เซียนหุ้น ‘เอกยุทธ’ เตือนรายย่อย
‘เอกยุทธ’เตือนรายย่อย อย่าตกเป็นเหยื่อหุ้นปั่น เจ้ามือขายได้ทุกราคา! ตลท.เล็งปรับเกณฑ์คุม

“กูรูหุ้น-เอกยุทธ” เตือนนักลงทุนระวัง อย่าตกเป็นเหยื่อของ “หุ้นปั่น-หุ้นปันผลชาติหน้า” เพราะเจ้ามือขายได้ทุกราคา เผยเวลานี้หลายรายจะปล่อยข่าวมาทำธุรกิจโรงไฟฟ้า-ทำพลังงาน ด้าน “ตลท.” เตรียมปรับเกณฑ์เข้มคุม “หุ้นปั่น” หลังยังเล่นกันไม่เลิก พร้อมเตือนแมลงเม่าระมัดระวังลงทุน

วันที่ 22 ม.ค. 2556 นายเอกยุทธ อัญชันบุตร ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ “ไทยอินไซเดอร์” และนักลงทุนรายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ค ระบุว่า “นักลงทุนต้องระวังอย่างสูงสุดเมื่อผลประกอบการทยอยออกมา..เพราะจะมีการขายจากบรรดานักลงทุนรายใหญ่เมื่อราคาหุ้นปรับขึ้นมารับข่าวแล้ว..set 1,450 จุด..เริ่มเข้าสู่จุดอันตรายในช่วงนี้

..ให้สังเกต..เมื่อหุ้นตัวใหญ่ลง..ตัวเล็กและปันผลชาติหน้าจะมาเล่น..แต่เวลาลงจะเหมือนลิฟท์ขาดนะครับ..ทุกวันหากราคาขึ้นมากว่า 300-500% สำหรับพวกปันผลชาติหน้า เจ้ามือขายได้ทุกราคาแล้ว..อย่าตกเป็นเหยื่อและแทบทุกรายจะปล่อยข่าวว่าเปลี่ยนธุรกิจเป็นโรงไฟฟ้าหรือทำพลังงานแทบทั้งนั้น..22-1-13”

ด้านนายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ยังจับตาดูความเคลื่อนไหวหุ้นที่มีราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้น (พีอี) สูงเกิน 40 เท่า และหุ้นที่มีความร้อนแรงสูงอย่างต่อเนื่อง หากสัปดาห์นี้ยังพบหุ้นที่มีพีอีสูงเกิน 40 เท่า โดยไม่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับ รวมถึงหุ้นอื่นๆ ที่ยังร้อนแรงผิดปกติ ตลาดหลักทรัพย์อาจมีการปรับเกณฑ์ให้เข้มงวดมากขึ้น เพราะต้องการให้การซื้อขายในตลาดหุ้นไทยเป็นไปอย่างถูกต้องและเหมาะสม ไม่ต้องการให้เกิดการเก็งกำไรจนทำให้ตลาดเสียหาย

“ถ้าการดำเนินการทุกอย่างเป็นไปตามกฎระเบียบที่ได้ขอความร่วมมือกับโบรกเกอร์ไปอย่างถูกต้องแล้ว ก็ถือว่าตลาดได้ดูไประดับหนึ่ง แต่ถ้ายังร้อนแรงอยู่ก็ต้องมาดู ถ้าติดบัญชีซื้อขายด้วยเงินสด แคชบาลานซ์ แล้วยังร้อนแรง จนต้องติดเกณฑ์ซ้ำ เท่ากับว่ากฎเกณฑ์ข้อบังคับที่มีใช้ไม่ได้ผล ต้องปรับให้เข้มงวดมากขึ้น หรือดูเกณฑ์อื่นแทน เพราะว่า ตลท.มีอำนาจในการปรับกฎเกณฑ์ได้อยู่แล้ว”นายจรัมพรกล่าว

ขณะที่นายชนิตร ชาญชัยณรงค์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าจากการสำรวจการซื้อขายหลักทรัพย์ในเดือนม.ค. พบว่า หุ้นขนาดกลางและขนาดเล็ก หรือหุ้นที่ไม่ได้อยู่ใน 100 อันดับแรก (NON-SET100) พบว่าปริมาณการซื้อขาย (วอลุ่ม) เพิ่มขึ้นสูงมาก ส่งผลให้วอลุ่มเฉลี่ยในช่วง 3 สัปดาห์แรกของปีนี้เกิน 5 หมื่นล้านบาทต่อวัน

ทั้งนี้ในช่วง 3 สัปดาห์แรกของปี (2 ม.ค.-16 ม.ค.) พบว่า วอลุ่มการซื้อขายของตลาดหุ้นไทยเพิ่มขึ้นทุกสัปดาห์ โดยสัปดาห์แรกมูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 4.57 หมื่นล้านบาท สัปดาห์ที่ 2 อยู่ที่ 4.82 หมื่นล้านบาท (ไม่รวมรายการซื้อขายหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น (INTUCH) และสัปดาห์ล่าสุดอยู่ที่ 5.74 หมื่นล้านบาท

“ผู้ลงทุนจะต้องระมัดระวังและประเมินมูลค่ากิจการอย่างรอบคอบ หลีกเลี่ยงการลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีมูลค่า ไม่สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐาน และไม่ตัดสินใจบนข้อมูลที่ขาดความน่าเชื่อถือหรือข่าวลือ”นายชนิตรกล่าว

ที่มา http://thaiinsider.info

Advertisements