ADVANCจัดปันผล5บาท
08-02-2013 04:06:23

โชว์กำไร3.4หมื่นล้าน
-INTUCH ฟาดส่วนแบ่ง 1.3 หมื่นล้าน
ADVANC อัดปันผลครึ่งหลัง 5 บาทต่อหุ้น ดันยอดปันผลทั้งปีพุ่ง 10.90 บาท หลังกำไรสุทธิปี 55 ทะลุ 3.4 หมื่นล้านบาท ด้าน INTUCH รับอานิสงส์กำไรทันที 6 พันล้านบาท หากคิดปันผลทั้งปีฟันกำไร 1.3 หมื่นล้าน พร้อม
ตั้งงบลงทุน 7 หมื่นล้านบาท เน้นขยายโครงข่าย 3G ประกาศย้ำคงเป้าหมายจ่ายปันผล 100% ของกำไรสุทธิเหมือนเดิม
นายสมประสงค์ บุญยะชัย รองประธานกรรมการ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทได้มีมติเห็นชอบให้เสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาการจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งหลังในอัตราที่ระดับ5 บาทต่อหุ้น
สำหรับการจ่ายเงินปันผลในครั้งนี้จำนวน 5 บาท ได้กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD หรือ ผู้ซื้อไม่มีสิทธิได้รับเงินปันผลวันที่ 1 เม.ย.2556 ซึ่งหากรวมปันผลงวดระหว่างกาลอีก 5.90 บาทต่อหุ้น จะส่งผลให้งวดปี 2555 มีการจัดสรรเงินปันผลรวมทั้งสิ้นในอัตรา 10.90 บาท
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ รายหนึ่ง กล่าวว่า การที่ADVANC ประกาศจ่ายปันผลจากการดำเนินงานงวดครึ่งหลังของปี 2555 จำนวน 5 บาทต่อหุ้นนั้น ทำให้ บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือINTUCHในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ จำนวน 1,202,712,000 หุ้น หรือคิดเป็น 40.45 % ของจำนวนหุ้นทั้งหมด ได้รับสิทธิในเงินปันผลจากการถือหุ้นADVANC รอบนี้ประมาณ 6,000 ล้านบาท หรือเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้นที่เพิ่มขึ้นอีก 0.534 บาทต่อหุ้น
หากคิดตัวเลขการรับเงินปันผลของINTUCHที่จ่ายโดย ADVANC ตลอดทั้งปี 2555 ทำให้INTUCHรับรู้กำไรจากเงินปันผลในADVANCที่เพิ่มมากขึ้นเป็น 13,000 ล้านบาท ซึ่งจะมีผลต่อการจ่ายเงินปันผลของ INTUCH ที่จะสูงขึ้นตามไปด้วย โดยมีการประเมินกันว่า INTUCHจะปันผลให้กับผู้ถือหุ้นจำนวน 2 บาทต่อหุ้น โดยเป็นการปันผลจากกำไรที่เพิ่มขึ้นจากการดำเนินธุรกิจของ ADVANC
ด้าน นายพงษ์อมร นิ่มพูลสวัสดิ์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน ADVANCกล่าวว่า ขณะที่ผลการดำเนินงานงวดปี 2555 ทางบริษัทมีอัตรากำไรสุทธิรวมทั้งสิ้น 34,833 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น 57% จากปีก่อนที่ได้ 22,217 ล้านบาท หรือคิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้นอยู่ที่ 11.73 บาท สูงกว่าปีก่อนที่ทำได้ 7.48 บาทต่อหุ้น
โดยผลการดำเนินงานงวดปี 2555 ที่ปรับเพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากอัตรารายได้รวมมีการเติบโตถึง 141,568 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น 12% จากปีก่อน หลังจากยอดรายได้จากการใช้งานอินเทอร์เน็ตเคลื่อนที่และรายได้จากขายอุปกรณ์โทรศัพท์เคลื่อนที่ต่างๆ มีอัตราสูงมากขึ้น
นายพงษ์อมร กล่าวอีกว่า สำหรับต้นทุนการให้บริการรวมได้อยู่ที่ระดับ 83,970 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อน เนื่องจากเอไอเอสได้มีการขยายโครงข่าย 3G บนคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ ส่วนค่าใช้จ่ายการขายและบริหารอยู่ที่ 11,958 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้นอีก 7.6% หลังจากมีการตัดจำหน่ายอุปกรณ์สินทรัพย์ที่ล้าสมัย 377 ล้านบาท ส่วนค่าใช้จ่ายทางการตลาดเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ขณะที่ภาษีเงินได้นิติบุคคลอยู่ที่ 10,715 ล้านบาท ลดลง 25% จากนโยบายลดภาษีเงินได้นิติบุคคลของรัฐบาล
ส่วนเอกสารบทวิเคราะห์ของฝ่ายบริหาร ได้ประเมินถึงมุมมองงวดปี 2556 ไว้ว่า ในปี 2556 บริษัทคาดว่ารายได้จากบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ จะเติบโตขึ้น 6-8% ตามการเติบโตของการใช้บริการอินเตอร์เน็ต ขณะที่ทิศทางของบริการเสียงจะชะลอตัว ซึ่งทางบริษัทยังได้เพิ่มงบลงทุนในช่วง 3 ปีข้างหน้า ไว้เป็นเงินรวม 7 หมื่นล้านบาท
โดยงบลงทุนดังกล่าว ส่วนใหญ่ประมาณ90% จะใช้รองรับการลงทุนขยายโครงข่าย 3G บนคลื่นความถี่ 2.1 GHz ส่วนเงินที่เหลือจะใช้บำรุงรักษาโครงข่าย 900 MHZ และ1800 MHZ ที่บริษัทมีสิทธิในการบริหารจัดการจนถึงปี 2558 สำหรับ 900 MHZ ส่วน1800 MHZ จะมีสิทธิบริหารถึงในปี 2556
นอกจากนี้ ทางบริษัทบริษัทได้วางแผนขยายโครงข่าย 3G บนคลื่น 2.1 GHz ให้ครอบคลุม 97% ของประชากรภายใน 3 ปี ซึ่งเร็วกว่าเงื่อนไขของกสทช. ที่ต้องการให้ครอบคลุมประชากร 80% ภายใน 4 ปี และบริษัทยังมีแผนเปิดให้บริการ 3G บนคลื่น 2.1 GHz ให้ได้ครบ 77 จังหวัดภายในช่วงปีแรก
อีกทั้ง ภายในปี 2558 คาดว่าบริษัทจะมีจำนวนสถานีฐาน 3G บนคลื่น 2.1GHz โดยประมาณ 20,000 สถานี ซึ่งส่งผลให้โครงข่าย 3G ใหม่มีศักยภาพความครอบคลุมเทียบเท่ากับโครงขายของ 900 MHz ในปัจจุบัน ส่วนความจุของโครงข่ายนั้นจะเป็นไปตามปริมาณการใช้งาน
ขณะที่ อัตราEBITDA margin ในงวดปี 2556 ทางฝ่ายวิเคราะห์มองว่า จะอ่อนตัวลงมาอยู่ที่ระดับ 41-42% เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายทางการตลาดเพิ่มขึ้น และมีส่วนแบ่งรายได้ที่สูงขึ้นเนื่องจากการโรมมิ่งและการเช่าใช้โครงข่าย 900MHz สำหรับกรณีการจ่ายเงินปันผล ทาง ADVANC ยังคงวางเป้าหมายตามนโยบายจ่ายเงินปันผลที่อัตรา 100% ของกำไรสุทธิ และพิจารณาจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นปีล่ะ 2 ครั้ง
โดยบริษัทเชื่อว่า ด้วยกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่งประกอบกับหนี้สินที่อยู่ในระดับต่ำจะช่วยให้บริษัทสามารถรักษานโยบายการจ่ายเงินปันผลดังกล่าวได้ ทั้งนี้ แหล่งเงินทุนของบริษัทสำหรับการใช้ขยายโครงข่ายและชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตจะมาจากกระแสเงินสดการดำเนินงานและยังมีความสามารถที่จะกู้ยืมจากภายนอกหากมีความจำเป็นต้องใช้เงินทุนเพิ่มเติม

Advertisements