3 เซียนหุ้นพันล้าน พาเหรด “โชว์กำไร” ปีมะโรง “ทะลุเป้า”

เปิดความลับ เซียนหุ้นพันล้าน “3 นักลงทุนรายใหญ่” “ดร.นิเวศน์-เสี่ยปู่ -หมอบุญ” ปิดพอร์ตสิ้นปี 2555 โกยกำไร “ทะลุเป้า”

อาการ “อิ่มกำไรพุ่งกาง” กำลังเกิดขึ้นกับนักลงทุนรายใหญ่ เพราะตลอดปี 2555 ตลาดหุ้นได้ “ทุบสถิติสูงสุด” ในหลายๆด้าน อาทิเช่น ดัชนีสูงสุด 1,354.57 จุด เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.2555 ถือเป็นการ “ทุบสถิติสูงสุดใหม่” ในรอบ 16 ปี 10 เดือน นับจากวันที่เคยทำได้สูงสุดระดับ 1,316.42 จุด เมื่อวันที่ 22 ก.พ.2539 และยังมีวอลุ่มซื้อขายสูงสุดถึงวันละ 30,000 ล้านบาท (ณ วันที่ 9 ต.ค 55) หลังสภาพคล่องทางการเงินในตลาดทุนโลกเพิ่มขึ้น ผสานกับตัวเลขเศรษฐกิจหลายตัวออกมาดีขึ้นเป็นลำดับ

“ปี 2555 ถือเป็น “ปีทองของนักลงทุนแนว VI” เพราะคุยกับนักลงทุนรายไหน ก็บอกว่าโกยกำไร “ทะลุเป้า” ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเหล่าวีไอเลือกหุ้นดีถูกต้องตามหลักการลงทุน แถมยัง “โชคดี” ที่ตลาดหุ้นไทยมีทิศทางดีกว่าที่ทำนายไว้ “ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร” วีไอต้นตำรับของเมืองไทย เล่าให้ “กรุงเทพธุรกิจ BizWeek” ฟัง

การลงทุนในปี 2555 ถือว่า “ดีที่สุด” ในชีวิตการเป็นนักลงทุน VI ของผม จริงๆแล้วก็ดีขึ้นทุกปี แต่บังเอิญตอนต้นๆปีคิดว่าจะออกมาสวยแค่นิดหน่อย แต่สุดท้ายออกมาสวยมาก (ลากเสียงยาว) ส่วนหนึ่งที่ทำให้ดัชนีปรับตัวสูงขึ้นเป็นเพราะมีเงินใหม่ๆจากนักลงทุนไทยเข้ามาในตลาดหุ้นอย่างต่อเนื่อง เขามีเงินเหลือไม่รู้จะนำไปใช้อะไร ตลาดหุ้นจึงเป็นตัวเลือกที่ดีของพวกเขา

ถามว่าตอนนี้ได้ผลตอบแทนจากการลงทุนเท่าไรแล้ว ถ้าคิดจากดัชนีที่เพิ่มขึ้น 20% บวกเงินปันผลอีกรวมกันก็เกิน 30% แล้ว (เงียบคิด) ปกติผมจะตั้งเป้าหมายการลงทุนไว้ระดับ 10-15% แต่ทุกปีเกินตลอด (หัวเราะ) เรียกได้ว่าสร้างมี “เซอร์ไพรส์” ให้เห็นตลอดเวลา

“การที่เราไม่หวังอยากได้เงินลงทุนสูงจนเกินไปจะทำให้มีความระมัดระวังในการลงทุนมากขึ้น อย่าถามเลยว่า วันนี้มูลค่าการลงทุนทะลุ 2,500 ล้านบาทแล้วหรือยัง มันไม่ค่อยดีเท่าไร”

ดร.นิเวศน์ ยังเล่าให้ฟังว่า วันนี้ราคาหุ้นหลายๆตัวไม่ถูกแล้ว แถมเศรษฐกิจต่างประเทศยังไม่มีท่าทีจะฟื้นตัว ฉะนั้นตลาดหุ้นไทยในปี 2556 อาจไม่สดใสเหมือนปี 2555 แต่ไม่ถึงขั้น “เลวร้าย” ยังพอหา “กำไร” ได้บ้าง หากใครได้ผลตอบแทน 10% ก็ควรดีใจนะ อย่าไปหวังเยอะความไม่แน่นอนมีเข้ามาตลอดเวลา

มาที่ “เสี่ยปู่” สมพงษ์ ชลคดีดำรงกุล เซียนหุ้นรายใหญ่ เจ้าของพอร์ตลงทุนหลัก “พันล้านบาท” เล่าให้ฟังว่า ผลตอบแทนจากการลงทุนในปี 2555 เรียกได้ว่า “ทะลุเป้าหมายมาก” (เป็นอีกคนที่ลากเสียงยาว) เมื่อต้นปีที่ผ่านมาผมเคย “ปักธง” ไว้ว่าต้องมีผลตอบแทนเฉลี่ย 20% แต่วันนี้ปาเข้าไปกว่า 40% แล้ว (หัวเราะ) ปัจจุบันพอร์ตผมมีหุ้นประมาณ 20 ตัว มีบางตัวที่อยู่ในภาวะย่ำแย่ แต่อีกไม่นานอาจจะ “เทิร์นอะราวด์”

ที่ผ่านมาผมได้กำไรจากหุ้นไอพีโอหลายตัว ยกตัวอย่าง หุ้น วีจีไอ โกลบอล มีเดีย (VGI) ผมซื้อตอนราคาไอพีโอ 35 บาท และขายไปช่วงราคา 60 บาท เมื่อราคาหุ้นลงก็ซื้อเพิ่มอีก ผมชอบหุ้นตัวนี้มาก เพราะบริษัทมีกำไรเติบโตต่อเนื่อง ที่สำคัญไม่มีคู่แข่ง ถึงมีก็ไม่มีความสามารถดีเท่า VGI

ผมมีโอกาสพูดคุยกับ “มารุต อรรถไกวัลวที” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารวีจีไอ โกลบอล มีเดีย เขาการันตีว่าอนาคตบริษัทอาจมีอัตรากำไรสุทธิประมาณ 40% แต่ผมยังไม่ปักใจเชื่อ (หัวเราะ) เขาย้ำว่า รถไฟฟ้ามีแผนจะขยายเส้นทางอีกมาก และ “บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์” (BTS) ยังมีแผนจะขายรถไฟฟ้าเข้ากองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund) มูลค่าประมาณ 50,000-60,000 ล้านบาท

หุ้น ราชธานีลิสซิ่ง (THANI) เป็นอีกตัวที่ทำให้พอร์ตของผม “สวย” ตอนนั้นซื้อมา 1.10 บาท วันนี้หุ้นซื้อขาย 3.90 บาท ตัวนี้พื้นฐานแข็งแกร่ง เขาไม่มีคู่แข่ง แถมเป็นเจ้าตลาดรถบรรทุกเก่าด้วย ที่ผ่านมาได้คุยกับ CEO ของบริษัท เขาการันตีว่า ภายใน 3 ปีข้างหน้าจะมีกำไรเติบโตประมาณ 30%

ผมย้อนถามเขาว่า จริงๆแล้วในใจคิดว่าบริษัทจะมีกำไรเติบโตเท่าไร เขาสวนกลับมา เอาจริงๆนะคิดว่ากำไรต้องเติบโต 50% ผมเชื่อว่าเขาทำได้ อย่างสิ้นปี 2555 บริษัทก็มีอัตราเติบโต 100% แล้ว
หุ้น เด็มโก้ (DEMCO) เป็นอีกตัวที่สร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้ดี ซื้อมาตอน 5 บาท ผมเชื่อว่าการที่เขามีเทคโนโลยีพลังงานลมที่ดีจะทำให้ราคาไปได้อีกไกล หุ้น ฐิติกร (TK) ตัวนี้ก็ทำกำไรได้ดีเช่นกัน เขามีระบบติดตามหนี้ที่แข็งแรง แถมเป็นผู้ประกอบการเกือบจะรายเดียวที่คิดดอกเบี้ยสูงถึง 2% ต่อเดือน และไม่คิดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย

แล้วตอนนี้เล็งจะช้อนหุ้นตัวไหน “เสี่ยปู่” บอกว่า ผมชอบหุ้น อินโดรามา เวนเจอร์ส (IVL) หุ้น เอ.เจ.พลาสท์ (AJ) และหุ้น เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) ผมเชื่อว่าราคาลงไปยืนต่ำสุดแล้ว และสุดท้ายก็ต้องกลับมาเหมือนเดิม แต่จะมาช่วงไหนไม่สามารถทำนายได้ รู้เพียงว่าเป็นหุ้นที่วันหนึ่งต้องมีติดพอร์ต อย่างหุ้น IVL ถ้าลงมา 10 บาท ถือว่าน่าสนใจมาก

“เสี่ยปู่” เล่าต่อว่า ไม่ใช่เพียงพอร์ตหุ้นเท่านั้นที่ได้กำไร “ทะลุเป้า” พอร์ตอสังหาริมทรัพย์ก็มี “กำไร” เหมือนกัน ผมเชื่อว่าปีหน้าก็ยังคงดีต่อเนื่อง เพราะราคาที่ดินวิ่งเร็วมาก ยิ่งได้ทำเลดีๆ รับรอง “รวย” !!
ผมเพิ่งประมูลที่ดินย่านบางใหญ่ 20 ไร่ ซึ่งอยู่ใกล้ๆกับศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา บางใหญ่ ที่มีแผนจะเปิดในปี 2557 มูลค่าที่ดินกว่า 300 ล้านบาท ตั้งใจจะยังไม่ขาย แต่จะปล่อยเช่าแทน เพราะเชื่อว่าราคาจะพุ่งขึ้นอีก

นอกจากนั้น ยังมีที่ดินแถวสุวรรณภูมิประมาณ 100 ไร่ ซื้อมาไร่ละ 2.5-4 ล้านบาท แต่ตอนนี้ราคาขยับขึ้นมา 10 ล้านบาทแล้ว กะจะซื้อที่ดินตาบอด ซึ่งอยู่หลังที่ดินแปลงนี้อีกประมาณ 90 ไร่ อาจตกไร่ละกว่า 1 ล้านบาท กะว่าจะปล่อยให้เช่าเช่นกัน เคยมีคนมาขอซื้อที่ดินแปลงนี้เขาให้กำไรผม 100-200% สุดท้ายก็ยังไม่ขาย เพราะคิดว่าต้องได้กำไรมากกว่านี้ หากมีที่ดินแปลงสวยๆอีก ก็จะซื้อเพิ่มเติม

ยังไม่รวมที่ดินแถวซอยวัชรพล ห่างจากสุขาภิบาล 5 ไม่ถึง 1 กิโลเมตร ประมาณ 20 ไร่ แต่เดี๋ยวทางการจะมาเวนคืนที่ดิน 1 ไร่ อาจขายได้กำไรนิดหน่อยหรือเสมอตัว ผมตั้งใจจะปล่อยให้เช่าเหมือนกัน ที่ดินแถวนี้ราคาคงไปได้อีกไกล

ด้าน “นายแพทย์บุญ วนาสิน” นักเลงหุ้นระดับอินเตอร์ ผู้คร่ำหวอดในวงการหุ้นทั่วโลก มากว่า 40 ปี อดีตเจ้าของโรงพยาบาลปิยะเวท (ปัจจุบันเป็นของตระกูลอยู่วิทยา เจ้าพ่อกระทิงแดง) เล่าให้ฟังสั้นๆว่า ผลตอบแทนจากการลงทุนตลอดปี 2555 ถือว่าเข้าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 12-13%

หลายคนคงสงสัย ผมเล่นหุ้นกลุ่มไหนทำไมได้ผลตอบแทนเยอะแยะ กำไรที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากตลาดหุ้นเลยเชื่อหรือไม่ แต่มาจากการซื้อขายที่ดินเป็นหลัก ตลอดทั้งปี 2555 ที่ดินราคาดีมาก เพราะมีคนร้อนเงินจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ในกรุงเทพฯ และยอดส่งออกไม่ดี เพราะเศรษฐกิจต่างประเทศยังป่วย ทำให้เจ้าของที่ดินหลายรายยอมขาย “ขาดทุน”

ผมนิยมซื้อที่ดินแถวชานเมือง กลยุทธ์จะครอบครองที่ดินเพียง 6 เดือน ถึง 1 ปี ส่วนใหญ่จะได้กำไรจากที่ดินขนาด 50 ไร่ ประมาณ 20% ถ้าเป็นไซด์กลาง-เล็ก จะได้กำไรเฉลี่ย 10% คนที่มาซื้อที่ดินต่อจากผมจะเป็นผู้ประกอบการขนาดใหญ่ อาทิ บมจ.แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH) เป็นต้น

“หมอบุญ” ยังทำนายราคาที่ดินในปี 2556 ว่า โอกาสที่จะเห็นราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 15% ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะเศรษฐกิจเมืองไทยอยู่ในเกณฑ์ดี ขณะที่รถไฟฟ้าเริ่มมีจำนวนมากขึ้น ทำให้ที่ดินที่ติดกับรถไฟฟ้ามีราคาสูงขึ้นทันตา ตอนนี้ราคาที่ดินในเมืองบางแห่งพุ่งสูงถึง 800,000 บาทต่อไร่แล้ว เท่าที่สำรวจมาแถวสุขุมวิทในซอยราคาสูงกว่า 300,000 บาทต่อตารางวาแล้ว ถ้าได้ทำเลดีๆคงได้กำไรเยอะมาก

Tags : ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

Advertisements