IEC Chang you life

ลือให้แซดเสี่ยเนสกาแฟไล่เก็บของ
IEC เทิร์นอะราวด์ พลิกฟื้นธุรกิจด้วยธุรกิจโรงไฟฟ้า
ผู้บริหาร IEC เผยมุ่งมั่นปลุกปั้นธุรกิจ IEC ให้เทิร์นอะราวด์ ด้วยความตั้งใจ โดยสะสางจัดการกับปัญหาเก่า ขายทิ้งธุรกิจที่ฉุดบริษัท และหันมาเน้นทำธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาด หรือพลังงานสีเขียว หวังช่วยเติมเต็มสร้างรายได้ ขณะที่ราคาหุ้นตอบสนองเพราะนักลงทุนมั่นใจในกิจการที่มีอนาคต สามารถเคลียร์ปัญหาเดิมและจะกลับมามีกำไรได้อีกครั้งในปี 2556 นี้ ขณะที่ในตลาดลือกันให้แซดว่า เสี่ยเนสกาแฟ ประยุทธ มหากิจศิริ เตรียมซื้อหุ้นเพิ่มทุน หลังจากที่นักลงทุนจีนเข้ามาซื้อหุ้นเพิ่มทุนส่วนหนึ่งไปก่อนหน้านี้แล้ว

ผู้บริหารบริษัท อินเตอร์แนชั่นเนิลเอนจีเนียริง (IEC) กล่าวเปิดเผยกับ “ดอกเบี้ยธุรกิจ” กรณีที่ราคาหุ้น IEC กลับมาเป็นหุ้นที่คึกคัก มีราคาซื้อขายขยับมากขึ้นเป็นลำดับ จาก 0.01 บาท ขึ้นมา 0.05-0.06 บาทต่อหุ้น ว่าน่าจะเกิดจากนักลงทุนมีความเชื่อมั่นในอนาคตของบริษัท IEC ที่มีทิศทาง มีแนวโน้มว่าจะมีอนาคตมากขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะกรณีการค่อยๆ ทยอยปรับเพิ่มไลน์การทำธุรกิจ ที่มีแนวโน้มที่จะสร้างรายได้ให้กับบริษัทมากขึ้น นั่นคือการขยายไลน์ธุรกิจมาสู่การทำธรกิจพลังงานสะอาด หรือพลังงานสีเขียว นั่นก็คือ การทำโรงงานไฟฟ้าจากขยะ และโรงงานไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์

“ในส่วนของธุรกิจเดิมคือ ธุรกิจไอที บริษัทก็ยังไม่ได้ทิ้งมันไปเสียทีเดียว คือเราก็ยังทำอยู่เป็นปกติ เพียงแต่การหันมาให้น้ำหนักกับการทำธุรกิจพลังงานให้มากขึ้นเป็นลำดับ ซึ่งเห็นว่าจะเป็นประโยชน์กับบริษัทและสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นได้ดีกว่า ซึ่งนับจากนี้เราจะค่อยๆ พัฒนาปรับปรุงและขยายธุรกิจด้านนี้ให้เติบโตขึ้นเรื่อยๆ เพราะเป็นธุรกิจที่มีอนาคตและรายได้สม่ำเสมอ โดยเพิ่มขึ้นมาในสัดส่วน 30% เป็น 40% และสุดท้ายปรับขึ้นเป็น 50% ขณะที่ไอทีจะเหลือสัดส่วน 50%

สำหรับธุรกิจที่ไม่มีกำไร หรือไม่สร้างรายได้ให้กับบริษัทก็จะค่อยๆ จัดการเคลียร์ ตัดทิ้งไป เพราะบริษัทเราก็เก่าแก่ มีตราครุฑ เราจึงเป็นบริษัทที่เติบโตต่อไปได้อีกและจากการสะสางพลิกธุรกิจใหม่นี้ ทำให้ธุรกิจเราเริ่มพลิกเป็นจุด เทิร์นอะราวด์ จึงเป็นที่มาที่ทำให้นักลงทุนมั่นใจเราได้มากขึ้น”

จะเห็นว่าบริษัทได้รับความเชื่อมั่นจากนักลงทุนที่ตัดสินใจร่วมลงเรือลำเดียวกัน โดยเป็นนักลงทุนจากประเทศจีน ที่วางใจเข้ามาซื้อหุ้นเพิ่มทุนที่ขายเจาะจงล่าสุดเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2556 ที่ผ่านมา

หลังจากที่บริษัทได้เพิ่มทุนจดทะเบียนเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา 24,398,158,830 บาท เสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นสามัญเดิม ในอัตราส่วน 2 หุ้นสามัญเดิม ต่อ 1 หุ้นสามัญเพิ่มทุนใหม่ ที่ราคาขายต่อหุ้น 0.01 บาท ปรากฏว่าเหลือหุ้น 6,165,158,830 หุ้นที่ไม่มีคนใช้สิทธิ โดยบริษัทตกลงจะจัดสรรและเสนอขายแก่บุคคลในวงจำกัดต่อไป ซึ่งนักลงทุนชาวจีนสนใจที่จะซื้อหุ้นดังกล่าว โดยเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2556 คณะกรรมการบริษัทได้มีมติการเพิ่มทุนจัดสรรให้กับบุคคลในวงจำกัด คือ Mr. Kenuo Lin จองซื้อ 2,000,000,000 หุ้นในราคาหุ้นละ 0.04 บาท เป็นเงินค่าหุ้นทั้งสิ้น 80,000,000 บาท โดยกำหนดชำระราคาค่าหุ้นภายในวันที่ 25 มกราคม 2556

“ผู้ที่เข้ามาลงทุนกับบริษัท เพราะมั่นใจเชื่อมั่นในอนาคตที่กำลังค่อยๆ ปรับปรุงให้ดีขึ้น และเชื่อว่าจะเติบโตไปด้วยกันได้ อย่างนักลงทุนชาวจีนเขาก็มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องของพลังงานสะอาดจึงมั่นใจจะมาลงทุนกับเรา” ผู้บริหาร IEC กล่าวพร้อมกับแสดงความมั่นใจว่าอีก 3-6 เดือนข้างหน้านี้จะมีการขยายธุรกิจพลังงานเพิ่มขึ้นอีก

“ผลจากการเริ่มขายไฟฟ้าที่ได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานขยะที่เริ่มมีรายได้เข้ามาจะทำให้ปี 2556 นี้เราเพิ่มกลับมามีกำไร และเงินที่ได้จากการเพิ่มทุนเราจะนำมาใช้เพื่อขยายการลงทุนให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้ถือหุ้น

รายงานข่าวจากห้องค้าหุ้นระบุเพิ่มเติมว่า ได้มีกระแสข่าวล่าสุดยืนยันเข้ามาว่า หุ้นเพิ่มทุนในส่วนที่เหลือและเตรียมรอขายเฉพาะเจาะจงนั้น ผู้ที่จะมาซื้อไม่ใช่คนที่ไม่มีใครไม่รู้จัก แต่เป็นนักลงทุนนักธุรกิจรายใหญ่ของไทย ที่คาดว่าจะให้ความสนใจเข้ามาลงทุนในบริษัทที่คาดว่าน่าจะยังมีอนาคตจากการปรับเปลี่ยนธุรกิจในครั้งนี้อยู่ โดยผู้ที่จะเข้ามาซื้อหุ้นส่วนที่เหลือนี่คือ นายประยุทธ์ มหากิจศิริ หรือเสี่ยเนสกาแฟ ที่รุกซื้อและลงทุนในกิจการต่างๆ ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ตลอดมา และปีที่แล้วเพิ่งเข้าไปซื้อกิจการ บริษัท โทรีเซนไทย หรือ TTA และกำลังเข้าไปปรับปรุงธุรกิจ

รายชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 10 รายแรก ณ วันที่ 30 ธันวาคม 2555 :

กลุ่มผู้ถือหุ้น จำนวนหุ้น (%)

1. นางมโนทิพย์ จักรวาลธรรม 7,744,476,100 11.55
2. นายอนุวัตร โกศล 3,000,000,000 4.48
3. บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด 2,161,859,780 3.23
4. MR.MARTIN SIMON CHARLES HECKFORD 2,000,000,000 2.98
5. นายทิศชวน นานาวราทร 1,257,284,300 1.88
6. นางอรษา ธีระกุล 1,205,000,000 1.80
7. นางอุษณี กมลสันติสุข 1,200,000,000 1.79
8. นายเยี่ยม จันทรประสิทธิ์ 1,139,000,000 1.70
9. นายถนอม ถนอมบูรณ์เจริญ 1,090,000,000 1.63
10. นายเชวง อยู่วิมลชัย 786,500,000 1.17

นางมโนทิพย์ จักรวาลธรรม ขายออกไปบางส่วนแต่ยังถืออยู่เยอะพอสมควร
แต่คนอื่นๆหุ้นเพิ่มขึ้นเยอะ คิดดูครับทำไมคนอื่นๆถึงไม่ปล่อยหุ้นออกกับซื้อเพิ่ม ทุกคนถืออยุ๋ที่ราคา .01-.04 ถ้าราคาถึง 1.00 พวกเขาจะรวยขนาดไหน

Advertisements