SIRI เกมครองแชมป์น่าเสียวไส้
รอบปีที่ผ่านมา การขยายตัวธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI ถือว่าร้อนแรงสุด หากเทียบผู้ประกอบการกลุ่มเดียวกัน เห็นได้ชัด จากกรณีนายเศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ SIRI มีการปรับเพิ่มยอดขาย ช่วงปี 2555 จากเดิม 36,000 ล้านบาท เพิ่มเป็น 40,000 ล้านบาท (ช่วง 9 เดือนทำได้แล้ว 26,000 ล้านบาท) พร้อมเปิดโครงการใหม่ 50 โครงการ มูลค่ากว่า 55,200 ล้านบาท จากเดิมมีแผนเปิด 44 โครงการ
โดยโครงการที่ออกมานั้น ถือว่ามีการรักษาสมดุลค่อนข้างดี เห็นได้จากการแบ่งออกเป็นโครงการคอนโดมิเนียม 44% บ้านเดี่ยว 41% และทาวน์เฮาส์ 15% ของมูลค่าโครงการทั้งหมด ราคาขายเฉลี่ยของที่อยู่อาศัยโดยรวมอยู่ที่ 3.7 ล้านบาทต่อหน่วย ถือว่าช่วยให้สามารถทำกำไรดีไม่น้อยทีเดียว
การเปิดเกมรุกอีกทางหนึ่ง นั่นคือการรุกต่างจังหวัดโดยเน้นหัวเมืองใหญ่ เช่น หัวหิน ภูเก็ต เขาใหญ่ ขอนแก่น และเชียงใหม่ ที่ประสบความสำเร็จด้วยดี โดยเฉพาะโครงการอาคารสูง แม้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ต่างจังหวัด มีความซับซ้อนและการแข่งขันสูง แต่ SIRI สามารถปิดการขายโครงการดังกล่าว ด้วยเวลาอันรวดเร็ว ทำให้มั่นใจในแผนรุกตลาดต่างจังหวัดต่อเนื่อง
นอกจากนั้นช่วงไตรมาส 4/55 ที่ผ่านมา SIRI เดินหน้าสร้างแผนการขยายโครงการใหม่ ประกอบด้วยโครงการบ้านเดี่ยว 12 โครงการ มูลค่า 17,700 ล้านบาท, คอนโดมิเนียมประมาณ 29 โครงการ มูลค่า 31,200 ล้านบาท และทาวน์เฮาส์ประมาณ 9 โครงการ มูลค่าประมาณ 6,240 ล้านบาท ทำให้ขณะนี้ SIRI มียอดขายล่วงหน้าราว 42,000 ล้านบาท เพื่อรับรู้รายได้อีก 1-3 ปีข้างหน้า
การเปิดเกมรุกดังกล่าว หากมองแบบชั้นเดียวเชิงเดียว ถือว่า “น่าตื่นตาตื่นใจ” อย่างยิ่งในแง่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ที่ครั้งหนึ่ง “เคยล้มลุกคลุกคลานแทบเอาตัวไม่รอด จากฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์แตกช่วงวิกฤติต้มยำกุ้งปี 2540” มาแล้ว และเป็นสิ่งท้าทายกับผู้บริหาร SIRI เป็นอย่างยิ่งต่อคำถามที่ว่า “ประวัติศาสตร์จะไม่ซ้ำรอย” อีกหรือไม่ แม้ว่าสุดท้าย SIRI จะกระโดดขึ้นนั่งบัลลังก์แชมป์ยอดขายสูงสุดและกำลังขึ้นแชมป์รายได้สูงสุดก็ตาม
ทว่า…ท่ามกลางความตื่นตา ตื่นใจกับการเติบโตของยอดขายและรายได้จนก้าวขึ้นสู่แชมป์ดังกล่าวมีความเสี่ยงซ่อนเร้นอยู่อย่างน่าตกใจไม่น้อย นั่นคือ…ตัวเลขหนี้สิน ปรากฏในงบการเงิน SIRI เพิ่มขึ้นอย่างน่าใจหาย โดยงวด 9 เดือนแรกปี 2555 อยู่ที่ระดับ 32,516 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2554 ทั้งปีอยู่ที่ 24,860 ล้านบาท หรืออัตราหนี้สินต่อทุน 2.60 เท่า และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นช่วงระยะเวลาอันใกล้นี้
เนื่องจากเป็นช่วงเร่งงานก่อสร้างโครงการคอนโดมิเนียมหลายสิบโครงการที่ต้องสร้างให้เสร็จ นอกจากเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายของดอกเบี้ยแล้ว สภาพคล่องที่จำกัดยังกลายเป็นข้อจำกัดการเติบโตในอนาคต และทำให้การพัฒนาโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการต้องล่าช้าออกไป
เรื่องนี้ดูเหมือนว่าผู้บริหาร SIRI จะไม่กังวล เพราะมั่นใจว่าโครงการที่กำลังก่อสร้าง หากแล้วเสร็จสามารถทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่อง และกำไรที่เกิดขึ้นจะทำให้อัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E) และหนี้สินต่อทุน (D/E) บริษัทลดลงอย่างชัดเจนในระยะต่อไป
จากประเด็นดังกล่าวต้องพิสูจน์ว่า “กลยุทธ์การเติบโตยอดขาย พร้อมกับสร้างหนี้เพิ่ม” จะไปด้วยกันได้มากน้อยแค่ไหน!? เพราะ “หนามกุหลาบ” บนเส้นทางเดินสายนี้ พร้อมจะทำให้เกิด “ฟองสบู่แตก” ได้เช่นกันและเส้นทาง “ความน่าเสียวไส้” ไม่ใช่ครั้งแรก ในยุคก่อนฟองสบู่เศรษฐกิจไทย ที่หลายบริษัทเคยทำแบบนี้มาเยอะแล้ว
บทสรุปเรื่องนี้…แม้เป็นความถนัดของผู้บริหาร SIRI แต่สำหรับนักลงทุน นั่นคือ…การเล่นกับไฟ เพราะหากเทียบกับคู่แข่งขันระดับหัวแถวด้วยกันแล้ว คู่แข่งรายอื่นๆ ต่างมีฐานะการเงินดีกว่าหลายเท่าตัว
ล้อมกรอบตาราง :
ตารางแสดงงบการเงินงวด 9 เดือน ปี 2555
……………………………………………………………………………………………….
บริษัท รายได้ กำไรสุทธิ(ลบ.) หนี้สินต่อทุน(เท่า)
………………………………………………………………………………………………
SIRI 16,030 1,199 2.60
PF 6,518 244 1.88
PS 18,777 2,635 1.21
LH 19,250 4,099 1.05
SPALi 5,957 1,132 0.97
…………………………………………………………………………………………………
ที่มา : รวบรวมโดยข่าวหุ้นธุรกิจ

Advertisements