‘มอเตอร์เอ็กซ์โป’ ดันหุ้นร้อน!
* ยานยนต์-เช่าซื้อ รับอานิสงส์เต็มๆ

เปิดฉากแล้ว! “มอเตอร์เอ็กซ์โป” งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 29 จัดขึ้นระหว่าง 29 พ.ย.- 10 ธ.ค.นี้ ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี กูรู ชี้ หุ้นกลุ่มยานยนต์-เช่าซื้อรับอานิสงส์เต็มๆ รับคาดการณ์ยอดจองในงานพุ่งทะละ 5 หมื่นคัน จากนโยบายรถยนต์คันแรกหนุน แนะซื้อหุ้นเด่น SAT-AH-STANLY-BAY-TISCO-SCB-TCAP

* กูรู ชูหุ้นยานยนต์-เช่าซื้อรับอานิสงส์ “มอเตอร์เอ็กซ์โป”
ฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.เคจีไอ วิเคราะห์งาน ‘มอเตอร์เอ็กซ์โป’ ลุ้นจองพุ่ง 5 หมื่นคัน เพราะเชื่อว่าคนจะแห่ไปใช้สิทธิรถคันแรกโค้งสุดท้ายปีนี้ และมองว่าผู้จัด และค่ายรถยนต์ จะดี๊ด๊า จากการลุ้นคนแห่จองใช้สิทธิ์คืนเงินรถคันแรกดังกล่าว ทำให้คาดว่าเงินจะสะพัด 5.5 หมื่นล้านบาท ยอดจองพุ่งทะลุ 5 หมื่นคัน โดยมีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นกลุ่มยานยนต์และกลุ่มเช่าซื้อ
พร้อมกันนี้ คงคำแนะนำ “ซื้อ” SAT (เป้าหมาย 40 บาท) AH (เป้าหมาย 29 บาท) STANLY (เป้าหมาย 215บาท) BAY* (เป้าหมาย 42.70 บาท) TISCO* (เป้าหมาย 56 บาท) และ SCB* (เป้าหมาย 212บาท) และแนะนำ ถือ TCAP* (เป้าหมาย 38 บาท)

* กลุ่มลิสซิ่งจะโตถึงปีหน้า
นายธนเดช รังษีธนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กรุงศรี กล่าวว่า จากการเปิด “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 29 Motor Expo 2012” คาดว่าจะส่งผลบวกต่อธุรกิจลิสซิ่งเช่าซื้อรถยนต์เป็นอย่างมาก โดยคาดว่ายอดการขอสินเชื่อจากงานดังกล่าวจะเริ่มเข้ามาตั้งแต่ในช่วงไตรมาส 2 จนถึงไตรมาส 3/56 เป็นต้นไป เพราะต้องรอค่ายรถยนต์ต่างๆ ผลิตรถให้กับประชาชนที่เข้ามาซื้อ ซึ่งคาดว่าจะมีจำนวนที่มากเพราะต้องการใช้สิทธิรถคันแรกของนโยบายรัฐบาลที่จะสิ้นสุด 31 ธันวาคมปีนี้
ส่วนในปีหน้า ยังคาดว่ากลุ่มลิสซิ่งก็จะอย่างมีแนวโน้มเติบโตอยู่ แต่อาจจะโตแบบชะลอกว่าปีนี้ที่ขยายตัวมากจากการฟื้นตัวจากปัญหาน้ำท่วมและนโยบายกระตุ้นกำลังซื้อรถคันแรกของรัฐบาล
สำหรับกลยุทธ์ลงทุน หากนักลงทุนสนใจหุ้นกลุ่มลิสซิ่งรถยนต์แนะนำหุ้น TCAP และTISCO เพราะมีสถานะการเงินที่ดีและมีทิศทางการเติบโตของสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น โดย TCAP มีจุดเด่นในเรื่องของราคาหุ้นที่ยังไม่แพงและสินเชื่อมีโอกาสเติบโตรวมถึงยังมีรายได้จากการขายประกันชีวิตเข้ามาเสริมด้วย โดยประเมินราคาพื้นฐานที่ 46.00 บาท ขณะที่ TISCO แม้ว่าราคาหุ้นจะเหลือ UPSIDE ไม่มากนักแต่ธุรกิจโตตามอุตสาหกรรมรถยนต์และมีจุดเด่นเรื่องอัตราจ่ายเงินปันผลที่สูง โดยประเมินราคาพื้นฐานที่ 53.00 บาท

* Overweight หุ้นยานยนต์
ด้านฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.เกียรตินาคิน วิเคราะห์หุ้นกลุ่ม Automotive Sector และคงให้น้ำหนักการลงทุน Overweight หลังพบว่าตัวเลขอุตฯ ยานยนต์ไทยเดือน ต.ค. 2555 ยังคงทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง โดยยอดผลิตรถยนต์เดือน ต.ค. 2555 ทำสถิติสูงสุดใหม่กว่า 2.52 แสนคัน
โดย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) รายงานตัวเลขอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเดือน ต.ค. 2555 ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ทุกรายการอีกครั้งทั้งยอดผลิต ยอดขายในประเทศ และยอดส่งออกและสูงขึ้นมากเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยได้รับผลกระทบจากมหาอุทกภัย โดยทำยอดผลิตได้ 252,165 คัน เพิ่มขึ้น 410% YoY เป็นการทำสถิติยอดผลิตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 ยอดขายในประเทศ 142,839 คัน เพิ่มขึ้น 233% YoY และยอดส่งออก 98,284 คัน เพิ่มขึ้น 93% YoY และรวมช่วง 10 เดือนแรกของปี 2555 ยอดผลิตสูงถึง 1,975,783 คัน เพิ่มขึ้น 48% YoY โดย ส.อ.ท. ยังคาดการณ์อีกว่ายอดผลิตรถยนต์ในช่วงเดือน พ.ย. – ธ.ค. 2555 จะอยู่ที่ 445,412 คัน รวมเป็นปี 2555 คาดว่าประเทศไทยจะมียอดผลิตรถยนต์กว่า 2.42 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 66% YoY สูงกว่าที่เราคาดว่าปี 2555 ประเทศไทยจะมียอดผลิตรถยนต์ราว 2.31 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 58% YoY
นอกจากนี้ เดือน พ.ย. – ธ.ค. 2555 มีปัจจัยบวกจากงาน Motor Expo และนโยบายรถคันแรก ซึ่งในช่วงที่เหลือของปี 2555 (พ.ย. – ธ.ค.) เราประเมินว่าตัวเลขอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยยังมีแนวโน้มแข็งแกร่งต่อเนื่องด้วย 2 แรงผลักดันสำคัญ คือ การจัดงาน Motor Expo (29 พ.ย. – 10 ธ.ค.) และการสิ้นสุดระยะเวลาจองรถเพื่อรับสิทธิการได้คืนภาษีตามนโยบายรถคันแรกวันที่ 31 ธ.ค. 2555 โดยเราคาดยอดจองรถในงาน Motor Expo จะมีไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นคัน เพิ่มขึ้น 85% YoY ใกล้เคียงกับงาน Motor Show (28 มี.ค. – 8 เม.ย.) เมื่อช่วงต้นปี 2555 มียอดจองรถกว่า 5.7 หมื่นคัน เพิ่มขึ้น 66% YoY และในช่วงปลายปี 2555 นี้ก่อนที่จะสิ้นสุดระยะเวลาจองรถตามกำหนดนโยบายรถคันแรกเราคาดว่ายอดจองรถจะเพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมาก ล่าสุดมีผู้ลงทะเบียนขอรับสิทธิตามนโยบายรถคันแรกแล้วกว่า 5 แสนราย
โดยเฉพาะในเดือน พ.ย. 2555 มีผู้ลงทะเบียนขอรับสิทธิสูงถึงสัปดาห์ละ 5 หมื่นราย ทำให้เราคาดว่ายอดขายรถยนต์ในประเทศ เดือน พ.ย. – ธ.ค. 2555 จะทำสถิติสูงสุดต่อเนื่องจากเดือน ต.ค. 2555 และเป็นผลทำให้ผู้ผลิตรถยนต์ต้องเร่งกำลังการผลิตรถยนต์ต่อเนื่องไปจนถึงกลางปีหน้า 2556 เป็นอย่างน้อยเพื่อให้สามารถส่งมอบรถยนต์ได้ทันกับความต้องการของลูกค้า
อย่างไรก็ตาม คาดว่ายอดผลิตรถยนต์ปี 2556 ยังเติบโตได้ต่อเนื่องเป็น 2.52 ล้านคัน ซึ่งแม้ว่าปี 2556 อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยจะมีความเสี่ยงจากการชะลอตัวของตลาดรถยนต์ในประเทศหลังสิ้นสุดนโยบายรถคันแรก แต่อย่างไรก็ตาม เราคาดว่ายอดผลิตรถยนต์จะยังเติบโตได้อย่างต่อเนื่องด้วยการผลิตรถยนต์เพื่อส่งมอบรถยนต์ตามยอดจองรถที่เกิดขึ้นในปี 2555 และการเพิ่มสัดส่วนการผลิตเพื่อการส่งออกมาขึ้นจากในปี 2555 ส่วนใหญ่จะเป็นการผลิตเพื่อรองรับตลาดในประเทศ เราคาดยอดผลิตรถยนต์จะเติบโตอย่างแข็งแกร่งจนถึงกลางปี 2556 เป็นอย่างน้อย โดยคาดยอดผลิตรถยนต์ในปี 2556 ที่ราว 2.52 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 5 – 10% YoY
ทั้งนี้ อุตสาหกรรมยานยนต์แข็งแรงเป็นบรรยากาศที่ดีต่อการลงทุนหุ้นกลุ่ม AUTO เพราะแนวโน้มการเติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่องของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยจนถึงกลางปี 2556 เป็นอย่างน้อยเป็นบรรยากาศที่ดีต่อการลงทุนหุ้นในกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ (AUTO) และระยะสั้นคาดว่าหุ้นกลุ่ม AUTO จะได้รับปัจจัยบวกจากการจัดงาน Motor Expo และการจัดงานฉลองยอดผลิตรถยนต์ครบ 2 ล้านคันต่อปีเป็นครั้งแรกของประเทศไทยในช่วงปลายเดือน พ.ย. 2555 นี้ คาดว่าจะทำให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นต่อการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมากขึ้น เราจึงยังคงให้น้ำหนักการลงทุน Overweight สำหรับหุ้นกลุ่ม AUTO โดยเลือก SAT (40.50 บาท), STANLY (300 บาท) และ AH (27.70 บาท) เป็นหุ้นเด่นของกลุ่มและแนะนำ “ซื้อ”

* ลงทุนมากกว่าตลาดทั้งธนาคารพาณิชย์-เช่าซื้อรถยนต์
ฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.เอเซียพลัส ประเมินกลุ่มธนาคารพาณิชย์-เช่าซื้อรถยนต์ โดยให้น้ำหนักการลงทุน มากกว่าตลาด หลังยอดขายรถยนต์ ต.ค.55 ร้อนแรงถึง 1.42 แสนคัน ดันยอด 10M55 ทะลุ 1.14 ล้านคัน
โดย Toyota Motor (ประเทศไทย) เปิดเผยยอดจำหน่ายรถยนต์เดือน ต.ค.55 สูงถึง 1.42 แสนคัน เติบโตถึง 7.5% mom และ 233.2% yoy ขึ้นทำสถิติสูงสุดในรายเดือนอีกครั้ง จากที่ค่อนข้างชะลอตัวไปในช่วง 2 เดือนก่อนหน้าที่เป็น low season ในช่วงฤดูฝน โดยยอดจำหน่ายทั้งรถยนต์นั่งและรถกระบะขนาด 1 ตัน ล้วนขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ในรายเดือนเช่นเดียวกันที่ระดับ 7.22 หมื่นคัน (+5.8% mom และ 263.7% yoy) และ 6.13 หมื่นคัน (+9.1% mom และ 225.5% yoy) ตามลำดับ สะท้อนถึงความร้อนแรงของDemand รถยนต์ในประเทศที่ได้รับแรงหนุนจากทั้งความต้องการที่สะสมมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2554 ที่เกิดน้ำท่วมใหญ่
การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ของผู้ประกอบการค่ายต่างๆ (และจะมีเพิ่มขึ้นอีกในช่วงปลายปีนี้ ในช่วงการจัดงาน Motor Expo ระหว่างวันที่ 29 พ.ย.-10 ธ.ค.55 อาทิ Toyota Vios ใหม่ เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ฮอนด้า บริโอ อเมซ รุ่น Eco car 4 ประตู) บวกกับมาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับรถยนต์คันแรกสูงสุดถึง 1 แสนบาท/คัน (ยอดรถยนต์ที่ขอลดหย่อนภาษีทะลุเป้าหมายที่ทางการกำหนดไว้แล้วที่ 5 แสนคัน โดยขณะนี้มียอดสูงกว่า 6 แสนคันแล้ว) ทั้งนี้ ยอดจำหน่ายรถยนต์สะสมในประเทศในช่วง 10M55 ขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่เช่นเดียวกันถึง 1.14 ล้านคัน เติบโตถึง 59.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และคิดเป็นสัดส่วน 88% ของประมาณการยอดจำหน่ายรถยนต์ทั้งปี 2555 ที่ตลาดคาดไว้ที่ระดับ 1.3 ล้านคัน
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ดังกล่าวจะส่งผลบวกต่อผู้ประกอบการกลุ่มเช่าซื้อรถยนต์ในกลุ่ม ธ.พ. ที่ฝ่ายวิจัยศึกษา ได้แก่ TCAP, SCB, BAY, TISCO และ KK โดยฝ่ายวิจัยประเมินว่าการเติบโตของสินเชื่อสุทธิโดยรวมของ ธ.พ. เหล่านี้จะยิ่งเร่งตัวมากขึ้นในช่วง 4Q55 โดยเฉพาะ BAY ซึ่งสถานการณ์สินเชื่อสุทธิในระยะ 9M55 ที่ผ่านมายังต่ำกว่าเป้าหมายทั้งปีที่คาดไว้ 14% yoy ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยประเมินว่า TCAP เป็นผู้ประกอบการในกลุ่มที่จะได้รับผลบวกมากสุด ด้วยส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มเช่าซื้อรถยนต์ใหม่ที่สูงกว่า 30% ของตลาดรวม สะท้อนได้จากการเติบโตของสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ในช่วง 2 ไตรมาสที่ผ่านมา ที่เติบโตในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มฯ กว่า 4% qoq ในแต่ละไตรมาส
โดยฝ่ายวิจัยเชื่อว่างวด 4Q55 น่าจะเป็นไตรมาสที่ TCAP สามารถแสดงการเติบโตของสินเชื่อเชิงรุกที่สูงสุดในรอบปี 2555 ด้วยปัจจัยหนุนจากแนวโน้มฐานเงินกองทุนที่แข็งแกร่งมากขึ้นภายหลังการขายธุรกิจประกันชีวิตออกไป ทำให้ธนาคารฯ สามารถปรับกลยุทธ์กลับเข้าสู่ช่วงของการเติบโตเชิงรุกได้อีกครั้ง นอกจากนี้ ประเด็นเรื่องการซื้อหุ้นในตลาดคืนซึ่งกำหนดไว้ไม่เกิน 10% ของหุ้นเรียกชำระแล้ว เป็นเครื่องสะท้อนถึงฐานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่งซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มการเติบโตของกำไรสุทธิของ TCAP ภายหลังการขายธุรกิจประกันชีวิตออกไปได้อย่างมาก
ฝ่ายวิจัยยังคงน้ำหนักการลงทุนมากกว่าตลาดในหุ้นกลุ่ม ธ.พ. ทั้งนี้ ราคาหุ้นกลุ่ม ธ.พ. ได้ผ่านการปรับฐานราคากว่า 6% จากระดับสูงสุดในช่วงต้นเดือน ต.ค.55 โดยมี PBV ที่ 1.8 เท่าในปัจจุบัน ถือเป็นโอกาสดีให้ทยอยเข้าสะสมเพื่อลงทุน โดยหุ้น Top picks เลือก KBANK และ TCAP ซึ่งเห็นการเติบโตอย่างโดดเด่นของ EPS ต่อเนื่องในปี 2556 อีกทั้งยังมี upside ที่ดีให้เข้าลงทุน

* ธนาคารธนชาต จัดหนัก แจก iPhone 5 จำนวน 400 เครื่อง
นายธีรชาติ จิรจรัสพร ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์เช่าซื้อ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารฯ มีนโยบายในการรักษาความเป็นผู้นำในธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์ของประเทศให้ได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยการมุ่งเน้นในด้านการให้บริการที่ดีครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ ทั้งผ่านตัวแทนจำหน่ายรถยนต์และสาขาธนาคาร พร้อมทั้งจะร่วมกับบริษัทผู้ผลิตรถยนต์และตัวแทนจำหน่ายรถยนต์จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดสำหรับลูกค้าอย่างสม่ำเสมอตลอดปี
โดยช่วงส่งท้ายปลายปีนี้ ธนาคารฯ ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดให้กับลูกค้ารถยนต์ใหม่ มีสิทธิ์ลุ้นรับ iPhone 5 พร้อม Case รุ่น Limited Edition จำนวน 400 รางวัล มูลค่ารางวัลละ 25,000 บาท รวมมูลค่าทั้งสิ้น 10 ล้านบาท โดยผู้ซื้อรถที่ใช้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ใหม่กับธนชาต ในระหว่างวันนี้ – 28 กุมภาพันธ์ 2556 และได้รับอนุมัติและเกิดสัญญาภายในวันที่ 30 เมษายน 2556 จะได้รับสิทธิ์ลุ้นรางวัล iPhone 5 ทุกคน และพิเศษสุดในช่วง Motor Expo จนถึงสิ้นปี 2555 มอบสิทธิ์ลุ้นรางวัล 2 สิทธิ์ เพื่อเพิ่มโอกาสให้กับลูกค้าในช่วงเวลาดังกล่าว
นายธีรชาติ กล่าวว่า ธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์ช่วงสุดท้ายของปี 2555 นี้ จะยังคงได้รับปัจจัยบวกจากผลจากการจองรถยนต์เพื่อใช้สิทธิการคืนภาษีจากนโยบายรถยนต์คันแรก ธนาคารจึงทำโปรโมชั่นดีๆ ออกมาเพื่อประโยชน์กับผู้ซื้อรถยนต์ ทั้งนี้ธนาคารฯ ยังมีความห่วงใยลูกค้าในกลุ่มนี้จึงได้มีการจัดทำโบรชัวร์ “พบคำตอบเรื่องรถคันแรก” เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจกับลูกค้าในการขอรับสิทธิ์ ซึ่งผู้สนใจสามารถขอรับได้ที่สาขาของธนาคารฯ ทั่วประเทศ
สำหรับทิศทางตลาดรถยนต์ในปี 2556 ยังมีโอกาสขยายตัวได้ดี จากยอดรถยนต์คงค้างส่งมอบที่ได้สั่งจองภายในสิ้นปี 2555 รวมทั้งการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ และการทำไมเนอร์เชนจ์ในรถยนต์รุ่นต่างๆ ของผู้ประกอบการ

Advertisements