SET Index 1,025.32 –> 1,391.93 (+35.76%)
TDEX 7.26 –> 9.60 (+32.23% ไม่รวมปันผล)
MyIndex 155.31 –> 163.51 (+5.28% รวมปันผลแล้ว)
สรุป ผลตอบแทนแพ้ตลาด -30.48% โดยประมาณ

ปี 2555 เป็นปีแห่งการทดลอง และฝึกฝนจิตใจ

– เริ่มต้นปีด้วยการถือเงินสด ร่วม ๆ 2 เดือน เพราะช่วงน้ำท่วมผมได้ล้าง
พอร์ทไปเกือบหมด ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก ๆ เพราะช่วงนั้นหุ้น
ถูก ๆ มีให้เลือกค่อนข้างมาก ประกอบกับด้วยจิตใจที่ยังไม่นิ่งพอเลย
ตกใจขายทิ้งหมดเลย และไม่ได้ซื้อกลับ

– ประมาณปลายเดือนก.พ. จึงได้กลับมาเริ่มลงทุนอีกครั้ง ในพอร์ทหลัก
ก็เลือกหุ้นไว้ 3 ตัว
1. THANI คาดหวังกับปันผล และ การเติบโตในปี 55
2. LVT ธีมการพื้นตัวซึ่งน่าจะฟื้นได้ในปีนี้ (แต่ก็ไม่ได้พื้น)
3. SIMAT ตัวนี้ไม่ได้คิดเองเลยไม่ขอลงรายละเอียด
ก็ดูจะไปได้ด้วยดีซึ่งทำให้พอร์ทไป พีคที่ 35% ช่วงเมษา แต่พอ หุ้นตก
จากกระแสวิกฤตการเงิน จึงขายทิ้งแล้วกะว่าจะกลับมาซื้อใหม่
สำหรับ LVT ที่ไม่ซื้อคืนแน่ ๆ เพราะ ไปเจาะในงบการเงิน แล้วพบ
คชจ. (ค่านายหน้า) ซึ่งมันค่อนข้างเยอะเลยไม่ไว้ใจในการถือหุ้นต่อ
ส่วนอีก 2 ตัว อาจจะมีโอกาสซื้อคือ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ซื้อกลับทั้งคู่

– จากเดือนเมษา – มิถุนา ผมก็แทบไม่มีหุ้นเลยเพื่อรอดูสถานการณ์
พร้อมกับศึกษาหุ้นที่อยากจะลงทุนระยะยาวไว้ด้วย และทบทวนตัวเอง
ว่าทำไมจิตใจยังไม่ค่อยนิ่งกับราคาหุ้น เห็นราคาหุ้นแล้วมักมีผลต่อการ
ตัดสินใจ จึงเป็นที่มาของการฝึกฝนจิตใจในการลงทุน

– ผมจึงตัดสินใจว่า จะหาหุ้นที่ถือยาวได้ และจะถือแค่ตัวเดียวเท่านั้น
(ต้องบอกก่อนนะครับว่า โดยปกติผมเป็นคนที่ไม่ชอบความเสี่ยงมาก ๆ
จะทำอะไรต้องเผื่อทางหนี้ทีไล่ มีแผนสำรอง มีการเตรียมการเสมอ)
เพราะถ้าผมถือในสัดส่วนที่น้อย หากเกิดอะไรขึ้นผมมักจะคิดว่าไม่เป็นไร
ยังมีตัวอื่นค่อยช่วยไว้ (ในสายตาคนอื่นอาจจะดูเสี่ยง ๆ ครับ)
เอาหละ เมื่อผมตัดสินใจแล้วก็เลยจำเป็นต้องเลือกหุ้นที่ผมเข้าใจ และ
คิดว่าน่าจะปลอดภัยในระยะ 2 – 5 ปี นับจากนี้ (บ.ไม่เจ๊งและยังโตได้)
ผมก็เลือกไว้อยู่หลายตัวแต่ ผมสะดุดใจที่สุดที่ PYLON เลยตัดสินใจ
ลงทุน ผมเริ่มทะยอยสะสมไปเรื่อย ๆ ตั้งแต่ มิถุนา เป็นต้นมา จนถือใน
สัดส่วน 90% ของพอร์ท ทั้งหมด สิ่งที่ผมสนใจตัวนี้ก็คือ
หากมีการก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน เช่น รถไฟฟ้า รถไฟ-
ความเร็วสูง หรือ คอนโด ผมว่าตัวนี้น่าจะได้รับประโยชน์ค่อนข้างมาก
ซึ่งผมกำลังรอ Mega Trend Infrastructure อยู่ครับ ^^
(สำหรับเหตุผลแบบยาว ๆ ที่ผมเลือกตัวนี้ไว้ ถ้าสิ่งที่ผมคิดถูก
สักครึ่งนึงผมจะมาเล่าให้ฟังครับ)

– สิ่งไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อผลประกอบการไตรมาร 2 และ 3 ปี 55
ออกมาไม่เป็นที่น่าประทับใจ ราคาหุ้นจึงตกลงมาพอควร ทำให้มี
ผลกระทบต่อพอร์ทผมปีนี้ค่อนข้างมาก ถึงแม้สิ่งไม่คาดคิดจะเกิดขึ้น
แต่ก็ยังอยู่ในแผนการของผมที่วางไว้แต่ต้นครับ ถือยังไม่ปรับออก
และยังถือลงทุนเพื่อรอดูสถานการณ์ปี 56 ถ้าไม่มีท่าทีในเชิงบวก
อาจจะพิจารณาการลงทุนใหม่

– สิ่งที่ได้คือ จิตใจของผมที่นิ่งพอจะไม่หวั่นไหวกับผลประกอบการ
ระยะสั้น และราคาหุ้นที่ผันผวน และมันก็ไม่ง่ายเลยที่ผมจะต้องทน
เห็นหุ้นที่ผมศึกษาไว้แต่ตัดทิ้งเช่น PREB และ SEAFCO ขึ้นอย่าง
ต่อหน้าต่อตา ตลาดที่กำลังขึ้นและใคร ๆ ก็มีแต่ กำไร ความโลภ
ความกลัวต่าง ๆ ได้ผ่านเข้ามาในหัวผม แต่ผมก็ยังทนถือเพราะยัง
เชื่อในสิ่งที่ผมคิด ซึ่งก็ถือว่าผมอดทนมาได้พอควร
เหลือแต่ว่าสิ่งที่ผมคิดไว้จะเกิดหรือไม่ก็เท่านั้นครับ ^^
ถ้าเกิดผมก็ได้เยอะ(หรือเปล่า?) ถ้าไม่เกิดผมก็เท่าทุนหรือเสียน้อย

-ยังไงก็ตาม ผมขอขอบคุณทุกเสียงจากพี่ ๆ นักลงทุนทุก ๆ ท่าน
ไม่ว่าจะให้กำลังใจ ตักเตือน แนะนำ หรือ ดูถูกก็มี 555
รวมถึงเพื่อนผมที่บอกว่า “ซื้อกองทุนดีกว่ามั๊ย”
แต่ยังไงก็ตาม พอร์ทยังบวกได้นิดหน่อย ซึ่งก็ถือว่ายังโอเคครับ

ท้ายนี้ขอกล่าวคำว่า สวัสดีปีใหม่ครับ

likestock

Advertisements