หุ้นไทยQ3สยายปีก ปิดสูงสุดในภูมิภาค
* มาร์เก็ตแคป 10.8 ล้านลบ. มากสุดตั้งแต่ก่อตั้งตลาดฯ

ดัชนีตลาดหุ้นไทย Q3/55 ปิดที่ระดับ 1,298.79 จุด สูงที่สุดในภูมิภาค สวนทาง ศก.โลกที่ยังอึมครึม ขณะที่มาร์เก็ตแคปแตะ 10.8 ล้านลบ. มากสุดนับตั้งแต่ก่อตั้ง ตลท. “จรัมพร” คอนเฟิร์ม ตัวเลขต่างๆ ออกมาดี เพราะ Q3/55 ได้พัฒนาระบบ SET CONNECT รองรับการซื้อขาย ASEAN Trading Link ที่เพิ่งจะดีเดย์ 15 ต.ค.ที่ผ่านมา ด้านมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ย/วัน ของตลาดรวมสิ้นปีนี้คาดแตะ 3.1-3.2 หมื่นลบ./วันตามเป้า ระบุ 9 เดือนแรกอยู่ที่ 3 หมื่นลบ./วัน ขณะที่วานนี้หุ้นไทยอาการแย่ ปิดร่วงถึง 15.42 จุด ตามตลาดหุ้น Dow Jones ที่ปรับลดลงกว่า 1.8%

ตลาดหุ้นไทยมีข่าวดีมาให้ชื่นใจ ! อีกรอบ หลัง ตลท.ประกาศดัชนี SET ณ Q3/55 ปิดไปที่ระดับ 1,298.79 จุด สูงที่สุดในภูมิภาค สวนทาง ศก.โลกที่ยังอึมครึม ขณะที่มาร์เก็ตแคปแตะ 10.8 ล้านล้านบาท มากที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งตลาดหลักทรัพย์ฯ “จรัมพร” คอนเฟิร์ม ตัวเลขต่างๆ ออกมาน่าพอใจ เพราะไตรมาส 3 ตลาดฯ ได้พัฒนาระบบ SET CONNECT รองรับการซื้อขาย ASEAN Trading Link ที่เพิ่งจะดีเดย์ 15 ต.ค.ที่ผ่านมา ด้านมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ย/วัน ของตลาดรวมสิ้นปีนี้คาดแตะ 3.1-3.2 หมื่นลบ. ตามเป้า ระบุ 9 เดือนแรกอยู่ที่ 3 หมื่นลบ./วัน
ขณะที่ต่างชาติซื้อสุทธิ 1,679 ลบ. ส่งผล 9 เดือนแรกปีนี้ซื้อสุทธิรวม 65,775 ลบ. พร้อมคาดยอดระดมทุน IPO ปีนี้แตะ 1 แสนลบ.ตามเป้า ระบุปัจจุบันยอดระดมทุน อยู่ที่ 8.1 หมื่นลบ. เผย 9 เดือนมีบัญชีรายย่อย 7.6 แสนบัญชี เกินกว่าเป้าที่ตั้งไว้แล้ว ส่วน 29 ต.ค.นี้ตลาดอนุพันธ์ จะเปิดซื้อขาย SET50 Futures และ SET50 Options โฉมใหม่
ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยวานนี้ อาการแย่ ปิดร่วงถึง 15.42 จุด หลุดแนวรับสำคัญที่ 1,300 จุด มาที่ระดับ 1,295 จุด หรือลดลง 1.18% ตามตลาดหุ้น Dow Jones ที่ปรับลดลงกว่า 1.8% หลังกำไร Q3/55 ของบริษัทจดทะเบียนออกมาต่ำกว่าคาด และราคาน้ำมันที่ปรับลดลง 2.2% ขณะที่วันนี้คาดว่าจะยังผันผวน ประเมินแนวรับที่ 1,290 จุด และแนวต้านที่ 1,314 จุด

*** ตลท. เผยสิ้น Q3/55 SET INDEX ปิดที่ 1298.79 จุด สูงสุดในภูมิภาค

นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ณ สิ้นไตรมาส 3/2555 ดัชนีตลาดหุ้นไทย ปิดที่ 1298.79 จุด ปรับเพิ่มขึ้น 26.67% จากสิ้นปี 2554 ซึ่งสูงสุดในภูมิภาค และปรับเพิ่มขึ้น 5.81% จากสิ้นเดือนก่อน ขณะที่อัตราผลตอบแทนของ SET ณ สิ้นไตรมาส 3 สูงเป็นอันดับ 3 ในภูมิภาค โดยอยู่ที่ 3.45% ลดลงจาก 4.57% ในช่วงเดียวกันของปีก่อนและลดลง 3.75% ณ สิ้นเดือนก่อน ส่วนตลาดหลักทรัพย์ mai มีอัตราเงินปันผลตอบแทนอยู่ที่ 2.02%
อย่างไรก็ตาม ในช่วงไตรมาส 3 แม้ตลาดทุนทั่วโลกจะได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ แต่สภาพคล่องทางการเงินในตลาดทุนโลก มีเพิ่มมากขึ้น จากนโยบายการเงินของสหรัฐฯ และยุโรป ประกอบกับผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนไทยส่วนใหญ่ที่เติบโตดี เป็นปัจจัยสนับสนุนให้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทยยังคงปรับสูงขึ้นจากไตรมาสก่อน

*** ด้านมาร์เก็ตแคปแตะ 10.8 ล้านลบ. สูงสุดตั้งแต่ก่อตั้งตลาดฯ

ทั้งนี้ ตลาดหุ้นไทยในปัจจุบันถือเป็นตลาดหุ้นที่น่าสนใจและน่าลงทุนที่สุดในเอเซีย เนื่องจากตลาดหุ้นไทยมีอัตราเงินปันผลที่สูง มูลค่าซื้อขายต่อวันปรับตัวสูงขึ้น ดัชนีตลาดที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องและราคาหุ้นยังอยู่ในระดับที่ไม่สูงมากนัก ซึ่งปัจจัยดังกล่าวถือเป็นปัจจัยบวกที่สวนทางกับตลาดหุ้นอื่นๆในต่างประเทศ ที่ดัชนีฯ ปรับตัวลดลง 10-20% ขณะที่ตลาดหุ้นไทยยังทรงตัวอยู่ในแดนบวกได้ แสดงให้เห็น
ถึงสภาพคล่องในตลาดหุ้นที่ยังอยู่ในระดับสูง
ขณะที่มูลค่ามาร์เก็ตแคปของตลาดหุ้นไทย ณ สิ้นไตรมาส 3 ทำสถิติสูงสุดตั้งแต่ตั้งตลาดหลักทรัพย์มา โดยปรับขึ้นไปอยู่ที่ 10.8 ล้านล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 28.16% จากสิ้นปี 2554 และของ mai อยู่ที่ 104,733 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.47% จากสิ้นปี 2554
สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยในไตรมาส 4 นั้นยังไม่สามารถประเมินได้ เนื่องจากต้องดูทิศทางผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 3 ก่อน
อย่างไรก็ตาม ในระยะยาวมองว่าตลาดหุ้นไทยยังอยู่ในเกณฑ์ดี เนื่องจากประเทศไทยถือเป็นศูนย์กลางการลงทุนของประเทศเพื่อนบ้านที่มีอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจที่ดี แต่ทั้งนี้ ทิศทางดัชนีฯ ช่วงที่เหลือของปียังคงต้องเผชิญกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวก่อน

*** “จรัมพร” เผยได้ SET CONNECT หนุนการซื้อขาย
โดยในช่วงไตรมาส 3 มีพัฒนาการสำคัญที่เพิ่มความน่าสนใจแก่ตลาดหุ้นไทย ได้แก่การเริ่มใช้ระบบซื้อขายหลักทรัพย์ใหม่ SET CONNECT ที่มีประสิทธิภาพทัดเทียมกับตลาดหลักทรัพย์ชั้นนำของโลกได้สำเร็จด้วยความร่วมมือจากบริษัทหลักทรัพย์ทั้ง 32 แห่ง เพื่อรองรับการเติบโตของปริมาณการซื้อขายรวมถึงการออกผลิตภัณฑ์และธุรกรรมรูปแบบใหม่ๆ ในอนาคต และในช่วงต้นเดือนตุลาคมได้มีการเชื่อมโยงกระดานซื้อขายหลักทรัพย์อาเซียน (ASEAN Trading Link) ระหว่างตลาดหลักทรัพย์ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ นับเป็นจุดเริ่มต้นการทำธุรกรรมการซื้อขายหลักทรัพย์อาเซียนที่สะดวกรวดเร็ว และกระตุ้นความสนใจให้เกิดการลงทุนในภูมิภาคอาเซียนรวมทั้งไทยมากขึ้น

*** 9 เดือนแรกแรกมี 9 บจ.-5 กองทุน เข้าจดทะเบียนใหม่
สำหรับด้านการเพิ่มสินค้าและผลิตภัณฑ์ ในช่วง 9 เดือนแรก มีบริษัทและกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ฯ เข้าจดทะเบียนใหม่ 9 บริษัท และ 5 กองทุน มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม 60,851 ล้านบาท และในเดือนตุลาคมนี้ มีบริษัทกำหนดเข้าจดทะเบียน 2 บริษัท มีบริษัทที่ยื่นไฟลิ่งแล้ว 12 บริษัท (ณ 10 ตุลาคม 2555) แบ่งเป็นเข้าจดทะเบียนใน SET 4 บริษัท mai 8 บริษัท สำหรับการผลักดันให้บริษัทจดทะเบียนระดมทุนเพิ่มและใช้เครื่องมือทางการเงินเพื่อเพิ่มมูลค่ากิจการ 9 เดือนแรกที่ผ่านมา มีบริษัทจดทะเบียน 132 บริษัทที่ระดมทุนเพิ่มโดยมีมูลค่าระดมทุนรวม 81,983 ล้านบาท และมีบริษัทที่ใช้เครื่องมือด้านตลาดทุนในการบริหารจัดการระดมทุนถึง 75 บริษัท โดยเครื่องมือที่บริษัทจดทะเบียนนิยมใช้มากที่สุดยังคงเป็นการจ่ายหุ้นปันผล (Stock Dividend) รวม 33 บริษัท

*** คาดมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ย/วัน สิ้นปีนี้แตะ 3.1-3.2 หมื่นลบ.ตามเป้า
ทั้งนี้ ในช่วงไตรมาส 3 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันรวมของ SET และ mai อยู่ที่ 31,202 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.66% จากไตรมาสก่อน แต่ลดลง 5.11% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเดือน ก.ย. มูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 36,705 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.97% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
อย่างไรก็ตามช่วง 9 เ ดือนแรกปีนี้มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 30,601 ล้านบาท ลดลง 2.93% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่คาดว่า ณ สิ้นปีนี้ มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน รวมของ SET และ mai จะอยู่ที่ 3.1-3.2 หมื่นล้านบาทตามเป้า ขณะที่แนวโน้มมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในปี 2556 น่าจะยังทรงตัวต่อเนื่องจากปีนี้ เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจยังชะลอตัว

*** 9 เดือนแรกปีนี้ ต่างชาติซื้อสุทธิรวม 65,775 ลบ.
ในช่วงไตรมาส 3/2555 นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ ใน SET และ mai รวม 1,679 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เกิดจากการซื้อสุทธิ ในเดือน ก.ย. ถึง 2,997 ล้านบาท ส่งผลให้ช่วง 9 เดือนแรกของปีนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิรวม 65,775 ล้านบาท ขณะที่จำนวนบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ ณ สิ้นเดือน ก.ย. อยู่ที่ 763,374 บัญชี สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ ที่ 7.4-7.5 แสนบัญชี จากสิ้นปี 2554 ที่มีจำนวนบัญชีอยู่ที่ 700,225 บัญชี
ทั้งนี้ ณ สิ้นไตรมาส 3 ดัชนีหลักทรัพย์ของกลุ่มอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่า 30% จากสิ้นปี 2554 โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มบริการ กลุ่มธุรกิจการเงิน กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร และเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนดัชนีหลักทรัพย์ปรับเพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มเช่นกัน

*** คาดระดมทุน IPO ปีนี้แตะ 1 แสนลบ.ตามเป้า จากปัจจุบันยอดระดมทุน อยู่ที่ 8.1 หมื่นลบ.
ในช่วงที่เหลือของปีนี้คาดว่าจะมีบริษัทจดทะเบียน (บจ.) เข้ามาระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ mai อีกประมาณ 9 บริษัท และเป็นกองทุน LTF อีก 1กองทุน ซึ่งน่าจะส่งผลให้มูลค่าระดมทุน IPO ณ สิ้นปีนี้เป็นไปตามเป้าที่ 1 แสน ลบ.โดย ณ ไตรมาส 3 บจ. มีมูลค่าระดมทุนรวม 20,864 ล้านบาท แยกเป็นการระดมทุนในตลาดแรก 9,816 ล้านบาท ซึ่งมีบจ.เข้าใหม่ 6 บริษัท และกองทุนอสังหาฯ 2 กองทุน ขณะที่ช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้มีมูลค่าระดมทุนทั้งสิ้น 81,692 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.59% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากมูลค่าระดมทุนในตลาดแรกปรับตัวเพิ่มขึ้น

*** ตลท.เผย 9 เดือนมีบัญชีรายย่อย 7.6 แสนบัญชี เกินกว่าเป้าที่ตั้งไว้
ขณะที่ผลดำเนินงานด้านการขยายฐานผู้ลงทุนบุคคล ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดอย่างต่อเนื่องร่วมกับธนาคารพาณิชย์และบริษัทหลักทรัพย์ ส่งผลให้มกราคม – กันยายน 2555 มีจำนวนบัญชีผู้ลงทุนรายบุคคล 763,374 บัญชี หรือเพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2554 จำนวน 63,149 บัญชี สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ ณ สิ้นปี 2555 ที่ 740,000 -750,000 บัญชี ขณะที่จำนวนบัญชีอนุพันธ์ มีจำนวน 74,057 บัญชี เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2554 จำนวน 13,757 บัญชี ซึ่งคาดว่าภายในไตรมาส 4 จะสามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 80,000 บัญชี ส่วนสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายผ่าน online ในตลาดหุ้นเพิ่มขึ้นคิดเป็นสัดส่วน 52.50% ของมูลค่าการซื้อขายรวมของผู้ลงทุนรายบุคคล ซึ่งบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้

*** 29 ต.ค.นี้ตลาดอนุพันธ์ จะเปิดซื้อขาย SET50 Futures และ SET50 Options โฉมใหม่
นายจรัมพร กล่าวต่อว่า ในวันที่ 29 ตุลาคม บมจ. ตลาดอนุพันธ์ (ประเทศไทย) จะเปิดซื้อขาย SET50 Futures และ SET50 Options โฉมใหม่ ซึ่งปรับปรุงลักษณะของสัญญาให้สอดคล้องกับ Index Futures ที่มีการซื้อขายในตลาดแถบภูมิภาคเอเชีย โดย SET50 Futures และ Options จะมีสัญญาที่ครบกำหนดอายุรายเดือนเพิ่มขึ้น และ SET50 Options ยังจะมีสัญญาที่ครบกำหนดอายุสั้นลง และมีช่วงห่างราคาใช้สิทธิเพิ่มขึ้น เพื่อให้ผู้ลงทุนสามารถบริหารความผันผวนของดัชนีหลักทรัพย์ที่มักเกิดขึ้นในระยะสั้นได้ดียิ่งขึ้น
นอกจากนี้ จะเปิดซื้อขาย Sector Futures ที่อ้างอิงกับดัชนีหมวดธุรกิจจำนวน 5 หมวดธุรกิจ ได้แก่ หมวดธนาคาร (BANK) เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) พลังงาน (ENERG) อาหารและเครื่องดื่ม (FOOD) และพาณิชย์ (COMM) ซึ่งล้วนเป็นหมวดธุรกิจที่ได้รับความสนใจจากผู้ลงทุนต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นเครื่องมือในการบริหารพอร์ตการลงทุน และเสริมกลยุทธ์การลงทุนในแต่ละหมวดธุรกิจได้อย่างสะดวก ในวันที่ 29 ตุลาคมนี้ด้วย

*** โบรกฯ คาดหุ้นไทยพรุ่งนี้ผันผวน ประเมินแนวรับที่ 1,290 จุด แนวต้านที่ 1,314 จุด

นายปริญทร์ กิจจาทรพิทักษ์ รักษาการผู้บริหารสายงานวิเคราะห์หลักทรัพย์ และกลยุทธ์การลงทุน บล.เคทีบี (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยวานนี้ ปรับตัวลดลงแรง หลังการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 3/2555 ของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐอเมริกาที่ปรับลดลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์และยังมีการปรับลดประมาณการรายได้ไตรมาส 4/2555 ลงอีก ประกอบกับ ทิศทางดัชนีตลาดหุ้นยุโรปยังผันผวน จากสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง ส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้นไทยวานนี้ปรับฐานในระยะสั้น
สำหรับทิศทางดัชนีตลาดหุ้นไทยในวันพรุ่งนี้ คาดว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยยังอยู่ในลักษณะผันผวน โดยหากทิศทางดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐและยุโรปอยู่ในแดนบวก น่าจะส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้นในวันพรุ่งนี้รีบาวน์ขึ้นได้ แต่ทั้งนี้หากมีปัจจัยลบเข้ามากระทบตลาดฯ คาดว่าดัชนีจะปรับตัวลดลงต่อเนื่องจากวันนี้
โดยปัจจัยที่ต้องติดตาม คือ การรายงานตัวเลขคำสั่งซื้อสินค้าคงทนและยอดขายบ้านรอปิดการขายของสหรัฐฯ ในเดือน ก.ย. ของสหรัฐ, การรายงานตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกของสหรัฐฯ ประจำสัปดาห์, การรายงานตัวเลขการเปลี่ยนแปลงปริมาณเงิน (M3) ของสหภาพยุโรปในเดือน ก.ย., ตัวเลขเศรษฐกิจ (GDP) ของอังกฤษในไตรมาส 3/55 และตัวเลขยอดค้าปลีกของอิตาลีในเดือน ส.ค.
แนะนำ ขึ้นขาย-ลงซื้อ ประเมินแนวรับที่ 1,290 จุด และประเมินแนวต้านที่ 1,314

Advertisements