LVT
เรียกชื่อเล่นว่า หลุยวิตตอง

ต่อไปนี้เป็นข่าวเก่าได้มาจาก RY9 แอลวีเทคโนโลยี่

เว็บไซต์บริษัท:www.lv-technology.com

มีอาชีพรับจ้างทำโรงผลิตปูนซีเมน

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ — พฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม 2555 00:00:47 น.
นายแฮนส์ จอร์เกน เนียลเซ่น กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.วี.เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ LVT บริษัทให้คำปรึกษางานวิศวกรรมและออกแบบปรับปรุงเครื่องจักรเปิดเผยว่า บริษัทจะเพิ่มทุนเพื่อนำเงินไปร่วมลงทุนกับบริษัท MAX Manufacturing บริษัทผลิตและจำหน่ายปูนซีเมนต์ของประเทศพม่า ซึ่งบริษัทจะเข้าไปร่วมลงทุนในการขยายโรงงาน 2 แห่ง ของบริษัท MAX Manufacturing เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตปูนซีเมนต์ของโรงงานทั้ง2 แห่ง จากเดิมผลิตได้โรงงานละ 500 ตันต่อวัน ให้มีกำลังการผลิต 2,100 ตันต่อวัน

ผู้ก่อตั้งบริษัทและกรรมการผู้จัดการ LVT นายแฮนส์ จอร์เกน เนียลเซ่น แถลงต่อผู้สื่อข่าววันนี้ (17 ต.ค.) ว่า องค์ประกอบที่สำคัญของยุทธศาสตร์ใหม่ในครั้งนี้ประกอบด้วยการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ มากขึ้น การบันทึกรายได้ที่สม่ำเสมอและต่อเนื่อง ตลอดจนการให้ความสำคัญกับการลงทุนใหม่ๆ ซึ่งจะ ทำให้บริษัทมีสินทรัพย์เพิ่มขึ้น และสามารถสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องในอนาคตระยะยาว

ทั้งนี้ เพื่อช่วยให้การพลิกฟื้นบริษัทมีความคืบหน้าอย่างชัดเจน บริษัทตั้งเป้าที่จะขายเงินลงทุนบางส่วนในต่างประเทศ โดยเฉพาะโครงการร่วมทุนในประเทศอินเดียภายใต้การดำเนินงานของบริษัท “LNVT” ซึ่งก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2545 และดำเนินธุรกิจคล้ายกับ LVT คือให้บริการด้านวิศวกรรมแก่ลูกค้าซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรงงานผลิตปูนซีเมนต์ในประเทศอินเดียและประเทศใกล้เคียง อาทิ ประเทศศรีลังกา และเนปาล โดย “LNVT” มีผลการดำเนินงานกำไรอย่างต่อเนื่องโดยตลอด บริษัทฯ ถือหุ้นใน “LNVT” จำนวน 49% และจะขายหุ้นที่ถืออยู่จำนวน 25% ให้แก่นักลงทุนจากประเทศจีน โดยคาดว่าจะสร้างรายได้พิเศษ เป็นมูลค่าประมาณ 180 ล้านบาท และจะบันทึกในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้

นายแฮนส์ จอร์เกน เนียลเซ่น กล่าวเพิ่มเติมว่า มีความมั่นใจว่ากระบวนการพลิกฟื้นของบริษัท มีความคืบหน้าเป็นที่น่าพอใจอันเป็นผลสืบเนื่องจากการควบคุมต้นทุนและการตรวจสอบภายใน ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นและเพื่อสร้างความมั่นใจว่าการบริหารงานภายในองค์กรจะได้ผลเต็มที่ บริษัทได้ว่าจ้างบริษัท Deloitte ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาทางการเงินที่มีชื่อเสียงของโลกเข้ามากำกับดูแล ด้านการตรวจสอบภายใน และได้ว่าจ้างบริษัทตรวจสอบบัญชีที่น่าเชื่อถืออีกแห่งหนึ่งคือ บริษัท KPMG เป็นผู้สอบบัญชีของบริษัท

ทั้งนี้ ระบบการบันทึกรายได้ที่สม่ำเสมอและมีความต่อเนื่องในปัจจุบันจะป้องกันไม่ให้สถานะทางการเงินของบริษัทมีความผันผวนมากดั่งเช่นในอดีตที่ผ่านมา โดยฐานะทางการเงินของบริษัทพลิกจากกำไรสุทธิจำนวน 221.9 ล้านบาท ในปี 2551 และกำไรสุทธิจำนวน 144 ล้านบาทในปี 2552 มาเป็นขาดทุนสุทธิจำนวน 239 ล้านบาทในปี 2553 และขาดทุนสุทธิจำนวน 23.8 ล้านบาท ในปี 2554 สำหรับ ผลการดำเนินงานรอบ 6 เดือน (ม.ค.-มิ.ย.) ของปีนี้บริษัทมีผลการดำเนินงานขาดทุนสุทธิจำนวน 93.4 ล้านบาท

นายแฮนส์ จอร์เกน เนียลเซ่น เชื่อว่าฐานะทางการเงินของ LVT ในปัจจุบันมีพัฒนาการดีขึ้นจากในอดีต โดยบริษัทได้สะสมมูลค่างานในมือ (Backlog) ประมาณ 2,500 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนกันยายนที่ผ่านมาและคาดว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 3,200 ล้านบาทภายในสิ้นปีนี้ จากมูลค่างานสะสมทั้งหมดนี้ บริษัทคาดว่าจะสามารถบันทึกรายได้จริงเป็นเงินประมาณ 1,000 ล้านบาท ภายในไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ของปีนี้

รายได้ที่จะบันทึกจำนวนนี้คาดว่าส่วนใหญ่จะมาจากโครงการสำคัญจำนวน 2 โครงการ ในประเทศบราซิลซึ่งประกอบด้วยโครงการ Apodi และ Elizabeth โดยทั้ง 2 โครงการนี้ มีความคืบหน้าเป็นที่น่าพอใจ และสามารถควบคุมต้นทุนตามที่ได้ตั้งเป้าไว้ อันเป็นผลสืบเนื่องจากระบบการควบคุมภายในขององค์กรที่มีประสิทธิภาพดีขึ้นกว่าในอดีต การจัดหาและติดตั้งเครื่องจักรสำหรับทั้ง 2 โครงการนี้คาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในสิ้นปีนี้ และบริษัทในขณะนี้กำลังเจรจาที่จะรับงานโครงการใหม่อีก 1 โครงการในประเทศบราซิล

ธุรกิจ LVT ในประเทศบราซิลเป็นเพียงส่วนหนึ่งของธุรกิจมากกว่า 10 ประเทศในหลายภูมิภาคทั่วโลก อาทิ ในประเทศมาเลเซีย และพม่า ในทวีปเอเชีย, ประเทศซาอุดิอาระเบีย และเยเมนในตะวันออกกลาง, ประเทศโมซัมบิกในทวีปแอฟริกา ตลอดจนประเทศประเทศฮอนดูรัส และโดมินิกัน รีพลับบลิกในลาติน-อเมริกา ธุรกิจของบริษัทในประเทศเหล่านี้ส่วนใหญ่ประกอบด้วยบริการด้านวิศวกรรม การจัดหาและ ติดตั้งเครื่องจักรและอุปกรณ์ในโรงงาน ตลอดจนการสนับสนุนโครงการร่วมทุนต่างๆ

นายแฮนส์ จอร์เกน เนียลเซ่น กล่าวว่า ฐานะทางการเงินในปัจจุบันของบริษัทดีขึ้นกว่าในอดีต เป็นอย่างมาก อันเป็นผลสืบเนื่องจากการบริหารจัดการที่รัดกุม และระบบการควบคุมภายใน ที่มีประสิทธิภาพ และฐานะปัจจุบันนี้เพียงพอที่จะสนับสนุน Backlog มูลค่ามากกว่า 4,000 ล้านบาท

“และเพื่อเป็นการยืนยันถึงความมุ่งมั่นของผมในอันที่จะพัฒนาบริษัทให้ก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น ผมได้นำหุ้นส่วนตัวของผมไปจำนองไว้กับธนาคาร เพื่อจะได้วงเงินอย่างเพียงพอในการเปิด L/C” เขากล่าวเสริม

เขากล่าวเพิ่มเติมว่า หากจะดำเนินธุรกิจต่อไปในภาวะปกติ ก็ยังคงไม่มีความจำเป็นในการเพิ่มทุนแต่ประการใด

“แต่ในฐานะที่ผมต้องรับผิดชอบต่อการเพิ่มพูนความมั่งคั่งและผลกำไรของบริษัทในอนาคตระยะยาว ผมจึงตระหนักถึงความจำเป็นและความสำคัญ เพื่อเตรียมการสำหรับการพัฒนาก้าวต่อไปของ LVT” นายแฮนส์ จอร์เกน เนียลเซ่น กล่าว

บริษัทได้กำหนดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2555 เพื่อขออนุมัติการออกหุ้นสามัญใหม่จำนวน 396,692,350 หุ้น โดยแบ่งเป็นเสนอขายหุ้นแบบเฉพาะเจาะจง (PP) จำนวนไม่เกิน 51 ล้านหุ้น และจัดสรรหุ้นส่วนที่เหลือจำนวน 345,692,350 หุ้น ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมในอัตราส่วน 3 หุ้นเดิม ต่อ 1 หุ้นใหม่ที่ราคา 1.25 บาทต่อหุ้น

ทั้งนี้ เพื่อนำเงินเพิ่มทุนส่วนนี้ไปลงทุนร่วมกับบริษัท Max Manufacturing ในประเทศพม่า เพื่อผลิต ปูนซิเมนต์จากโรงงาน 2 แห่ง ซึ่งตั้งอยู่ใกล้เมืองเนปิดอร์ อันเป็นเมืองหลวงใหม่ของประเทศพม่า ผู้ก่อตั้งกลุ่มบริษัท MAX คือนาย U Zaw Zaw ซึ่งเป็นนักธุรกิจชั้นแนวหน้าในประเทศพม่าและมีเครือข่ายธุรกิจครอบคลุมกิจการด้านต่างๆ ทั้งด้านการค้า การธนาคาร และอุตสาหกรรม

นายแฮนส์ จอร์เกน เนียลเซ่น กล่าวสรุปว่า การลงทุนร่วมกับกลุ่มบริษัท MAX ในประเทศพม่าในครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของ LVT เพราะบริษัทจะสามารถสร้างทรัพย์สินใหม่ที่มีคุณค่าและสามารถให้ผลตอบแทนอย่างต่อเนื่องในระยะยาวเขาเชื่อมั่นว่าโครงการลงทุนร่วมระหว่าง LVT และกลุ่มบริษัท MAX มีศักยภาพสูงพอที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมซีเมนต์ในประเทศพม่าให้ยิ่งใหญ่อย่างเช่นความประสบผลสำเร็จของเครือปูนซีเมนต์ไทยในประเทศไทย

“ผมถือว่าการลงทุนร่วมในครั้งนี้เป็นก้าวย่างที่สำคัญ เพื่อวางรากฐานสำหรับการเจริญเติบโตของบริษัท ในระยะยาว และหวังว่าการเพิ่มทุนเพื่อการนี้จะได้รับการสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นด้วยดี” นายแฮนส์ จอร์แกน เนียลเซ่น กล่าว

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) — พุธที่ 14 พฤศจิกายน 2555 11:35:51 น.
บมจ.แอล.วี.เทคโนโลยี(LVT)ตั้งเป้าปี 56 มียอดขาย 3 พันล้านบาท และกำไรราว 150 ล้านบาท จากปีนี้ที่คาดว่าจะมียอดขาย 2.8-3.0 พันล้านบาท แต่กำไรสุทธิน่าจะเติบโตก้าวกระโดด เนื่องจากมีการรับรู้กำไรการขายหุ้นธุรกิจในอินเดีย

บริษัทอยู่ระหว่างการรอเซ็นสัญญารับงานเพิ่มเติมในบราซิล มูลค่าราว 1 พันล้านบาทในช่วงต้นปี 56 รวมทั้งงานอื่นในเอเชียแปซิฟิคอีกราว 2 พันล้านบาท ส่วนการร่วมลงทุนตั้งโรงปูนซิเมนต์ในพม่า คาดว่าจะมีข้อสรุปหลังจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติแผนเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้นักลงทุนเฉพาะเจาะจง(PP) ซึ่งจะเริ่มสร้างรายได้เข้ามาเต็มที่ตั้งแต่ปี 58 เป็นต้นไป ราว 120-150 ล้านบาท/ปี

นายแฮนส์ จอร์เกน เนียลเซ่น กรรมการผู้จัดการ LVT กล่าวว่า ในปี 56 ตั้งเป้ายอดขายที่ 3 พันล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิจากงบรวมบริษัทย่อยในอินเดีย จีน และบราซิล คาดว่าอยู่ที่ 150 ล้านบาท โดยในปีหน้าบริษัทได้มีการเซ็นสัญญารับงานที่มีอัตรากำไร(มาร์จิ้น)สูงถึง 12-15% ขณะที่ปี 55 คาดว่ายอดขายเป็นไปตามเป้าหมายที่ 2.8-3 พันล้านบาท

ปัจจุบัน บริษัทมีงานในมือ(backlog)แล้วราว 1-2 พันล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในช่วงปลายปีนี้ถึงต้นปี 56 และปีนี้บริษัทจะมีกำไรพิเศษจากการขายหุ้นในอินเดีย ทำให้กำไรเติบโตแบบก้าวกระโดด จากปี 54 ที่มีผลขาดทุน

สำหรับการลงทุนโรงงานปูนซิเมนต์ในประเทศพม่า คาดว่าจะมีกำไรจากการลงทุนดังกล่าว 120-150 ล้านบาท/ปี ตั้งแต่ปี 58 เป็นต้นไป ส่วนการจัดตั้งบริษัทย่อยในประเทศพม่า ต้องรอการอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 19 พ.ย.นี้ หลังจากนั้นจึงจะดำเนินการได้

ส่วนการประมูลงานในต่างประเทศ ในต้นปี 56 บริษัทจะมีการเซ็นสัญญางานด้านวิศวกรรมจากประเทศบราซิล รวม 3 โครงการ มูลค่ารวม 1 พันล้านบาท และมีงานรอเซ็นสัญญาในช่วงต่อไป มูลค่ารวม 2 พันล้านบาท เป็นงานในประเทศแถบเอเชียแปซิฟิก

ในการประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ครั้งที่ 18/2555 วันที่ 21 พฤศจิกายน 2555 ได้มีมติให้เสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ จากทุนจดทะเบียนเดิมจานวน 518,538,524 บาท เป็นทุนจดทะเบียนใหม่จานวน 915,230,874 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจานวน 396,692,350 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท

และคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติให้เสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติการออกและเสนอขายใบสาคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญครั้งที่ 3 (LVT-W3) ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทฯ จำนวนไม่เกิน 172,846,175 ในอัตราส่วน 3 ต่อ 1 (3 หุ้นเดิมได้รับการจัดสรรใบสาคัญแสดงสิทธิ 1 หน่วย) (กรณมีเศษให้ปัดทิ้ง) โดยไม่คิดมูลค่า

ทั้งนี้อนุมัติจัดสรรรหุ้นเพิ่มทุนจำนวน ไม่เกิน 51,000,000 หุ้น ให้แก่บุคคลในวงจากัด(PP) โดยจะพิจารณาจากนักลงทุนที่มีศักยภาพด้านเงินทุน หรือมีประสบการณ์หรือมีความเชี่ยวชาญในธุรกิจที่สามารถเสริมศักยภาพให้บริษัทฯ รวมทั้งไม่มีความเกี่ยวโยงกับบริษัทฯ ในราคาเสนอขายไม่ต่ากว่าร้อยละ 90 ของราคาตลาดถัวเฉลี่ยถ่วงน้าหนักของหุ้นของบริษัทฯ ที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ย้อนหลังไม่น้อยกว่า 7 วันทำการติดต่อกัน แต่ไม่เกิน 15 วันทำการติดต่อกัน ก่อนวันกำหนดราคาเสนอขายซึ่งวันกำหนดราคาเสนอขายคือวันแรกที่เสนอขายต่อบุคคลในวงจากัด โดยที่ราคาเสนอขายดังกล่าวจะต้องไม่ต่ำกว่าหุ้นละ 1.25 บาทด้วย

จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ จานวนไม่เกิน 172,846,175 หุ้น ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทฯ ตามสัดส่วนจานวนหุ้นที่ผู้ถือหุ้นแต่ละรายถืออยู่ อัตราส่วน 3 หุ้นเดิม : 1 หุ้นใหม่ ราคาเสนอขาย .25 บาทต่อหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท และจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ จำนวนไม่เกิน 172,846,175 หุ้น เพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสาคัญแสดงสิทธิ LVT-W3

ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติกำหนดให้จัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2556 ในวันที่ 7 มกราคม 2556 เวลา 14.00 น. ซึ่งสถานที่สำหรับการประชุมผู้ถือหุ้น บริษัทจะแจ้งให้ทราบต่อไป

คณะกรรมการบริษัทฯ ได้กำหนดให้ผู้ถือหุ้นที่มีรายชื่อในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 6 ธันวาคม 2555 เป็นผู้มีสิทธิในการเข้าร่วมประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2556 และให้รวบรวมรายชื่อตามมาตรา 225 ของ พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 โดยวิธีการปิดสมุดทะเบียนในวันที่ 7 ธันวาคม 2555 และกำหนดให้ผู้ถือหุ้นที่มีรายชื่อในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 14 มกราคม 2556 เป็นผู้ที่มีสิทธิในการจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุน และสิทธิได้รับจัดสรรใบสาคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท (LVT-W3) ในครั้งนี้ และให้รวบรวมรายชื่อตามมาตรา 225 ของ พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 โดยวิธีการปิดสมุดทะเบียนในวันที่ 15 มกราคม 2556

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์บ้านเมือง — พฤหัสบดีที่ 20 ธันวาคม 2555 00:00:45 น.
นายแฮนส์ จอร์แกน เนียลเซ่น ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอล.วี.เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ LVT ผู้นำธุรกิจด้านการให้บริการวิศวกรรม ออกแบบ คิดค้น พัฒนา จัดหา และควบคุมการติดตั้งอุปกรณ์ในหลายประเทศทั่วโลก เปิดเผยว่า บริษัทได้เซ็นสัญญารับงานโครงการระบบการจัดเก็บถ่านหินแบบปิดเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (โครงการวัดบันได) ของบริษัท เอสซีจี เทรดดิ้ง จำกัด มูลค่า 152,068,048 บาท โดยโครงการนี้มีระยะเวลาการก่อสร้าง 9 เดือน โดยบริษัทจะรับหน้าที่เป็นผู้ออกแบบด้านวิศวกรรม จัดหาเครื่องจักร อุปกรณ์ รวมถึงการติดตั้ง

ข่าววันนี้

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) — อังคารที่ 8 มกราคม 2556 10:57:21 น.
นายแฮนส์ จอร์แกน เนียลเซ่น ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.แอล.วี.เทคโนโลยี (LVT) เปิดเผยว่า ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2556 เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2556 ได้มีมติเป็นเอกฉันท์อนุมัติให้เพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทจากเดิม 518,538,524 บาท เป็น 915,230,874 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 396,692,350 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้ หุ้นละ 1 บาท ซึ่งหุ้นสามัญเพิ่มทุนดังกล่าวจะถูกจัดสรรให้ผู้ถือหุ้นเดิมและบุคคลในวงจำกัด (PP) หากมีผู้ซื้อทั้งหมดจะได้เงินประมาณ 280 ล้านบาท ยังไม่รวมเงินจากการแปลงสภาพ LVT-W3 ในอนาคต
ทั้งนี้ บริษัทจะนำเงินที่ได้จากการเพิ่มทุนบางส่วนไปจัดซื้อเครื่องมือ เครื่องจักร และงานบริการ สำหรับโครงการก่อสร้างโรงงานผลิตซีเมนต์ ในประเทศพม่า รวมถึงใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการขยายงานและลงทุนโครงการอื่นๆในอนาคต เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพในการสร้างสินทรัพย์ถาวรและรายได้ที่มั่นคงให้กับบริษัทในระยะยาว

อนึ่ง การขายหุ้นเพิ่มทุนจะจัดสรรให้กับผู้ถือหุ้นเดิมจำนวนไม่เกิน 172,846,175 หุ้น สัดส่วน 3 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ ราคาเสนอขายหุ้นละ 1.25 บาท จัดสรรเพื่อรองรับการใช้สิทธิการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิครั้งที่ 3 (LVT-W3) ที่จัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้นจำนวน 172,846,175 หุ้น และจัดสรรให้กับ PP จำนวนไม่เกิน 51,000,000 หุ้น

ต่อไปไม่ใช่ข่าว แต่ ไร้สาระไม่ชมก็ได้นะที่เลิฟ

LVT : L.V. TECHNOLOGY PUBLIC COMPANY LIMITED
XR

X-Date 10 Jan 2013

Book Closing Date 15 Jan 2013

Subscription Date 28 Jan 2013 00:00 – 1 Feb 2013 00:00

Subscription Ratio 3 : 1 at 1.25 Baht

Remark

XW

X-Date 10 Jan 2013

Book Closing Date 15 Jan 2013

Advertisements