จีเอ็มเอ็ม แซท ทุ่มเงิน 3 พันลบ.ซื้อคอนเทนท์-เตรียมปรับเป็น HD
Prev1 of 1Next
updated: 13 ก.พ. 2556 เวลา 14:28:34 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

นายฟ้าใหม่ ดำรงชัยธรรม ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฎิบัติการ กลุ่มงานแพลทฟอร์ม บริษัท จีเอ็มเอ็ม แซท จำกัด ในเครือ บมจ.จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ (GRAMMY) เปิดเผยว่า ในปี 2556 เป็นปีแห่งการปฎิบัติอุตสาหกรรมธุรกิจทีวีดาวเทียม เคเบิล และทีวีดิจิตอลเต็มรูปแบบของบริษัท โดยบริษัทได้รุกธุรกิจแซทเทลไลท์อย่างต่อเนื่อง โดยการนำเสนอคอนเทนท์ที่มีคุณภาพ ปีนี้บริษัทได้ตั้งงบลงทุน 3 พันล้านบาท ซื้อคอนเทนท์ใหม่ๆ และใช้พัฒนากล่องจีเอ็มเอ็ม แซท

ทั้งนี้ ในไตรมาส 1/56 จะเปิดตัวกล่องรับสัญญาณ HD เพื่อตอบสนองลูกค้าระดับบน และรองรับคอนเทนท์ HD จากต่างประเทศ อย่างต่ำ 11 ช่อง ส่วนธุรกิจ Pay TV เปิดตัวใน ก.พ.56 จะนำเสนอคอนเทนท์จากต่างประเทศ ประกอบด้วยช่องรายการกีฬาและบันเทิงระดับโลก 8 ช่อง ด้วยแพ็คเกจที่ไม่ผูกมัดกับลูกค้า คาดว่าลูกค้าที่มีกล่องสมาร์ทของจีเอ็มเอ็มแซท จะได้รับชมคอนเทนท์ที่มีคุณภาพและเปิดโอกาสให้ลูกค้าที่ใช้เสาก้างปลา หันมาใช้กล่องจีเอ็มเอ็มแซท
“ในไทยระดับเพย์ทีวี ยังมีการใช้อยู่แค่ 10% ก็เห็นโอกาสที่จะขยายได้ถึง 80-90% มาจากกลยุทธ์ที่มีการพัฒนาคอนเทนท์ของตัวและซื้อคอนเทนท์จากต่างชาติ ประกอบกับราคาไม่แพงเมื่อเทียบคอนเทนท์ต่างประเทศ ไม่มีการผูกมัดกับลูกค้า ตอบโจทย์ลูกค้าได้” นายฟ้าใหม่กล่าว

นายฟ้าใหม่ กล่าวอีกว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้ปีนี้ที่ 3 พันล้านบาท มาจากรายได้ขายกล่อง 50% และเพย์ทีวี 50% โดยตั้งเป้ายอดขายกล่องจีเอ็มเอ็ม แซท เป็น 3 ล้านกล่อง เติบโต 10% จากปัจจุบันอยู่ที่ 1.5 ล้านกล่อง โดยแบ่งเป็นกล่องแบบสมาร์ท 60% มินิ 30% และ HD 10% มาจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ต้องการบริโภคช่องรายการที่มีมากขึ้น และบริษัทมีการขยายช่องทางขายมากขึ้น ทำโปรโมชั่นกับพันธมิตร และความได้เปรียบของบริษัทที่มีคอนเทนท์จาก GRAMMY จำนวนมาก เป็นที่สนใจของลูกค้า มี โพรไวเดอร์ (provider) ต่างชาติสนใจขายคอนเทนท์ให้บริษัทจำนวนมาก

สำหรับธุรกิจแซทเทิลไลท์ทีวี มองว่ายังสามารถทำกำไรได้ต่อเนื่อง จากการขายคอนเทนท์มากขึ้น แต่เนื่องจากมีการแข่งขันด้านแพลตฟอร์มมาก ทำให้ราคาการขายลดลง กำไรจึงลดลงตามไปด้วย ผู้ประกอบการจึงหันมาผลิตคอนเทนท์ที่มีคุณภาพ สร้างจุดขายที่แตกต่างเพื่อตอบโจทย์ลูกค้ามากขึ้น

Advertisements