“หุ้นผู้ชนะ” โดย คุณธันวา เลาหศิริวงศ์

สงครามครั้งสำคัญของโลกแต่ละครั้งนั้นมีสาเหตุแตกต่างกันไป เมื่อสงครามสิ้นสุดลง จะพบว่า “ผู้ชนะสงคราม” มักจะเรียกร้องค่าชดใช้ปฏิกรรมสงคราม อาณาเขตดินแดน ทรัพยากรต่างๆ จาก “ผู้แพ้สงคราม” การเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย “ผู้ชนะ” การเลือกตั้งและได้เสียงข้างมาก มักจะได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลบริหารประเทศและงบประมาณแผ่นดิน

นักกีฬาอาชีพที่ “ชนะเลิศ” แต่ละรายการล้วนได้รับเงินรางวัลโดยมีมูลค่าสูงเกือบสองเท่าของตำแหน่งรองชนะเลิศ นักกีฬา “เหรียญทองโอลิมปิก” ของไทยได้ปูนบำเหน็จรางวัลอัดฉีดรวมจำนวนมหาศาลจากผู้สนับสนุนทุกภาค การมีชื่อเสียงแพร่หลายทำให้มีโอกาสทำเงินอย่างมากจากการโฆษณาสินค้าอีกด้วย จะเห็นได้ว่า การเป็น “ผู้ชนะหรือผู้นำ” ล้วนมี “ข้อดี ข้อได้เปรียบ” เมื่อเทียบกันการเป็น “ผู้แพ้หรือผู้ตาม” อย่างปฏิเสธไม่ได้

ในการประกอบธุรกิจแต่ละอุตสาหกรรมนั้น จะมีผู้ประกอบการมากรายร่วมดำเนินธุรกิจซึ่งอาจเป็นทั้งพันธมิตร คู่ค้าหรือคู่แข่งในเวลาเดียวกัน ผู้ประกอบการแต่ละรายจำเป็นต้องมีคุณลักษณะเฉพาะของตนเพื่อพร้อมและรองรับการแข่งขันที่เกิดขึ้น ในทำนองเดียวกัน การเป็น “ผู้ชนะ” ในโลกของธุรกิจย่อมมีข้อดีและข้อได้เปรียบอย่างมากเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นอำนาจการต่อรองจากการเป็นผู้เล่นรายใหญ่ของอุตสาหกรรม ดังนั้นเราจึงเห็น นักลงทุนยอมที่จะให้ส่วนเพิ่มมูลค่า Price Premium) ของบริษัทจดทะเบียนที่เป็นผู้ชนะในแต่ละอุตสาหกรรมด้วย

สงครามครั้งสำคัญของโลกแต่ละครั้งนั้นมีสาเหตุแตกต่างกันไป เมื่อสงครามสิ้นสุดลง จะพบว่า “ผู้ชนะสงคราม” มักจะเรียกร้องค่าชดใช้ปฏิกรรมสงคราม อาณาเขตดินแดน ทรัพยากรต่างๆ จาก “ผู้แพ้สงคราม” การเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย “ผู้ชนะ” การเลือกตั้งและได้เสียงข้างมาก มักจะได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลบริหารประเทศและงบประมาณแผ่นดิน

นักกีฬาอาชีพที่ “ชนะเลิศ” แต่ละรายการล้วนได้รับเงินรางวัลโดยมีมูลค่าสูงเกือบสองเท่าของตำแหน่งรองชนะเลิศ นักกีฬา “เหรียญทองโอลิมปิก” ของไทยได้ปูนบำเหน็จรางวัลอัดฉีดรวมจำนวนมหาศาลจากผู้สนับสนุนทุกภาค การมีชื่อเสียงแพร่หลายทำให้มีโอกาสทำเงินอย่างมากจากการโฆษณาสินค้าอีกด้วย จะเห็นได้ว่า การเป็น “ผู้ชนะหรือผู้นำ” ล้วนมี “ข้อดี ข้อได้เปรียบ” เมื่อเทียบกันการเป็น “ผู้แพ้หรือผู้ตาม” อย่างปฏิเสธไม่ได้

ในการประกอบธุรกิจแต่ละอุตสาหกรรมนั้น จะมีผู้ประกอบการมากรายร่วมดำเนินธุรกิจซึ่งอาจเป็นทั้งพันธมิตร คู่ค้าหรือคู่แข่งในเวลาเดียวกัน ผู้ประกอบการแต่ละรายจำเป็นต้องมีคุณลักษณะเฉพาะของตนเพื่อพร้อมและรองรับการแข่งขันที่เกิดขึ้น ในทำนองเดียวกัน การเป็น “ผู้ชนะ” ในโลกของธุรกิจย่อมมีข้อดีและข้อได้เปรียบอย่างมากเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นอำนาจการต่อรองจากการเป็นผู้เล่นรายใหญ่ของอุตสาหกรรม ดังนั้นเราจึงเห็น นักลงทุนยอมที่จะให้ส่วนเพิ่มมูลค่า Price Premium) ของบริษัทจดทะเบียนที่เป็นผู้ชนะในแต่ละอุตสาหกรรมด้วย

บริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่นั้นคือ ผู้ชนะหรือผู้ประกอบการระดับแถวหน้าในแต่ละอุตสาหกรรม ในภาวะตลาดหุ้นขาขึ้นในปัจจุบัน หุ้นส่วนใหญ่ได้รับส่วนเพิ่มมูลค่าและซื้อขายในระดับราคาที่สูงขึ้นกว่าในอดีต นักลงทุนจำเป็นต้องประเมินมูลค่ากิจการและตอบคำถามให้ได้ว่า มีเหตุผลเพียงพอหรือไม่ที่ทำให้แต่ละกิจการได้รับส่วนเพิ่มมูลค่าในระดับปัจจุบัน ตัวอย่างคำถามได้แก่

หนึ่ง มูลค่าทั้งหมดของกิจการ Market Capitalization) มีขนาดเหมาะสมหรือไม่เมื่อเปรียบเทียบโอกาสทางการตลาดของอุตสาหกรรมโดยรวม Market Size/Opportunity) และตำแหน่งทางการตลาด Market Share) ของบริษัท การเลือกลงทุนในกิจการที่มูลค่าระดับหลายหมื่นล้านแต่โอกาสธุรกิจระดับเพียงไม่กี่พันล้านบาท เป็นการให้ส่วนเพิ่มมูลค่าของกิจการมากแม้จะเป็น “ผู้ชนะ” ในอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตสูง การคาดหวังผลตอบแทนที่ดีในระดับสูงเช่นในอดีตอาจจะไม่ใช่เรื่องที่ง่ายนัก

สอง การให้มูลค่าเพิ่มของราคาหุ้น “ผู้ชนะ” ที่ระดับ P/E สูงกว่า 40-50 เท่าซึ่งสูงกว่า P/E เฉลี่ยของอุตสาหกรรมและ P/E เฉลี่ยของตลาดโดยรวมประมาณ 13-15 เท่าเหมาะสมหรือไม่ แม้จะเชื่อมั่นต่ออนาคตของกิจการ การเติบโตของกำไรและ P/E to Growth PEG) นักลงทุนจำเป็นต้องพิจารณาถึงความสมเหตุผลและต้องไม่ลืมว่า อาจจะมีกิจการอื่นที่มีส่วนต่างความปลอดภัย Margin of Safety) สูงกว่า

สาม การที่ปริมาณมูลค่าการซื้อขายหุ้นเฉลี่ยต่อวันเมื่อเทียบกับมูลค่าตลาดของหุ้นนั้นอยู่ในระดับที่เหมาะสมหรือไม่ หุ้นที่มีระดับปริมาณการซื้อขายมากผิดปกติ มักมีโอกาสที่ทำให้ราคาบิดเบือนและสูงกว่ามูลค่าที่แท้จริง ทั้งนี้เพราะการให้ส่วนเพิ่มของราคาหุ้นที่เกิดจากภาวะอารมณ์ ความลำเอียงจากข้อมูลที่ได้รับ ส่วนเพิ่มราคานี้มักจะเป็นเพียงเหตุการณ์ชั่วคราว และหากความสนใจลดน้อยลงส่งผลให้ปริมาณการซื้อขายในระดับปกติ ราคาหุ้นก็ขึ้นอยู่กับผลประกอบการที่แท้จริงของกิจการ

สี่ ติดต่อกับผู้ชนะ ทำให้เหนื่อยเรื่องอำนาจการต่อรอง

ผู้ชนะในอุตสาหกรรม ขนาดใหญ่ แผนพัฒนาและการจัดการทรัพยากรบุคคล

สิ่งที่ยากที่สุดของการลงทุนคือ การถือหุ้นอยู่เฉยๆชีวิตของตนอย่างไร ในฐานะ Value Investor “หากจะต้อง… เลือก” ต้องไม่เลือกแบบสถานการณ์แรกแน่ๆ คอนเฟิร์ม !

Advertisements