หุ้นแมวป่วย

หลายๆครั้งผมพบว่ามีหลายๆบริษัทในตลาดที่อยู่ในสภาพคล้ายแมวป่วย คือ ผลประกอบการติดลบต่อเนื่อง ราคาหุ้นก็เนิบๆ ไม่ขึ้นลงมากนัก แม้ว่าผลประกอบการล่าสุดจะออกมาขาดทุนมากซักแค่ไหน (ส่วนใหญ่จะขาดทุน) ราคาก็ไม่ค่อยลงไปอีกซักเท่าไหร่ วอลุ่มเทรดต่อวันก็ค่อนข้างน้อย เหมือนกับรอคอยวันลาโลกใบน้อยใบนี้ ซึ่งแม้ว่าสถานการณ์อันน่าเศร้านี้จะนำมาซึ่งความผิดหวังของผู้ถือหุ้น ทั้งที่เพิ่งหัดถือหรือถือมาเป็นเวลานานแล้วก็ตาม ในจำนวนหุ้นแมวป่วยเหล่านี้ มีบางตัวที่สามารถกลับมาหายและแข็งแรงเป็นปกติ (ในระยะสั้น บางตัวก็แข็งแรงเกินกว่าปกติ) เนื่องจากได้รับยารักษาหรือแรงกระตุ้นบางประการจากปัจจัยทั้งภายใน และภายนอก ยารักษาที่ผมมักจะเห็นว่าใช้การได้ดีคือ การเปลี่ยนผู้บริหาร การเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจ และการเปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้น
1. การเปลี่ยนผู้บริหาร
บางบริษัทเมื่อเปลี่ยนผู้บริหารแล้วสามารถลดต้นทุนหรือค่าใช่จ่ายที่ไม่จำเป็น ขายสินทรัพย์บางอย่าง ส่งผลให้บริษัทแสดงกำไรให้ตลาดเห็นได้ ยิ่งถ้าผู้บริหารท่านนั้นเคยบริหารบริษัทอื่นในตลาดแล้วประสบความสำเร็จ นายตลาดยิ่งให้ความสนใจให้ราคาที่สูงขึ้นพร้อมเพิ่มคะแนนความคาดหวังให้ด้วย จากแมวป่วยก็เริ่มกลับมาแข็งแรง ที่เคยเห็นก็มีหุ้นธนาคารที่ได้มือดีจากธนาคารรวงข้าวไปเมื่อประมาณ 3 ปีก่อน หรือล่าสุดก็มีบริษัทที่ทำรับเหมา ซึ่งผู้บริหารเป็นคนเดียวกันกับหุ้นค้าปลีกขายอุปกรณ์ก่อสร้างเจ้าพ่อแถบอีกสาน โดยหลังจากที่ผู้บริหารท่านใหม่เข้ามาบริหารได้เพียง ปีเศษก็โชว์กำไรให้กับนักลงทุนได้
2. การเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจ
หลายบริษัทที่ปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางธุรกิจแล้วสามารถฟื้นขึ้นมาจากสภาพแมวป่วยด้วย ไม่ว่าจะเป็นบริษัทที่ทำเกี่ยวกับถ่านหิน หรือที่ล่าสุด ได้แก่บริษัทซึ่งเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจมาเน้นขายเครื่องสำอางค์ ผมลองศึกษาเพิ่มเติมดู พบว่าบริษัทเริ่มปรับโครงสร้างธุรกิจอย่างจริงจังตั้งแต่ช่วงกลางปี 2553 โดยแรกๆเป็นการขายส่งโดยนำเข้าเครื่องสำอางค์หลักๆ มาจากประเทศเกาหลี จนถึงปลายปี 2553 บริษัทเริ่มเน้นทำแบรนด์มากขึ้นโดย ขาย Franchise เข้าไปลุยในกลุ่มค้าปลีกเต็มโต และเมื่อทุกอย่างเป็นรูปเป็นร่างชัดเจน ช่วงกลางปี 2554 บริษัทเปลี่ยนชื่อจากหนูดีเป็นหนูเค รวมทั้งผู้บริหารเข้าซื้อหุ้นตัวเองอย่างบ้าคลั่ง ถ้าใครที่ติดตามหุ้นเมวป่วยตัวนี้แล้วซื้อในช่วงนั้น ณ เวลานี้จะทำกำไรได้ประมาณ 10 เท่าหรือ 1,000% !!! จังหวะที่เหมาะเจาะของการเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจ การทำการตลาดที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งบังเอิญที่นายตลาดของเมืองไทยชมชอบหุ้นค้าปลีกซะเหลือเกิน ทำให้แมวที่เคยป่วยตัวนี้ ทำกำไรให้ผู้ถือหุ้นมหาศาล
3. การเปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้น
การเปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้น มีได้ตั้งแต่เปลี่ยนเพื่อความอยู่รอด คือการปรับโครงสร้างหนี้โดยการแปลงหนี้เป็นทุน เช่นบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับสแตนเลสที่เพิ่งมีข่าวไป หรือที่เปลี่ยนแบบเห็นชอบทั้งสองฝ่ายเช่นบริษัทที่ทำโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่ถือโอกาสเข้าข้างหลังบริษัทชื่อเหล็ก (นามสมมติ) โดยได้ประโยชน์จากขาดทุนสะสมที่อุตส่าห์สั่งสมมาเป็นเวลานาน เพื่อนำไปใช้ในการลดภาษี ถ้าการเปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้นเป็นไปในลักษณะที่ผู้ถือหุ้นใหม่ช่วยส่งเสริมการดำเนินธุรกิจ หรือช่วยลดต้นทุน ท้ายที่สุดบริษัทก็สามารถแสดงกำไรออกมาให้นายตลาดเห็น

ปัจจุบันนี้ผมก็คอยติดตามหุ้นแมวป่วยอยู่หลายตัว บางตัวก็เข้าขั้นโคม่า โดยพยายามสังเกตเมื่อมีข่าวเกี่ยวกับโอกาสในการเปลี่ยนผู้บริหาร การเปลี่ยนโครงสร้างทางธุรกิจ หรือโครงสร้างผู้ถือหุ้น บางครั้งงบการเงินก็สามารถบอกเราได้คร่าวๆว่าบริษัทกำลังคิดจะทำอะไรอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทที่กำลังจะปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางธุรกิจ ทั้งนี้ทั้งนั้นใช่ว่าทุกๆบริษัทจะสามารถพลิกจากสภาพแมวป่วยมาแข็งแรงง่ายๆด้วยปัจจัยดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตามปัจจัยดังกล่าวก็มีโอกาสที่จะนำไปสู่โอกาสในการลงทุนซึ่งบางครั้งก็สร้างผลตอบแทนให้กับคนที่ขยันติดตามได้ไม่น้อยทีเดียว

Advertisements