HMPRO ยุทธการ 2 แนวรบ
28-02-2013 04:09:53

การเปิดเกมรุกล่าสุดของโมเดิร์นเทรดค้าอุปกรณ์แต่งบ้านอย่างบริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO เพื่อแย่งชิงธุรกิจ 6 หมื่นล้านบาท (จากมูลค่าตลาดรวมทั้งหมดของวัสดุก่อสร้างอยู่ที่ 130,000 บาท) ไม่ถือว่าเร็วเกิน หรือช้าเกินไป แต่ยุทธศาสตร์ 2 แนวรบที่เริ่มต้นกระทำในปีนี้ มีความหมายอย่างลึกซึ้งในอนาคตทั้งส่วนแบ่งการตลาด รายได้ และผลกำไรในอนาคตอย่างแท้จริง
สงครามการตลาดค้าปลีกอุปกรณ์แต่งบ้านในยามที่ชุมชนเมืองทั่วประเทศกำลังขยายตัว และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นขาขึ้น ที่ทำให้รายใหญ่อย่างกลุ่มเซ็นทรัล และปูนซิเมนต์ไทย เข้ามาท้าทาย ในขณะที่ยักษ์เล็กจากต่างจังหวัดในภาคอีสาน อย่างอุบลวัสดุ ก็ชักธงรบปูพื้นที่สำคัญในภาคอีสานเต็มรูป ทำให้ HMPRO ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากเปิดเกมรุกเพื่อชิงพื้นที่ ก่อนที่จะถูกปิดล้อม หากเดินในแนวทางเดิม
แผนการเปิดผุดโปรเจ็กต์ใหม่ล่าสุด เมกาโฮม เพื่อชิงเค้กวัสดุก่อสร้าง ไม่ใช่ของใหม่ แต่เป็นผลพวงจากการชิมลางเปิดศูนย์ “โฮมโปร เมกาบางนา” มีรูปแบบที่ทันสมัยพร้อมบริการ Free Delivery และ Home Service ครอบคลุมถึง 3D Design โดยเมื่อเดือนกันยายนในปีที่ผ่านมา ด้วยงบกว่า 570 ล้านบาท ประสบความสำเร็จมาแล้ว ทำให้มีความมั่นใจมากขึ้น
จากแผนที่ผู้บริหารของ HMPRO เปิดเผยล่าสุด ด้วยงบประมาณลงทุนรวมของทั้งบริษัท 10,000 ล้านบาท โดยส่วนหนึ่งจะเป็นการลงทุนเพื่อเปิดตัวแบรนด์ เมกา โฮม โดยตั้งบริษัทลูกชื่อ เมกา โฮม เซ็นเตอร์ จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท เพื่อสร้างโปรเจ็กต์เจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายทั้งผู้รับเหมา เจ้าของโครงการและกลุ่มช่าง และร้านค้าย่อยในรูปแบบค้าปลีกและค้าส่ง โดยจะใช้สินค้าร่วมกับโฮมโปร และมีสินค้ากลุ่มวัสดุก่อสร้าง ซ่อมแซมปรับปรุง สวน เครื่องมือช่าง เซรามิก เครื่องใช้ไฟฟ้า ของตกแต่งบ้าน และของเล่น
รูปแบบที่กำหนดเอาไว้นั้น จะมีสินค้าที่วางขายในเมกา โฮม 70% จากซัพพลายเออร์ในประเทศ ที่เหลือเป็นสินค้านำเข้า โดยจะเปิดสาขาแรกที่นวนคร โดยใช้งบลงทุนเบื้องต้น 500 ล้านบาท บนพื้นที่ 38 ไร่ ในลักษณะโอเพ่นแอร์และมีแผนเปิดเพิ่มอีก 2 แห่ง ในต่างจังหวัดภายในปลายปีนี้ และมีแผนจะขยายเพิ่มเป็น 5 สาขาต่อปีในอนาคตและครบ 20 สาขาภายใน 4 ปี
เป้าหมายของเมกา โฮม ก็เพื่อเติมเต็มกลุ่มลูกค้าใหม่ที่เคยเข้าไม่ถึงโฮมโปร เนื่องจากลูกค้าของโฮมโปร ในปัจจุบัน เป็นกลุ่มลูกค้าตั้งแต่เกรดบีขึ้นไป และกว่า 90% เป็นเจ้าของบ้าน โดยแบรนด์ใหม่นี้ มุ่งเน้นความโดดเด่นเรื่องความหลากหลายของสินค้า รวมถึงมีระบบการซื้อขายที่ดีผสมผสานกัน ซึ่งคงจะตามติดมาด้วยการจัดแคมเปญส่งเสริมการขายที่แรงและแปลกใหม่ เพื่อให้ให้สามารถตอบโจทย์ลูกค้าให้มากที่สุด
การเปิดเกมรุกใหม่นี้ หากมองจากภาพรวมแล้ว HMPRO จำต้องกระทำ ไม่สามารถเป็นอื่นได้ เพราะในขณะนี้คู่แข่งขันในธุรกิจโมเดิร์นเทรดทำนองเดียวกัน กำลังรุกคืบเข้ามาอย่างจริงจัง ถึง 3 รายด้วยกัน
กลุ่มที่น่ากลัวอันดับแรกสุด ได้แก่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC ซึ่งปีที่ผ่านมา ใช้งบ 10,000 ล้านบาท ซื้อกิจการบางส่วนกลายเป็นผู้ถือหุ้นอันดับสอง (ซึ่งผิดจารีตธุรกิจของค่ายนี้) รองจากกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่เดิมของบริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ GLOBAL เครือข่ายจัดจำหน่ายวัสดุก่อสร้างแบบโมเดิร์นเทรด เพื่อการเข้าสู่ตลาดทางลัดซึ่งเปรียบเสมือน “ก้อนกรวดในรองเท้า” ของกลุ่มนี้มายาวนาน เพื่อเสริมกับเครือข่ายค้าปลีกซีเมนต์ไทย โฮมมาร์ท ที่มีอยู่เดิมกว่า 500 แห่งทั่วประเทศให้แข็งแกร่งมากขึ้น ในรูปแบบของร้านค้าคลังสินค้าซึ่งมีอัตราการเติบโตในระดับสูงอย่างต่อเนื่องตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป
ผลพวงจากการรุกเข้ามาของปูนซิเมนต์ไทย ทำให้ GLOBAL แข็งแกร่งมากขึ้น โดยในปีนี้ ถึงกับตั้งเป้าอย่างก้าวกระโดดจะขยายสาขาเพิ่มอีก 20 สาขา จากเดิมที่มีอยู่แล้วประมาณ 21 สาขา
อีกมุมหนึ่ง กลุ่มเซ็นทรัลก็เปิดตัวแรงในรอบ 3 ปีนี้เช่นกัน โดย บริษัท ซีอาร์ซี เพาเวอร์ รีเทล จำกัด หัวหอกของธุรกิจค้าปลีกในเครือเซ็นทรัล ซึ่งเคยเป็นผู้ดำเนินการบริหาร “โฮมเวิร์ค” แหล่งรวมสินค้าเพื่อการตกแต่งซ่อมแซมที่อยู่อาศัยอันเป็นคู่แข่งโดยตรงของ HMPRO มาตลอด ได้เปิดตัวธุรกิจใหม่ “ไทวัสดุ” ในรูปของศูนย์รวมวัสดุก่อสร้างครบวงจรของคนไทยขนาดใหญ่รูปแบบใหม่ เพื่อขยายฐานกลุ่มเป้าหมายออกไป จากเดิมที่ทำธุรกิจสินค้าเพื่อบ้านเพียงอย่างเดียว เราได้มองกลุ่มเป้าหมายไปถึงเจ้าของบ้าน ผู้รับเหมารายกลาง และรายย่อย เจ้าของโครงการต่างๆ ร้านค้าปลีก และเจ้าของบ้านที่ต้องการหาแหล่งวัสดุอุปกรณ์ในการก่อสร้างที่ครบครัน
จากสาขาแรกก่อตั้งขึ้นในปี 2553 โดยตั้งอยู่บนถนนกาญจนาภิเษก บางบัวทอง มีพื้นที่ภายในตัวอาคารขนาดใหญ่ถึง 24,000 ตารางเมตร พร้อมที่จอดรถในร่มกว่า 300 คัน ครบครันด้วยสินค้าคุณภาพหลากหลายจากแบรนด์ชั้นนำกว่า 100,000 รายการ ไทยวัสดุสามารถเปิดสาขาทั่วประเทศมากกว่า 23 สาขาไปแล้ว และยังเดินหน้าไม่มีหยุดในปีนี้
กลุ่มสุดท้าย แม้จะไม่ใหญ่โตเหมือน 2 ยักษ์ใหญ่ แต่แบรนด์ใหม่ล่าสุด ดูโฮม (DoHome) ของกลุ่มอุบลวัสดุ ที่เคยยึดครองความยิ่งใหญ่ในจังหวัดอุบลราชธานี ได้ประกาศศักดาท้าทายมาที่ จ.นครราชสีมา บนพื้นที่กว่า 70 ไร่ ในปี 2551 พร้อมกับเปิดเกมรุกไปยังสาขารังสิต คลอง 7 บนเนื้อที่กว่า 100,000 ตรม. และสินค้ากว่า 200,000 รายการ แล้วเติบใหญ่ไปยังขอนแก่น บนพื้นที่ขายมากกว่า 200,000 ตรม. สินค้าบ้านกว่า 200,000 รายการ และที่จอดรถมากกว่า 500 คัน และมีแนวโน้มว่าจะรุกไปยังเชียงใหม่อีกไม่นาน
การเปิดเกมรุกชิงพื้นที่ด้วยโมเดิร์นเทรดเช่นนี้ ท้าทายความสามารถของเจ้าตลาดเดิมอย่าง HMPRO โดยตรงอย่างเปิดเผย ซึ่งทำให้แผนการขยายสาขาปกติของ HMPRO อีก 10 สาขาในปีนี้ ไม่เพียงพอที่จะรับมือกับการแข่งขันใหม่ๆ ที่ซับซ้อนและรุนแรงมากขึ้น
เมกา โฮม ฐานแบรนด์ใหม่ล่าสุด คือหัวหอกใหม่ของการต่อสู้ในสมรภูมิของวัสดุก่อสร้างที่ท้าทายความสามารถของ HMPRO อย่างยิ่งว่า จะทำได้ดี ทั้งรักษาและขยายฐานลูกค้าได้มากขึ้นกว่าเดิมเพียงใด เพื่อไม่ให้ทิศทางที่บุกเบิกธุรกิจมายาวนานถึง 16 ปี จนติดลมบนในช่วงที่ผ่านมา กลายสภาพสูญเปล่า เป็นว่าวที่สายป่านขาดในอนาคต

Advertisements