[InfoQuest] PASMER กลยุทธ์เด็ด เสี่ยเจริญ-เจ้าสัวธนินท์
14 ธันวาคม 2555

ปี 2555 กลุ่มทุนไทย 3 กลุ่มใหญ่ รุกเข้าซื้อกิจการข้ามชาติในระดับโลกเป็นข่าวใหญ่ใน 2 รูปแบบ ที่มีความน่าสนใจอย่างยิ่ง รูปแบบแรก เป็นการเข้าซื้อกิจการเพื่อเข้าครอบงำกิจการเบ็ดเสร็จ (Total Control Acquisition) ซึ่งกลุ่ม ปตท. โดยบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP เข้าประมูลซื้อกิจการในอังกฤษ แข่งกับรอยัลดัตช์/เชลล์ ยักษ์ค้าน้ำมันระดับโลก ซึ่งผลปรากฏว่า ฝ่ายบริษัทไทยได้รับชัยชนะงดงาม PTTEP ได้ทำคำเสนอซื้อหุ้นสามัญที่ชำระแล้วและยังไม่ได้ชำระทั้งหมดของบริษัท Cove Energy Plc. ที่ราคา 240 เพนซ์ต่อหุ้น โดยบริษัท Cove Energy Plc. ได้ถือสัดส่วนร้อยละ 8.5 ในโครงการ Rovuma ซึ่งเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ในสาธารณรัฐโมซัมบิก (World Class Gas Discovery) และคาดว่าจะมีปริมาณสำรอง (Resources) มากกว่า 60 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต รวมทั้งแหล่งน้ำมัน Black Pearl Prospect ซึ่งอยู่ในพื้นที่โครงการนี้ด้วย นอกจากนี้ Cove ยังถือสัดส่วนร้อยละ 10 ในแปลงสัมปทาน Rovuma Onshore Area รวมถึงการถือสัดส่วนร้อยละ 10-25 ในแปลงสัมปทานน้ำลึกอีก 7 แปลงในประเทศเคนยาอีกด้วย การเสนอซื้อหุ้นครั้งนี้เป็นก้าวที่สำคัญของ PTTEP ในการขยายการลงทุนในแหล่งพลังงานสู่ภูมิภาคแอฟริกาตะวันออก ที่มีศักยภาพทางไฮโดรคาร์บอนสูงภูมิภาคหนึ่งของโลก รูปแบบที่สอง เป็นการเข้าซื้อกิจการ ด้วยวงเงินที่ใช้มหาศาล ภายใต้กลยุทธ์ใหม่ที่ไม่คุ้นเคยกันมาก่อน เรียกว่า การฮุบกิจการบางส่วนเชิงกลยุทธ์เพื่อเข้าสู่ตลาดโดยมุ่งหวังในสาระสำคัญคือ ทรัพยากรเชิงกลยุทธ์ (PASMER – Partial Acquisitions for Strategic Market Entry Rationale) ซึ่งกระทำโดยกลุ่มทุนใหญ่ 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มสิริวัฒนภักดี นำโดยเสี่ยเจริญ สิริวัฒนภักดี และกลุ่มเจริญโภคภัณฑ์ นำโดยเจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ กลุ่มแรก ใช้วงเงินมากกว่า 8 หมื่นล้านบาท เพื่อเข้าฮุบกิจกิจบางส่วน กลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ โดยใช้บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) หรือ THBEV ทุ่มเงิน 7.8 หมื่นล้านบาท ซื้อกิจการ บริษัทน้ำดื่ม โลจิสติกส์ และอสังหาริมทรัพย์ F&N ในสัดส่วน 18% และบริษัท เอเชีย บริวเวอรี่ โปรดักส์ หรือ APB ผู้ผลิตไทเกอร์เบียร์ยังซื้อหุ้น 7% ต่อมาจากกลุ่มธนาคาร OCBC ที่ถูกเงื่อนไขธุรกิจธนาคารบังคับให้ต้องขายกิจการที่ไม่ใช่ธนาคารออกจากมือ และซื้อเพิ่มหุ้นของ F&N อีกประมาณ 4% รวมเป็น 22% การเข้าซื้อดังกล่าวสร้างปัญหาทางยุทธศาสตร์ธุรกิจให้กับกลุ่มเบียร์ไฮเนเก้นของเนเธอร์แลนด์ที่บริหารอยู่ เพราะ F&N ถือหุ้นใน APB อยู่แล้ว 40% ดังนั้น เท่ากับอำนาจการใช้สิทธิ์ผู้ถือหุ้นของ THBEV ใน APB ทางตรงและอ้อม จะมากกว่ากลุ่มไฮเนเก้นของฮอลแลนด์ที่เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่เดิม จึงต้องมีการปกป้องผลประโยชน์ของไฮเนเก้นตามมา ด้วยการเสนอซื้อหุ้นของ APB ที่ถืออยู่โดย F&N ทั้งหมด การต่อสู้ดำเนินไปโดยกลุ่มเสี่ยเจริญใช้วิศวกรรมการเงินเหนือชั้น ให้ THBEV บริษัทในเครืออีกรายหนึ่งคือ บริษัท ทีซีซี แอสเซทส์ เข้าไปซื้อหุ้น F&N จนถือครองได้ประมาณ 30% จนท้ายสุดหลังจากเจรจากัน ไฮเนเก้นก็ยินยอมจ่ายเงิน 4.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1.27 แสนล้านบาท) เพื่อซื้อหุ้น APB จาก F&N ซึ่งเท่ากับว่าในท้ายที่สุดกลุ่มสิริวัฒนภักดี THBEV ไม่ได้เสียธุรกิจอะไรเลย เนื่องจาก APB นั้น ไม่ใช่เป้าหมายหลักในการเข้าซื้อกิจการของ F&N มาตั้งแต่ต้น เพราะธุรกิจโลจิสติกส์ อันเป็นความแข็งแกร่งที่แท้จริงของ F&N จะอยู่ในมือของ THBEV อย่างเต็มที่ เปิดโอกาสให้ THBEV เป็นเจ้าธุรกิจโลจิสติกส์ จะเดินหน้าตามยุทธศาสตร์ต่อไปอย่างมั่นคง กลุ่มหลัง ใช้วงเงิน 2.88 แสนล้านบาท ซื้อกิจการบริษัทโฮลดิ้งของกลุ่มประกันภัย-การเงินในจีน Ping An Insurance (Group) Company of China, Ltd. บริษัทโฮลดิ้ง ซึ่งเน้นบริษัทในเครือทำธุรกิจประกันภัย และการเงินหัวแถวของจีน มีสำนักงานใหญ่อยู่ในเซินเจิ้น ซึ่งถือว่าเป็นบริษัทที่เติบโตรวดเร็วอย่างมาก เพราะเพิ่งก่อตั้งใน ค.ศ. 1988 หรือเมื่อ 14 ปีก่อน มีบริษัทในเครือข่ายมากมาย เช่น Ping An Life Insurance Company of China, Ltd. ทำธุรกิจประกันชีวิต Ping An Property & Casualty Insurance Company of China, Ltd. ทำธุรกิจประกันอัคคีภัยและเบ็ดเตล็ด China Ping An Insurance Overseas (Holdings) Limited กับ Ping An Trust & Investment Co., Ltd. ทำธุรกิจเพื่อการลงทุน Ping An Insurance Overseas ธุรกิจโฮลดิ้งตั้งอยู่ในฮ่องกง และยังมี Fortis Investments บริษัทเพื่อถือหุ้นบริษัทอื่น บริษัทย่อยนี้ ยังแตกลูกต่อไปอีก โดย Ping An Trust & Investment มีบริษัทลูกอีก 2 ราย Ping An Securities ทำธุรกิจหลักทรัพย์ และ Ping An Bank ทำธุรกิจธนาคารพาณิชย์ นอกจากนั้น ยังเข้าทำหุ้นส่วนธุรกิจสำคัญเชิงยุทธศาสตร์กับ Shenzhen Development Bank ด้วย ล่าสุด เจ้าสัวธนินท์ ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ยังเดินหน้าเจรจาซื้อหุ้นจากกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิม 3 รายของบริษัทค้าปลีกยักษ์ใหญ่อันดับ 2 ของโลกจากฝรั่งเศส คาร์ฟูร์ ด้วยวงเงินที่แม้ไม่เปิดเผย แต่ก็คาดว่าจะสูงประมาณ 92,800 ล้านบาททีเดียว ธุรกรรมการซื้อกิจการเพียงบางส่วนของทั้งกลุ่มสิริวัฒนภักดีและเครือเจริญโภคภัณฑ์นี้ แม้จะมีเป้าหมายต่างกัน แต่มีลักษณะร่วมกันที่โดดเด่นชัดเจน (ดูตารางประกอบ) ดังต่อไปนี้ เป็นธุรกิจข้ามประเทศที่มีเครือข่ายแข็งแกร่ง และมีโอกาสเติบโตมากขึ้นในอนาคต เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ แต่ไม่ได้เข้าบริหารเบ็ดเสร็จ วัตถุประสงค์ใช้เป็นเครื่องมือในการต่อยอดธุรกิจเดิมให้แข็งแกร่งมากขึ้นในสนามธุรกิจใหม่ที่ไม่คุ้นเคยมาก่อน ใช้วิศวกรรมการเงินสมัยใหม่ ที่มีทั้งเงินสด และเงินกู้ผสมผสานกัน บริษัทเป้าหมาย ล้วนเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นของประเทศนั้นๆ หรือในตลาดเสรี ที่มีข้อมูลโปร่งใส และไม่มีแผนการใดที่จะถอดถอนออกจากตลาด หลีกเลี่ยงการทำเทนเดอร์ออฟเฟอร์หลังจากเข้าซื้อกิจการสำเร็จ โดยอาจจะให้บริษัทนอมินีเข้าซื้อหุ้นเพิ่มเติมเพื่อหวังผลทางยุทธศาสตร์เพื่อประหยัดต้นทุนทางการเงิน ทั้งหมดนี้คือ โมเดลกลยุทธ์ที่กำลังมาแรงในเวทีธุรกิจระหว่างประเทศ คือ การฮุบกิจการบางส่วนเชิงกลยุทธ์เพื่อเข้าสู่ตลาดโดยมุ่งหวังในสาระสำคัญคือ ทรัพยากรเชิงกลยุทธ์ (PASMER) ไม่มีเป้าหมายควบคุมกิจการ เพราะไม่มีความช่ำชองในตลาดที่กำลังต้องการเป็นเป้าหมาย ซึ่งแตกต่างจากการฮุบกิจการในประเทศที่มีเป้าหมายชัดเจนว่าต้องการเข้าควบคุมทิศทางของกิจการอย่างเบ็ดเสร็จ ซึ่งมักจะพุ่งเป้าไปที่บริษัทเป้าหมายที่มีผลการดำเนินงานย่ำแย่ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้น หรืออยู่นอกตลาด เป็นสำคัญ เพื่อจะได้ราคาซื้อกิจการที่ต่ำ และเมื่อได้มาแล้วก็จะต้องปรับโครงสร้างการเงิน หรือการบริหาร และแผนธุรกิจเสียใหม่อย่างรอบด้าน โดยที่หากเป็นบริษัทในตลาดหุ้น ก็เตรียมการถอดถอนออกจาตลาดด้วยในบางกรณี เหตุผลสำคัญ 4 ประการที่ทำให้กลยุทธ์ PASMER มีความสอดคล้องกับสถานการณ์ธุรกิจในยุคโลกาภิวัตน์อยู่ที่ ศักยภาพของตลาดหลักที่บริษัทเป้าหมายดำเนินการอยู่เปิดโอกาสสำหรับอนาคตมากเป็นพิเศษกว่าตลาดอื่น และตลาดก็เปิดกว้างสำหรับบริษัทต่างชาติด้วย โดยเฉพาะในตลาดที่เกิดใหม่ และมีโอกาสพัฒนาอีกมาก ไม่ใช่ตลาดที่อิ่มตัวแล้ว ข้อมูลทางด้านการเงินและแผนธุรกิจของบริษัทเป้าหมาย มีความไม่สมบูรณ์สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าตลาด ดังนั้น จึงต้องผ่านกระบวนการเรียนรู้ลองผิดลองถูกระยะหนึ่ง ผ่านการร่วมถือหุ้นบางส่วนที่จ่ายเงินน้อยกว่า ไม่ต้องเสี่ยงกับการเข้าควบคุมธุรกิจเบ็ดเสร็จที่ไม่การันตีว่าคุ้มหรือไม่ ความไม่สมบูรณ์ของข้อมูลเกี่ยวกับการตลาด ระบบจัดจำหน่าย หรือต้นทุนทำธุรกิจ รวมถึงประสบการณ์และสายสัมพันธ์ในเครือข่ายธุรกิจ ทำให้ต้องการเวลามากขึ้นในการทำความเข้าใจ ดีกว่าการทุ่มเทเต็มตัว อุปสรรคทางด้านวัฒนธรรมองค์กรและภาษาของบริษัทเป้าหมาย ซึ่งรู้จักกันในชื่อ ”พันธะของการเป็นคนต่างชาติ” จำต้องใช้เวลาและความละเอียดอ่อนมากกว่าปกติ และทำให้การตั้งธุรกิจใหม่ ทำได้ไม่สะดวกกว่าการเข้าซื้อหุ้นร่วมทุนบางส่วน ผลจากการศึกษาประสบการณ์ของกลยุทธ์ PASMER ในตลาดหุ้นสหรัฐของนักวิจัยหลายกลุ่มในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1990 และ 2000 พบข้อมูลซ้ำกันว่า ผลประกอบการหลังจากการซื้อกิจการบางส่วนผ่านไปในช่วงแรกไม่มีนัยสำคัญทางลบ แต่ส่วนใหญ่มีผลประกอบการเชิงบวกที่ต่อเนื่อง และเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย แม้ว่าโดยเปรียบเทียบกับการฮุบกิจการเบ็ดเสร็จข้ามชาติแล้ว อย่างหลังจะให้ผลประกอบการหลังฮุบกิจการดีขึ้นชัดเจนกว่า ซึ่งตอกย้ำว่าความเชื่อเก่าแก่ที่สรุปว่านักฮุบกิจการหวังประโยชน์ระยะสั้นมากกว่าระยะยาว ไม่เป็นความจริง ที่สำคัญ ในห้วงเวลาของเศรษฐกิจถดถอย กลับพบว่าการฮุบกิจการเพียงบางส่วนมีส่วนช่วยสร้างเครือข่ายเชิงกลยุทธ์ในช่วงเวลาวิกฤตได้ดีกว่า เพราะได้มีผู้สำรวจพบข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า ในยามธุรกิจผันผวนรุนแรง บริษัทที่เป็นเป้าหมายของการฮุบกิจการบางส่วน จะได้รับผลกระเทือนต่ำกว่าบริษัทที่ถูกฮุบกิจการเบ็ดเสร็จข้ามชาติ ผลการวิจัยข้อมูลในตลาดหลักทรัพย์โตรอนโต ในแคนาดา 75 รายการที่ถูกฮุบกิจการบางส่วน พบว่าทุกบริษัทที่ตกเป็นเป้าหมาย ล้วนมีผลประกอบการในทางบวกที่ชัดเจนเมื่อเวลาผ่านไป 4 ปี หลังจากการซื้อขายกิจการบรรลุผล ไม่มีข้อยกเว้นแม้แต่รายเดียว มีปรากฏการณ์น่าสนใจ 2 กรณีที่แตกต่างกันเกิดขึ้นเป็นข้อสังเกตคือ กรณีแรก หากการฮุบกิจการบางส่วน ตามมาด้วยผลข้างเคียงของการฮุบกิจการเบ็ดเสร็จในภายหลัง มีการต่อสู้เพื่อแย่งเก้าอี้และอำนาจการควบคุมกิจการ และปรับโครงสร้างบริหาร จะเกิดผลทางบวกกับราคาหุ้น และการดำเนินงานเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด กรณีหลัง นักลงทุนรายย่อยจำนวนหนึ่งที่ได้ข่าวการฮุบกิจการเบ็ดเสร็จ เกิดความเชื่อมั่นและคาดเดาตามนักวิเคราะห์หุ้นว่า จะตามมาด้วยการต่อสู้แย่งกิจการตามมา จะวิ่งเข้าซื้อหุ้นทำให้ราคากระโดดพรวดสูงขึ้นผิดสังเกต แต่จะค่อยอ่อนตัวตามมาหลังจากที่ปรากฏข้อเท็จจริงภายหลังว่า ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญหลังจากการฮุบกิจการบางส่วนเสร็จสิ้นไป ส่วนผลประกอบการในระยะยาวของบริษัทที่ตกเป็นเป้าหมายการฮุบกิจการบางส่วนนั้น ขึ้นอยู่กับหุ้นส่วนและกลุ่มผู้ถือหุ้นใหม่ที่เข้าไปว่ามีขนาดของกิจการเดิมใหญ่โตแค่ไหน หากกิจการของหุ้นส่วนใหญ่เดิมนั้นมหึมา ก็จะยิ่งเป็นผลดีให้ผลประกอบการดีเป็นทวีคูณได้ไม่ยาก เพราะเป็นการต่อยอดของ ”การแต่งงานเพื่อความสะดวก” (a business marriage of convenience) เหตุผลหลักที่อยู่เบื้องหลังผลประกอบการที่ดีขึ้นดังกล่าว เกิดจากผู้บริหารกิจการที่มีอยู่เดิม ถูกกระตุ้นจากผลข้างเคียงทางจิตวิทยาให้จำต้องทำงานหนักขึ้น และเร่งศักยภาพในการใช้ทรัพยากรของบริษัทที่สร้างผลกำไรมากขึ้น เนื่องจากการเข้ามาของผู้ถือหุ้นรายใหญ่คนใหม่ที่ไม่มีความคุ้นเคยกันมาก่อน จำเป็นต้องรักษาเก้าอี้บริหารให้มั่นคงต่อไป กลยุทธ์ PASMER ของ 2 กลุ่มทุนไทย นำโดยเสี่ยเจริญ และเจ้าสัวธนินท์ จึงเป็นกรณีศึกษาใหม่ที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่จะรุกออกไปต่างประเทศ …………. ข้อมูลการเข้าซื้อกิจการในต่างประเทศด้วยกลยุทธ์ PASMER ของ 2 กลุ่มทุนไทย 2555 กลุ่มทุน บริษัทเป้าหมาย ประเทศ สัดส่วนถือครองหุ้น(%) ประเภทธุรกิจ วงเงินที่ใช้(ประมาณการ) สิริวัฒนภักดี Fraser & Neave (F&N) สิงคโปร์ 30 เครื่องดื่ม โลจิสติกส์ และอสังหาริมทรัพย์ข้ามประเทศ 80,000 ล้านบาท เจริญโภคภัณฑ์กรุ๊ป Ping An Insurance Group จีน 15 ประกันภัย และการเงินข้ามประเทศ 288,000 ล้านบาท Carrefour S.A. ฝรั่งเศส 16 ค้าปลีกข้ามประเทศ 92,800 ล้านบาท ที่มา : รวบรวมโดย ข่าวหุ้นธุรกิจ

Advertisements