ถอดแนวคิด “มิสเตอร์เคเบิล” ส่งไม้ต่อซีทีเอชสู่มือ “วิชัย ทองแตง”
Prev1 of 1Next
updated: 01 ก.พ. 2556 เวลา 18:38:47 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

แม้ว่าสมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย ที่รวบรวมบรรดาผู้ประกอบการเคเบิลทีวีท้องถิ่นทั่วประเทศกว่า 400 ราย จะถูกลดบทบาทลง แต่ชื่อของ “บริษัท เคเบิล ไทย โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือซีทีเอช” ที่ถูกก่อตั้งขึ้นเพื่อดูแลธุรกิจให้กับสมาชิกของสมาคม กลับโด่งดังขึ้นมาอย่างแรงและรวดเร็ว หลังการเข้ามาถือหุ้นใหญ่ของสองบิ๊ก “วิชัย ทองแตง” และ “ยิ่งลักษณ์ วัชรพล”ควบคู่กับการจุดพลุใหญ่ด้วยการคว้าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ รวม 3 ฤดูกาล

เบื้องหลังการชักชวนหุ้นส่วนใหญ่เข้าลงทุนครั้งนี้คือ “เกษม อินทร์แก้ว” ผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการเคเบิลทีวีมากกว่า 28 ปี และมองเห็นทิศทางการเติบโตของธุรกิจนี้ในอนาคต โดยมีเป้าหมายใหญ่คือการพัฒนาเคเบิลทีวีท้องถิ่นสู่เคเบิลทีวีระดับประเทศ

วันนี้เขาออกตัวว่าเป็นเพียงที่ปรึกษาของสมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทยเท่านั้น อีกตำแหน่งที่นั่งอยู่คือกรรมการ บริษัท เคเบิล ไทย โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือซีทีเอช ซึ่งที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าสมาคมได้ลดบทบาทตัวเองลงเพื่อให้แบรนด์

“ซีทีเอช” แจ้งเกิด แต่สมาคมก็ยังคงทำหน้าที่ดูแลสิทธิผลประโยชน์ของสมาชิกเช่นเดิม โดยมี “สุรพล ซีประเสริฐ” เป็นนายกสมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย

“เกษม” กล่าวว่า ผู้ประกอบการเคเบิลทีวีท้องถิ่นเคยอยู่กันอย่างอิสระ พอรวมตัวกัน และต่อมามีวิชัย ทองแตง ที่ชื่อเสียงเป็นนักเทกโอเวอร์เข้ามาถือหุ้นใหญ่ ก็ทำให้สมาชิกเกิดคำถามมากมาย บ้างก็ว่าเสมือนการแย่งหม้อข้าวของผู้ประกอบการท้องถิ่น บ้างก็ว่าเป็นการประเคนสมาคมให้กับผู้อื่นที่ไม่ใช่คนในวงการ

“ผมถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับการทำงานครั้งนี้ เพราะถ้าทำล้มก็โดนเพื่อน ๆ สมาชิกว่า แต่ถ้าทำดีแล้วถูกฮุบก็โดนว่าอีกเหมือนกัน มีอย่างเดียวที่จะหลุดออกจากข้อครหาได้ คือต้องทำแล้วทุกฝ่ายได้ประโยชน์เท่าเทียมกัน”

ที่ปรึกษาสมาคมเคเบิลทีวีฯเล่าว่า ผมถือเป็นไม้แรกที่ทำหน้าที่นายกสมาคมถึง 4 สมัย ก่อนส่งไม้ต่อให้ “สุรพล ซีประเสิรฐ” เป็นไม้ 2 และ “วิชัย ทองแตง” เป็นไม้ 3 ที่เข้ามารับช่วงต่อ ในการนำซีทีเอชก้าวสู่เคเบิลทีวีระดับชาติ

ด้วยจำนวนสมาชิกที่มาก ทำให้ซีทีเอชต้องจดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชน และวางเป้าหมายชัดเจนว่าอีก 3 ปี พร้อมเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ส่วนวิธีการว่าจะเข้าตลาดรูปแบบใด เขาว่าขึ้นอยู่กับ “วิชัย” ผู้เป็นประธานกรรมการบริษัทซีทีเอช

“สัดส่วนหุ้นที่เหลืออีก 20% ปัจจุบันยังไม่มีใครเข้ามาถือหุ้นในส่วนนี้ ถือเป็นกลยุทธ์การทำธุรกิจของวิชัย ทองแตง ที่ต้องการสรรหาผู้ที่มีความรู้และประสบการณ์เข้ามาร่วม เพราะเงินทุนไม่ใช่เรื่องสำคัญ

สิ่งสำคัญคือดึงผู้มีประสบการณ์เข้ามาร่วมหุ้นเพื่อตอบโจทย์ในการสร้างความแข็งแกร่ง”

ทั้งนี้หลังการปรับองค์กรต้องยอมรับว่าซีทีเอชเป็นองค์กรใหม่ มีขนาดใหญ่และอาจจะเทอะทะไปบ้าง ทำให้มีปัญหาเกิดขึ้น โดยเฉพาะด้านบริหารจัดการ แต่ทุกปัญหาก็ได้รับการแก้ไขบ้างแล้ว

สำหรับภาพรวมของอุตสาหกรรมทีวี “เกษม” ย้อนภาพเมื่อ 3-4 ปีก่อน ที่ทีวีดาวเทียมเติบโตมาก เนื่องจากจำนวนคอนเทนต์ฟรีทูแอร์ขยายตัว บวกกับราคาจานดาวเทียมถูกและติดตั้งง่าย ทำให้การเกิดขึ้นของจานดาวเทียมช่วงนั้นบูมมาก และเข้าไปทดแทนเสาก้างปลา

ขณะที่การเติบโตของเคเบิลทีวีกลับสวนทาง หากย้อนไป 5 ปีก่อนยุคนั้น มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่มาเริ่มชะลอตัวเมื่อ 1-2 ปีที่แล้ว ส่งผลให้การรับชมทีวีผ่านจานดาวเทียมกลายเป็นฐานผู้ชมมากที่สุด จากจำนวนผู้ชม 22 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ

ยิ่งไปกว่านั้นในอีก 3 ปีข้างหน้า “ทีวีดิจิทัล” ที่ กสทช.จะเปิดประมูลในช่องกลางปีนี้ ยังจะกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลต่ออุตสาหกรรมเคเบิลทีวีไทย เพราะจะทำให้จำนวนช่องฟรีทีวีเพิ่มขึ้นตลอดจนจะมีผู้เล่นรายใหม่เข้ามาอีก

“ซีทีเอช” จึงต้องเดินหน้าทุ่มงบฯและสร้างแนวคิดในการรวมตัวเคเบิลทีวี เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้อุตสาหกรรมเคเบิลทีวีไทย เนื่องจากการแข่งขันในธุรกิจเพย์ทีวีจากนี้ไปจะรุนแรงขึ้นอีกมาก

เฉพาะอย่างยิ่งระหว่าง “ทรูวิชั่นส์” กับ “ซีทีเอช”รวมถึงจานดาวเทียม และจานดาวเทียมที่เป็นเพย์ทีวี อาทิ จีเอ็มเอ็ม แซท ของแกรมมี่, ซันบ็อกซ์ ของอาร์เอส

ส่วนเสาก้างปลาที่เหลือจะกลายเป็นฐานสำคัญของดิจิทัลทีวี

“เกษม” กล่าวว่า อุตสาหกรรมนี้ต้องสู้กันด้วย “คอนเทนต์” ซีทีเอชก็ต้องศึกษาคอนเทนต์ทั้งในและต่างประเทศว่ามีคอนเทนต์ใดที่แข็งแกร่ง และต้องมองว่าคู่แข่งในไทยมีใครบ้าง ซึ่งส่วนใหญ่จะให้น้ำหนักไปที่คอนเทนต์กีฬาเป็นหลัก

แต่ด้วยประสบการณ์ที่อยู่ในวงการเคเบิลทีวีมานาน “เกษม” มองว่า จริง ๆ แล้ว การทำเคเบิลทีวีต้องครอบคลุมคอนเทนต์ทุกประเภท เพราะความต้องการของผู้ชมหลากหลาย ทั้งกีฬา บันเทิง สาระ วาไรตี้

“คอนเทนต์ที่เป็นแม่เหล็กจากต่างประเทศก็ต้องซื้อมา ซึ่งมีฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษแล้ว ตามด้วยเซ็นสัญญากับบริษัท PCCW Media จำกัด ของฮ่องกง เพื่อซื้อช่องรายการของ now TV มาออกอากาศ 3 ช่อง เริ่มออกอากาศหลังการเปิดตัวรีแบรนด์บริษัทครั้งใหญ่ตามกำหนดในเดือน ก.พ. 2556”

ซีทีเอชยังวางแผนนำเข้าคอนเทนต์จากหลาย ๆ ประเทศเพิ่ม ทั้งอเมริกา ยุโรป รวมถึงโลคอลคอนเทนต์ และการซื้อลิขสิทธิ์กีฬากอล์ฟ ที่จะทยอยเปิดตัวอย่างต่อเนื่อง

“ตั้งแต่กลางปีนี้เป็นต้นไป ซีทีเอชจะเริ่มมีรายได้บ้างแล้ว โดยสัดส่วนรายได้หลักมาจากการขายโฆษณาและค่าบริการสมาชิก”

ด้วยกลางปี ฤดูกาลแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษจะเริ่มขึ้น ทำให้มีรายได้เข้ามาแน่ ๆ โดยเป้าหมายช่วงแรก มุ่งไปที่การรักษาฐานลูกค้าเก่า การกระจายกล่องรับสัญญาณ แต่ก็ยังมุ่งหวังกับสมาชิกใหม่ที่คาดว่าช่วง 4-5 เดือนตัวเลขสมาชิกใหม่จะพุ่งขึ้นไม่ต่ำกว่า 5 แสนสมาชิก ซึ่งจำนวนกล่องรับสัญญาณอาจจะไม่ใช่ประเด็น เพราะตอนนี้โครงข่ายเชื่อมต่อหมดแล้ว คงต้องดูว่าการปรับปรุงโครงข่ายโอเปอเรเตอร์ท้องถิ่นแต่ละรายจะพร้อมหรือไม่

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงในหลายมิติ ทั้งเทคโนโลยี กฎระเบียบข้อบังคับ พฤติกรรมผู้ชมตลอดจนช่องทางการรับสื่อไม่ได้จำกัดอยู่แค่ทีวีเพียงอย่างเดียว

ก้าวต่อ ๆ ไปของ “ซีทีเอช” จึงต้องฝันฝ่ามรสุมอีกมาก แม้จะมีเม็ดเงินนับหมื่นล้านรองรับแผนการดำเนินธุรกิจด้านต่าง ๆ ไว้

แต่การขึ้นสู่เป้าหมาย “เคเบิลทีวีระดับชาติ” ก็ยังต้องอาศัย “ผู้บริโภค” เป็นผู้ตัดสิน !

Advertisements