้เราออกโปรโมชั่นเรียกลูกค้ามากมายขนาดไหน แต่รับรองได้ว่าตัวเลขหนี้เสียของเราไม่สูงขึ้นแน่นอน ณ เดือนก.ย.ที่ผ่านมา เคทีซี มี NPL สินเชื่อส่วนบุคคล 2.77% แต่ NPL ของอุตสาหกรรมอยู่ที่ 3.04%

“พี่หมอ” ยกหน้าที่เรื่องเงินๆทองๆให้ “ต้อม” ชุติเดช ชยุติ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส สายงานคอร์ปอเรท ไฟแนนซ์ ตอบแทนว่า ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา สามารถล้างขาดทุน 150 ล้านบาท ที่เกิดขึ้นในไตรมาส 1/2555 ได้แล้ว ผมรับรองว่าต่อไปนี้งบการเงินของเคทีซีจะไม่มีเรื่อง “เซอร์ไพรส์” ให้นักลงทุนอีกแล้ว เรื่องการตั้งสำรองได้รับการดูแลในปีนี้เรียบร้อยแล้ว

เขา การันตีว่า ตั้งแต่ปี 2556 ผลประกอบการของบริษัทจะดีขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งเรื่องการเงินนักลงทุนไม่ต้องเป็นห่วง ช่วงกลางปี 2555 เรามีแผนจะออกหุ้นกู้ชุดใหม่ เพื่อทดแทนหุ้นกู้ชุดเดิมที่กำลังจะหมดอายุมูลค่า 13,000 ล้านบาท หากดอกเบี้ยหุ้นกู้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

“จ๊ะ” “ปิยะศักดิ์ เตชะเสน” รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส สายงานกลุ่มผลิตภัณฑ์และช่องทางจัดจำหน่าย รับอาสาเล่ากลยุทธ์การตลาดปีหน้าให้ฟังว่า ที่ผ่านมาได้รับการสนับสนุนที่ดีจากพันธมิตร ทำให้การใช้จ่ายของลูกค้าดีขึ้นมาก ส่งผลให้ผลประกอบการในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาดีขึ้นมาก ฉะนั้นสิ้นปีนี้เรามีกำไรแน่นอน เขาเป็นอีกผู้หนึ่งที่ย้ำเรื่องกำไร

ในปี 2556 เรายังคงให้ความสำคัญกับบริการหลังการขายเหมือนเดิม ที่สำคัญบริษัทจะจับมือกับพันธมิตรมากขึ้น ใครมีบัตรเคทีซี ขอให้ใช้นับตั้งแต่วันนี้ เพราะปีหน้าคุณจะเป็นบุคคลที่โชคดี ใครรู้จักเคทีซีจะรู้ว่าเราไม่เคยทำให้ลูกค้าผิดหวัง แต่โปรโมชั่นจะเป็นอะไรบ้างยังบอกไม่ได้

ด้าน “ต๋อย” สุดาพร จันทร์วัฒนากุล” รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานธุรกิจสินเชื่อบุคคล บอกว่า ทุกวันนี้ธุรกิจสินเชื่อยังแข่งขันรุนแรง ที่ผ่านมาในอุตสาหกรรมมีการปล่อยสินเชื่อมูลค่า 239,000 ล้านบาท เคทีซีมีมาร์เก็ตแชร์ 5% ณ เดือนต.ค.ที่ผ่านมา เคทีซี มีฐานลูกค้าส่วนบุคคล 113,000 ราย ยอดลูกหนี้สิ้นปี 2555 น่าจะปิดที่ 13,000 ล้านบาท ปี 2556 เราตั้งเป้ายอดลูกหนี้ 14,000 ล้านบาท หรือเติบโต 8% เรามีโปรแกรมการตลาดเด็ดๆ 3-4 โปรแกรม รับรองเข้าเป้าหมายชัวร์

ผู้บริหารคนสุดท้าย “อั้ว” พิทยา วรปัญญาสกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานกลยุทธ์ธุรกิจ ควบคุม 3 ฝ่าย คือ การตลาดท่องเที่ยวและสันทนาการ,การตลาดสมาชิกบัตร และการตลาดธุรกิจประกัน เล่าว่า ที่ผ่านมาลูกค้าของเคทีซีนิยมใช้เงินในหมวดท่องเที่ยวมากที่สุดคิดเป็น 10% ของทั้งหมด ทำให้พอร์ตส่วนนี้เพิ่มขึ้นทุกปี สิ้นปี 2556 น่าจะจบ 90,000- 95,000 ล้านบาท

เราจะทำการตลาด 3 ส่วน คือ 1. เน้นการเป็นวัน สต๊อป เซอร์วิส และให้คำปรึกษาเรื่องการท่องเที่ยวและเดินทาง 2.ลูกค้าสามารถซื้อผลิตภัณฑ์ผ่านออนไลน์ได้ เช่น จองตั๋วเครื่องบิน โรงแรม และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เป็นต้น 3.เรื่องพันธมิตรเรายังคงเดินหน้าจับมือกับกันอย่างต่อเนื่อง

“ระเฑียร ศรีมงคล” ทิ้งท้ายว่า…เราไม่ต้องการเป็นที่หนึ่งเรื่องบัตรเครดิต เพราะเคยพิสูจน์มาแล้วว่าการเป็นที่หนึ่งในเรื่องนี้ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น แต่เราจะเน้นการเป็นที่หนึ่งในใจลูกค้า ถ้าเขาเชื่อใจเรา เขาก็พร้อมเข้ามาหาเราชนิดไม่ต้องคิดมาก

เจ็บลึก ! ขาดทุน “สองครั้ง” ในรอบ 4 ปี ในรอบ 4 ปีที่ผ่านมา (2551-2554) บมจ.บัตรกรุงไทย ภายใต้การบริหารงานของ “นิวัตต์ จิตตาลาน” อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารแสดงผลขาดทุนถึง 2 ครั้ง

โดยครั้งแรกเกิดขึ้นในปี 2552 มีผลขาดทุน 394 ล้านบาท หลังตั้งสำรองเผื่อหนี้สงสัยจะสูญโดยร่นระยะเวลาการนับลูกค้าผิดนัดชำระ เหลือ 90 วัน จาก 180 วัน ซึ่งเป็นการกันสำรองตามมาตรฐานบัญชีใหม่ (IAS 39) ถือเป็นการขาดทุนครั้งแรกหลังบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น

ผลขาดทุนครั้งที่ 2 เกิดขึ้นในปี 2554 จำนวน 1,621 ล้านบาท หลังเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ในช่วงเดือนต.ค.2554 ส่งผลให้บริษัทมีพอร์ตลูกหนี้สุทธิรวม 42,920 ล้านบาท ลดลง 4% ขณะที่ฐานสมาชิกรวมอยู่ที่ 2.2 ล้านบัญชี แต่รายได้รวมเพิ่มขึ้นเพียง 3% เท่ากับ 12,497 ล้านบาท ส่วนใหญ่เพิ่มจากธุรกิจสินเชื่อบุคคล นอกจากนั้นบริษัทยังมีค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 20% เป็น 14,094 ล้านบาท

สาเหตุทั้งหมดเกิดจาก3 ปัจจัยหลัก ประการแรก บริษัทได้ตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญพิเศษสำหรับลูกหนี้เฉพาะกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

ประการที่สอง บริษัทได้ตั้งสำรองเพิ่มพิเศษจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายการตลาด เพื่อรองรับการแลกสิทธิประโยชน์ของสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีรอยัลออร์คิด พลัส

ส่วนประการสุดท้าย จากมาตรการลดภาษีของรัฐจาก 30% เหลือ 23% ในปี 2555 ส่งผลต่อการรับรู้ผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตสำหรับภาษีเงินได้รอตัดบัญชีที่เกิดจากผลแตกต่างชั่วคราวของค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญและอื่นๆ ลดลงไป 7%

สำหรับฐานะทางการเงิน ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2554 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 47,443 ล้านบาท ลดลงจาก 48,541 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2553 ขณะที่พอร์ตลูกหนี้การค้ารวมสุทธิเท่ากับ 42,920 ล้านบาท ลดลงจาก 44,775 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2553 ส่วนฐานสมาชิกรวม 2.2 ล้านบัญชี ประกอบด้วย บัตรเครดิต 1,619,863 บัตร ยอดลูกหนี้บัตรเครดิตสุทธิ 30,940 ล้านบาท สินเชื่อบุคคล “เคทีซี แคช” เท่ากับ 583,637 บัญชี ยอดลูกหนี้สินเชื่อบุคคลเคทีซี แคช สุทธิ 11,650 ล้านบาท และสินเชื่อเจ้าของกิจการ “เคทีซี มิลเลี่ยน” สุทธิ 58 ล้านบาท

Advertisements