ความคิดเห็นที่ 1
Q&A
• Q. ถ้าเจอหุ้นตีแตกบอกให้รีบซื้อ ทำไม? A. เมื่อไรที่เจอคือชัดเจนมาก ไม่ช้าก็เร็วต้องมีคนเห็นเหมือนเรา ถ้ามัวแต่ยึกยักต่อราคาช่องสองช่อง ถ้าไม่ได้ซื้อจะเสียโอกาสไป มันมีโอกาสน้อยมากๆอยู่แล้ว
• Q. ถ้าหุ้นบางตัวมีกำไรทางบัญชี แต่เก็บเงินได้ไม่ทัน ต้องกู้เงินมาจ่ายปันผล? A. SF, SVI อะไรแบบนี้ใช่ไหม ต้องดู interest ของผู้บริหาร ถ้ามีส่วนได้เสียกับเราเยอะ ก็อยากได้ปันผลเหมือนกัน ถ้า D/E ไม่สูงเกินไปก็ดูแรงจูงใจนี้ ถ้าไปทางเดียวกับผู้ถือหุ้นรายย่อย ก็ไม่มีปัญหา ต้องดูองค์ประกอบ หุ้นบางตัว DE สูง 3-4 เท่า ผู้บริหารอยากได้ปันผล แต่ถ้าปันออกมาแล้วบริษัทเจ๊ง ถ้าหนีสินไม่สูง GC, SCI ก็ปันออกมาได้
• Q. หากถือหุ้นในพอร์ต 5 ตัว ถ้าผลตอบแทนใกล้กับที่ประเมินเอาไว้ก็สลับหาหุ้นที่มูลค่าต่ำกว่าแทน แต่เราหาหุ้นที่พอใจไม่ได้ ระหว่างถือพอร์ตเอาไว้ กับ ถือเงินสด ทำแบบไหนดีกว่ากัน? A. ผมรู้สึกว่านรกมีหลายขุม สวรรค์มีหลายชั้น สิ่งที่เราคิดว่าเต็มมูลค่าอาจขึ้นกว่านั้นได้อีก ในภาวะที่ตลาดดี ราคาหุ้นจะเกิน fair value ได้เยอะ ผมเลือกถือมากกว่า ถ้าถือเงินสดได้ผลตอบแทนเงินฝาก 2-3% PE 30-40 เท่า ถ้าหุ้นเราไม่เกินนี้ก็ถือดีกว่า
• Q. ถ้าเป็นหุ้นเสี่ย จ. 5 ตัว ? A. ถ้าถือแบบนี้สอบตกนะครับ ถ้าราคาหุ้นเป็นเกมที่เราไม่รู้เรื่องอะไรเลยเราก็คือเหยื่อ
• Q. เรื่องไซฟ่อน ต้องดูอย่างไรดี? A. บ้านปู ผู้บริหารมีแรงจูงใจ run บริษัทไหม มี แม้ว่าตระกูลจะถือหุ้น 20% แต่ถ้าบริษัทเล็กๆ ผู้บริหารถือหุ้น 20% ผมไม่ไว้ใจแล้ว
• Q. ตลาด PBV 1.1-1.2 รับได้ไหม? A. ไม่มีปัญหา ผมจะพูดใน part หลังต้องซื้อเป็น step
• Q. การรักษาสัดส่วนเงินสดอย่างไร หุ้นมันต้องเติบโตขึ้นมาอยุ่แล้ว? A. ใช่ครับ ที่จริง 10% ไม่มีนัยยะหรอก ทางใจคือเป็นกระสุนนัดสุดท้ายที่เราเก็บเอาไว้
• Q. สมมติใน port มีหุ้น 5 ตัว ที่ perform และไม่ perform ตัวที่ไม่ perform ควรทำอย่างไรดี? A. สุดท้าย vi ก็ต้องกลับมาที่เหตุและผล ตอนซื้อเรามีเหตุผล ตอนขายก็ควรดูว่าเหตุผลที่เราซื้อถูกหรือเปล่า ผิดจากที่คาดไหม ถ้าดูแนวโน้มแล้วไม่มีโอกาสกลับมายังไงก็ต้องขาย จะเป็นต้นทุนเสียโอกาส หากมีหุ้นดีกว่านั้นทำไมต้องยึดติด
• Q. จุดไหนที่คิดว่านักลงทุนพร้อมจะเล่น margin แล้ว ถ้าไม่มีเงินสดแล้ว? A. ต้องแน่ใจ มีความมั่นคงอะไร รู้ว่าตอนไหนควรจะใช้ ตอนไหนควรจะเลิก ผมมีบัญชี margin แต่น้อยมาก 1% และไม่ค่อยได้ใช้ โดยทั่วไปช้าๆดีกว่า แต่ไปถึงเส้นชัย
• Q. ไม่ควรถือหุ้นตัวหนึ่งเกิน 40% สมมติผมถือหุ้น 40% ขึ้นไป 3-4 เด้ง ควรจะทำอย่างไร? A. เอาสัดส่วนตอนที่หุ้นยังไม่ขึ้น กองทุนมีกฏคือห้ามถือหุ้นเกิน 5-10% แต่มีกฏอนุโลมถ้าหุ้นขึ้นเกินตรงนั้นก็ถือได้
• Q. ภาวะดัชนี 1300 แบบ ตอนนี้ควรจัดพอร์ตอย่างไร แล้วช่วง subprime ปรับพอร์ตอย่างไร? A. ผมถือเงินสด 20% แต่ผมหาหุ้นที่ตีแตกแทบไม่มี แต่ไม่อยากเก็งตลาดว่าจะขึ้นลง เงินกู้ตอนนี้ไม่มี ตอน sub prime เป็นบทเรียนสำคัญ ก่อนนั้นผมมี margin ด้วย ราว 10% พอร์ต พอ subprime ลงเละเทะ เสียมากกว่าปกติ แถมไม่มีเงินสด โดนมัดมือมัดเท้าโยนลงน้ำ พอลงมาถึง 400 จุด ไม่สบายใจเลย ขายออกหมด หลังจากนั้นขึ้นมาตลาด ก็เลยรู้เลยว่าเราใช้อารมณ์ ความผิดพลาดก็เป็นบทเรียนเราต้องเรียนรู้ จดเอาไว้กันลืม เจอสถานการณ์จะได้ไม่ทำผิดซ้ำๆ
• Q. พอร์ตเชิงรับ เชิงรุก Hmpro เชิงรุก Cpall เชิงรับ ใช้หลักการอะไรในการแบ่ง? A. เกณฑ์ดูที่ขนาดของหุ้น เช่น BGH แทบจะกลืนกินประเทศไทย โอกาสที่จะทำรายได้กระโดดมากๆ น้อย แต่หุ้นเชิงรุกยังพอจะเติบโตได้ และเชิงรับรายได้กำไรความผันผวนจะต่ำมาก
• Q. ให้ขายหุ้นที่เกินมูลค่าออก คือมูลค่าที่คำนวณไว้ 1,3,5 ปีข้างหน้า? วิธีที่คุณโจใช้ประเมินมูลค่า? A. ส่วนใหญ่ผมมองกรอบ 1-2 ปี ไม่มากเกินไป แต่ 4-5 ปี ผู้บริหารยังยากเลย ผมใช้วิธีวัดง่ายๆคือ pe ไม่ใช่ pe 10 เป็นหุ้นแพง/ถูก ผมดูคุณภาพกิจการถูก วิเคราะห์ 5 force การเติบโต มากๆ pe ตลาด 13-14 เท่า ผมอาจให้เกิน 20 เท่า แต่รับเหมาผมอาจให้แค่ 8-9 เท่า และหา eps
• Q. criteria ที่ใช้ตีแตกพี่โจ มีอะไรบ้าง เช่น ต้องเป็น 2 เด้งใน 2 ปี หรือใน 3 เดือน แล้วความมั่นใจขนาดไหนในการตีแตก? A. 90% up สำหรับผมหุ้นตีแตกคือแทบไม่มีความเสี่ยงเลย upside อาจไม่มากมาย 40-50% ใน 1 ปี Ex. SF ซื้อหลังจากประกาศสร้าง mega bangna เพิ่มทุนเท่าตัว กว่าจะสร้างเสร็จช่วงนั้นคนลืมหมด ไม่สนใจมัน ผมเข้าไปดูโอกาสประสบความสำเร็จแทบ 100% ความเสี่ยง IKEA, ผู้บริหาร, upside 1 เท่าตัว อีกประมาณ 1-2 ปี ถึงจะเริ่มผมจะซื้อทันที ไม้สุดท้ายผม 3.04 แล้วเชื่อไหมครับ วิ่งไป 4 บาทกว่า ไม่ลงเลย
• Q. การเลือกหุ้นขั้นเทพแล้วถือยาวเลย กับ ซื้อหุ้นแล้วปรับพอร์ตไปเลือก แบบไหนดีกว่ากัน? A. ดร.นิเวศน์/คุณคเชนทร์ถือหุ้นตลอดไป แต่ผมถือหุ้น 1 ปีทำไมขายแล้ว พวกนี้ขึ้นกับทุกคนถนัดแบบไหน เราต้องถามตัวเอง ไม่ใช่ถามผม ที่ผ่านมาก็ยืนยันแบบนั้น ขึ้นกับมีเวลาติดตามไหมด้วย

Topic Phylosophy จิตวิทยาการลงทุน
• คนมีอคติให้ตัดสินใจผิด

ทัศนคติเพื่อประสบความสำเร็จ
• คนที่ประสบความสำเร็จไม่มีใครงอมีงอเท้า
• ต้องมีความฝัน ถ้าไม่มีก็เหมือนอยู่ไปวันๆ
• ต้องลงมือทำ ไม่งั้นเป็นฝันกลางวัน
• ต้องมีจิตใจที่มุ่งมั่นด้วย
• ทุกคนมีใจเหมือนกันทุกคน แต่อะไรทำให้คนเราแตกต่างกัน นั่นคือมีใจยิ่งใหญ่เกินตัว เกินฐานะ

ทัศนคติการลงทุน
• ถ้าโชคดี เริ่มถูกทางไปถึงเป้าหมาย เริ่มผิดทาง ต่อให้ IQ สูงก็ไปไม่ถึง
• ไปเชียงใหม่ได้หลายทาง เลือกในเส้นทางที่ถูกจริต ถูกนิสัยเราดีไหม? ผมบอกว่าไม่ถูกต้อง บางทีจริตเราอาจไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง ดีกว่าไหม ถ้าเราปรับจริตเราให้ตรงกับวิธีที่ถูกต้อง ผมเชื่อว่าเล่นหุ้นจะมีวิธีการหนึ่งที่ถูกต้องในระยะยาว นั่นคือวิธี vi ข้อสังเกตวิธีการอื่นก็ดูสมเหตุสมผล technical บอกประวัติศาสตร์ต้องซ้ำรอย ผมถามว่าทำไมคนไม่รวยด้วยวิธีการนี้ เราต้องมาคิดว่า มันมีสมมติฐานอะไรบางอย่างที่ผิดก็ได้
• VI เราเลือกกิจการดีไม่พอ แต่เราซื้อที่ราคาต่ำกว่ามูลค่า จะปลอดภัยมากกว่า ได้ผลตอบแทนมากกว่า
• ต้องมีความศรัทธาในการลงทุน ชีวิตการลงทุนมันยาวนาน ความเชื่ออย่างเดียวไม่พอต้องศรัทธาด้วย(ขนลุก) ผมเชื่อว่าถ้าเรามีศรัทธาจะผ่านวิกฤติไปได้ เราไม่ได้ศรัทธาอย่างงมงาย แต่ด้วยความเป็นเหตุเป็นผล เราเห็นตัวอย่างคนประสบความสำเร็จทั้งในและต่างประเทศ

เตรียมใจรับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดจะเกิดขึ้น
• มันจะเกิดขึ้นแน่นอน ไม่รู้ว่าวันไหน อุบัติเหตุนิวเคลียร์ แผ่นดินไหวรุนแรง น้ำท่วมใหญ่ โรคระบาดที่มีคนตายมากมาย ในการลงทุนจริงๆ อาจมีโอกาสเกิดได้ ลองคิดดูว่ามีวิกฤติอะไรเกิดขึ้นได้ บางอย่างอาจนอกเหนือจากที่เราคิดได้ อย่างเช่น อิสราเอลโจมตีอิหร่าน แล้วอิหร่านตอบโต้ด้วยนิวเคลียร์ แล้วสหรัฐร่วมด้วย ซึ่งนิวเคลียร์เป็นสิ่งที่คาดการณ์ผลลัพธ์ยาก หรือที่ซาอุฯ มีไวรัสระบาด มันก็น่ากลัว
• ผมว่าในการลงทุนต้องมองตามความเป็นจริง ไม่ได้บอกให้ทุกคนกังวลใจ แต่ต้องเตรียมใจ

วิธีการเอาชนะความโลภ ความกลัว
• เราซื้อเพราะอะไร? เหตุผลทางพื้นฐานสมเหตุสมผล นั่นถูกต้อง
• เราซื้อเพราะอะไร? ซื้อตาม yoyo ซื้อตามพี่โจ ไม่ถูกต้อง นั่นคือโลภ
• ในตลาดหุ้นมีรถออกทุกวัน มีหุ้นปั่นทุกวัน
• หุ้นปั่นจะทดสอบเราว่ายึดมั่นในหลักการหรือเปล่า หรือโดนความโลภชักจูง
• เราไม่สามารถคว้าทุกโอกาส แต่ต้องเลือกโอกาสที่เรามั่นใจ โอกาสอื่นๆก็แบ่งกันไป
• มองระยะยาวจะทำให้ชนะความโลภความกลัวได้ ระยะยาวตลาดหุ้นให้ผลตอบแทน 12%
• อย่าหวังผลสั้นๆ ที่จะรวยมองไปเลย 10-20 ปี
• อิงกับตัวเลข วัดค่าได้แน่นอน
• ตอน sub-prime หุ้น pe 3-4 เยอะเลย ไม่มีเหตุผลที่จะขายหุ้น

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์
• แม้ผลตอบแทนระยะยาว 12% ทบต้นก็จริง แต่ความผันผวนเยอะ มีขึ้นมีลง

เอาชนะความผันผวน
• ห้ามเป็นส่วนหนึ่งของนายตลาด คนเล่นหุ้นรวยหมดแล้ว ถ้าแยกตัวเองออกจากนายตลาดได้

Advertisements