หุ้นตกหลุมอากาศ

คราวก่อนผมพูดถึงหุ้นแมวป่วยไป ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นประเภทอยู่ในห้อง ICU แล้ว ต้องรอหมอเทวดามารักษา แม้กระนั้นแล้วก็ยังไม่แน่ใจว่าจะกลับมาวิ่งเล่นได้เหมือนเดิมหรือเปล่า มาวันนี้ผมอยากจะพูดถึงหุ้นอีกกลุ่มหนึ่งที่ผมขอเรียกว่า หุ้นตกหลุมอากาศ นิยามของผมสำหรับหุ้นกลุ่มนี้คือ บริษัทจะสะดุดกับบางสิ่งบางอย่างที่ตัวเองไม่ได้คาดคิด (หรือว่าคิดแล้วแต่เกิดเหตุการณ์เข็มขัดสั้น) ทำให้นายตลาดจินตนการไปถึงผลเสียที่บริษัทนี้จะได้รับ จนบางครั้งเกิดการขายโดยไร้ความยั้งคิด แม้ว่าบางครั้งสิ่งเหล่านี้ มีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดขึ้นเพียงแค่ชั่วคราว ทำให้หุ้นบางตัวในกลุ่มนี้ เมื่อเวลาผ่านไปสามารถทำกำไรกลับมาได้ และกลับมาบินอยู่ในระดับเดิมหรืออาจขึ้นไปได้สูงกว่าเก่า
สาเหตุที่มักจะทำให้เกิด หุ้นตกหลุมอากาศ ได้แก่ “เหตุการณ์ที่ทำให้นายตลาดตกใจอย่างทันทีทันใด” เช่น ภัยธรรมชาติ เหตุจราจล อุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด ข่าวลือ การเพิ่มแผนกใหม่ภายในบริษัททำให้เกิดค่าใช้จ่ายโตผิดปกติ และ การตั้งสำรองมากผิดปกติแบบไม่คาดคิด เป็นต้น
ภัยธรรมชาติ ที่เกิดขึ้นเร็วๆนี้คือ แผ่นดินไหวในประเทศญี่ปุ่น ทำให้เกิดผลกระทบต่อ supply chain โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในอุตสาหกรรมยานยนต์ เนื่องจากโรงงานที่ผลิตชิ้นส่วนต่างๆในประเทศญี่ปุ่น รวมทั้งโรงงานของผู้ผลิตรถยนต์ในญี่ปุ่นเอง เช่น โตโยต้า ฮอนด้า ต้องหยุดการผลิตชั่วคราว ส่งผลให้การผลิตของบริษัทในประเทศไทยหยุดชะงักเช่นเดียวกัน รวมทั้งเหตุการณ์ที่ประเทศไทยเพิ่งประสบไปคือ เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 50 ปี ส่งผลกระทบต่อ supply chain อย่างรุนแรงเช่นเดียวกัน
เหตุจราจล ถ้าหลายๆท่านจำได้ ช่วงที่มีเผาเมือง หุ้นห้างสามัญประจำบ้าน โดนเล่นงานอย่างหนัก แต่ยังโชคดีที่ตอนนั้นตลาดหุ้นหยุดชั่วคราวและวันรุ่งขึ้นเป็นวันเสาร์ ทำให้นักลงทุนหลายๆท่านมีโอกาสได้ตั้งสติ ถ้าวันรุ่งขึ้นเป็นวันอังคารล่ะก็ ผมเชื่อว่าหลุมอากาศคงลึกกว่าช่วงนั้นแน่นอน
อุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด ที่เราพบเห็นบ่อยๆคือ ไฟลัดวงจรทำให้เกิดไฟใหม้โรงงานหรือโกดังเก็บสินค้า ที่เคยเกิดกับหุ้นเมลามีนหรือหุ้นส่งออกกุ้งยักใหญ่ในเอเชีย ข่าวนั่งร้านถล่มที่เกิดกับหุ้นห้างสามัญประจำบ้าน (อีกแล้ว) หรือไฟไหม้ฐานกลางทะเลที่เกิดกับหุ้นเจาะน้ำมัน ก็ทำให้เกิดหลุมอากาศได้เช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามพวกนี้มักจะส่งผลกระทบแค่ชั่วคราว ราคาหุ้นมักจะกลับมาโดยใช้เวลาที่ไม่นานนัก
ข่าวลือ ล่าสุดที่ผมเห็นชัดเจนคือ หุ้นในกลุ่มนิคมชื่อว่าไม่มีวันตาย มีข่าวลือว่านักลงทุนต่างชาติที่ได้ทำสัญญาซื้อที่ดินผืนใหญ่ไว้ มีโอกาสยกเลิกเนื่องจากวิกฤติยุโรป หุ้นที่ว่าตกหลุมอากาศไประยะนึง แต่แล้ว ณ ปัจจุบัน ภายในช่วงเวลาไม่ถึง 6 เดือน ราคาก็กลับขึ้นมาจากจุดต่ำสุดเกิน 100% นอกจากนั้นที่ผมเคยเจอกับหุ้้นธุรกิจลีสซิ่งรถยนต์ที่ผลประกอบการในเมืองไทยดีมากๆ แต่ผู้ถือหุ้นใหญ่ที่ญี่ปุ่นมีข่าวทุจริตและผู้ถือหุ้นใหญ่ในเมืองไทยขายหุ้นออกปริมาณเยอะๆอย่างต่อเนื่อง จนมีข่าวลือว่าผู้ถือหุ้นใหญ่ท่านนั้นจะออกไปตั้งบริษัทใหม่แข่งกับบริษัทเดิมโดยชวนลูกน้องออกไปทั้งชุด และอีกต่างๆนานา ช่วงนั้นหุ้นลงมาอย่างกับบันจี้จั้ม แต่พออะไรต่างๆซาลง หุ้นก็ค่อนๆดีดกลับไปที่เดิม
การเพิ่มแผนกใหม่ หลุมอากาศแบบนี้มักจะพบในบริษัทเล็กๆ ส่วนใหญ่จะอยู่ใน MAI ที่กำลังพยายามเติบโตโดยขยับขยายหรือปรับปรุงแผนกภายในบริษัท แต่เนื่องจากกำไรจากยอดขายยังไม่สามารถชดเชยรายจ่ายจากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นอย่างทันทีทันใดได้ ผลประกอบการที่ออกมาในช่วงเวลาดังกล่าวก็อาจจะขาดทุน
การตั้งสำรองมากผิดปกติ ซึ่งอาจเกิดจากความตั้งใจของผู้บริหารเอง (อันนี้คงต้องพิจารณาถึงธรรมาภิบาลเพิ่มเติม) หรือถูกบังคับให้ตั้งสำรองเนื่องจากสถานการณ์บังคับเช่น หนี้ค้างชำระเกิดหนึ่งปี เหตุการณ์นี้ผมเคยเจอกับตัวเองคือหุ้นรับเหมาเก่งงานท่อแห่งหนึ่งที่ช่วงนึงไปลงทุนในบริษัทรับเหมางานเน้นงานรัฐ และขาดทุนแบบบานเบอะ ทำให้ตั้งสำรองรวมทั้งด้อยค่ามหาศาล แต่แล้วหนึ่งปีผ่านไป บริษัทก็โอนกลับหนี้สุญมหาศาลนั้นกลับมาบวกกับกำไรที่บริษัททำได้ ราคาหุ้นก็เด้งคืนกลับมาเกือบ 200% O_O ยังมีอีกหลายบริษัทที่กำไรออกมาเหมือนจะไม่ดีจากการตั้งสำรอง (ถ้าดูงบกระแสเงินสดประกอบจะเห็นตรงนี้ค่อนข้างชัด) โดยถ้าเราสามารถวิเคราะห์ได้ว่าการตั้งสำรองเป็นเพียงสิ่งชั่วคราวเนื่องจากความจำเป็นและจะไม่เกิดขึ้นอีกหรือโอกาสเกิดน้อยมาก ก็อาจจะทำให้บริษัทนั้นฟื้นกลับมาจากหลุมอากาศ และสร้างกำไรให้ผู้ลงทุนได้เป็นกอบเป็นกำ
ผมลองนึกๆดูว่าตอนนี้มีหุ้นอะไรที่กำลังตกหลุมอากาศบ้างแล้วก็มาแชร์ให้ทุกท่านลองไปวิเคราะห์ต่อดู (เรียกตามลำดับตัวอักษร) ระหว่างที่ผมกำลังเขียนบทความนี้อยู่ปรากฏว่ามีบางตัวที่กำลังบินกลับไปยังตำแหน่งเดิมแล้วด้วย
ARIP บริษัทที่มีเงินเยอะเมื่อเทียบกับ Market Cap แต่ในปี 2554 ทำผลงานออกมาธรรมดาๆ เนื่องจากโปรเจ็คยักษ์ โดนโรคเลื่อนจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ปลายปี
DEMCO ตลาดคาดหวังมากกับโครงการพลังงานลมที่ผู้บริหารพูดไว้นานมาก แต่ก็ยังไม่เห็นผลลัพย์ รวมทั้งการเพิ่มทุนมหาศาลเพื่อลงทุนในกับไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์
DIMET มีการปรับปรุงโครงสร้างภายในองค์กร เกี่ยวกับการเจาะตลาดค้าปลีก ส่งผลให้เกิดค่าใช้จ่ายการดำเนินงานโตขึ้นกว่าปกติในช่วงปีสองปีที่ผ่านมา บริษัทจำประสบผลขาดทุน งบล่าสุดกำไรออกมาเล็กน้อย ราคาหุ้นปีนกลับไปยังจุดเก่าอย่างรวดเร็ว
LHK เคยเป็นหุ้นที่นิยมด้วยความคาดหวังว่าจะเติบโตสูงจากการขยายตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ แต่ตกหลุมอากาสเนื่องจากกำไรบางส่วนลดลงจากการขายหุ้น 40% ให้กับบริษัท Mory ของประเทศญี่ปุ่น ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากการตั้งบริษัทใหม่กับ Mory เพื่อขายของในประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งโดนผลกระทบจากน้ำท่วม และ 3.11 แผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่น ออเดอร์ลด กำไรที่ออกมาล่าสุดจึงไม่ดีเท่าที่ควร
MOONG มีการเพิ่มแผนก Business Development Department ภายในบริษัทเพื่อช่วยเสริมการขายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น จึงเกิดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานโตมากเ่ช่นเดียวกัน กำไรที่ออกมาจึงไม่สวยงามมากนัก
ROJANA นิคมอุตสาหกรรมที่โชคร้ายที่สุด จากผลกระทบน้ำท่วมปลายปี 2554 บริษัทหลายๆบริษัทจากประเทศญี่ปุ่น ขยาดกับนิคมนี้พอสมควร ทำให้หุ้นตกหลุมอากาศแบบยังไม่รู้ว่าจะกลับขึ้นมาได้เมื่อไหร่ อย่างไรก็ตามสิ่งที่น่าติดตามคือ การที่ Rojana ไปร่วมลงทุนในไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ที่ใหญ่มากในบริษัทย่อยชื่อ Rojana Power
RS บริษัทที่ตลาดคาดหวังสูงกับการเติบโตของเคเบิ้ลทีวี แต่กลับมาโดนภัยธรรมชาติสะักัดขา บริษัทใหญ่ๆ ลดงบประมาณค่าโฆษณาในช่วงดังกล่าง แต่เร็วๆนี้ทราบมาว่ากลับมาเหมือนปกติ พร้อมทั้งค่าโฆษณายังปรับขึ้นอีก 30%
SIMAT มีการตั้งสำรองหนี้สูญมหาศาลเนื่องจากกรรมเก่าติดมาจากบริษัทในประเทศมาเลเซียที่ไปซื้อมาช่วงปลายปี 2552 นอกจากนั้นยังมีการเพิ่มทุนแบบตลาดตกใจ เนื่องจากขยับไปลงทุนเกี่ยวกับธุรกิจให้เช่้าวงจร FTTx
SMT หุ้นที่สะดุดกับผลประกอบการณ์และการดำเนินธุรกิจที่ชะลอลงของ RIM และโดนกระทบโดนตรงจากน้ำท่วมครั้งใหญ่ ทำให้ประกาศผลขาดทุนในไตรมาสที่ผ่านมา และชื่อว่าไตรมาสนี้คงออกมาขาดทุนไม่แพ้กัน นอกจากนั้นบริษัทยังมีค่าใช้จ่ายจากการตั้งบริษัทใหม่ที่ทำเกี่ยวกับ RFID Tag
SVI บริษัทที่โดนผลกระทบโดยตรงจากน้ำท่วมอีกบริษัทหนึ่ง ทำให้มีข่าวว่าสูญเสียลูกค้ารายใหญ่รายหนึ่งของบริษัทไป รวมทั้งการที่บริษัทประกาศงดซื้อหุ้นคืนชั่วคราว
THRE บริษัทประกันภัยต่อรายเดียวในประเทศไทย ที่โดนผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่เช่นกัน ทำให้ต้องเพิ่มทุนจำนวนมหาศาลอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ด้านล่างเป็น comment จาก คุณ Shaen (http://vihybrid.wordpress.com/) เห็นว่าเกี่ยวข้องกับบทความนี้เลยขออนุญาติ เอามาแชร์ด้วยครับ
Sis โดนน้ำท่วม ระบายของไม่ได้ สินค้าเลยด้อยค่า bbเริ่มสั่นคลอน แต่droidจะมาช่วยดันได้มั้ย ปีที่ผ่านมา บาทอ่อนซะ โดนอีก pe โดนกดเหลือ7 จากเพื่อนๆ10up แต่ผมเชื่อว่า น่าจะกลับมาได้ เพราะบาทเริ่มแข็ง ระบายของเพิ่มโดยจัดงานเพิ่มอีกแถมคู่แข็งโดยถอนสิทธิ์ เพราะลูกถ้าบ่นเยอะเรื่องไม่รับเคลม และผบห จริงใจมาก
Sena อสังหาที่เจอเรื่องคนบ่นพวกปัญหาเยอะจัด มิน่าpeถึงต่ำขนาด ถ้าแก้ปัญหาได้จริงกับสร้าง brand ใหม่ เอาแค่มาพอๆกับเพื่อนๆ แต่วันนี้กระตุกแรงแหะ ผมเห็นปันผลถึง 8 9% ก็มีหวั่นไหว
Htech เจอน้ำท่วมกับ hdd เปลี่ยนเป็น nand. Flash ผมยังไม่ได้ทำการบ้านว่า ไอการเปลี่ยนระบบไปทำ nand มันใช้เงินลงทุนเยอะม้ย กับมีคู่แข่งเยอะหร่อเปล่า แต่ผมยังมองว่า ยังเกาะtrend internet ไปได้ ท่อใหญ่ยังไง cloud ยังไง ก็ต้องมี storage อยู่ดี แว่วๆอีกอย่าง พยายามจะไปเจาะด้่านรถยนต์ด้วย หลังๆมาทางรถกันเยอะเลย

สุดท้ายนี้ ผมเชื่อว่ายังมีหุ้นตกหลุมอากาศอีกเยอะ ที่รอโอกาสกลับมาบินสูงเหมือนเดิม (หรือสูงกว่าเดิม) ซึ่งหุ้นดังกล่าวระหว่างที่กำลังตกหลุมอากาศ อาจนำมาซึ่งโอกาสในการลงทุนที่ได้ผลตอบแทนเป็นกอบเป็นกำ กับผู้ที่ติดตามอย่างใกล้ชิด และสามารถวิเคราะห์แนวโน้มอนาคตได้อย่างใกล้เคียงความจริง
Categories: ทั่วไป | Permalink.

Advertisements