*หุ้นและอุตสาหกรรมที่ผมกล่าวถึงในบทความนี้(และบทความถัดๆไปที่ต่อเนื่องจากบทนี้) เป็นเรื่องที่ผ่านไปแล้ว และ/หรือ ราคาขึ้นมาจากตอนผมซื้อเยอะแล้วทั้งสิ้น โปรดอ่านเอาไอเดียไว้ประยุกต์ใช้เท่านั้น อย่าอ่านจบแล้ววิ่งไปซื้อโดยไม่ลืมหูลืมตาเป็นอันขาด*

*บทความนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่ง มิใช่ทั้งหมดของวิธี และหลักการที่ผู้เขียนใช้ในการเลือกหุ้น หุ้นบางตัวอาจจะเลือกด้วยวิธีการอื่น ซึ่งไว้จะเขียนในโอกาสต่อไป*

หลังจากอยู่ในตลาดมาเป็นเวลาหนึ่ง พร้อมกับขนาดพอร์ทที่ค่อยๆเติบโตอย่างค่อนข้างมั่นคงในแต่ละปี เรียกได้ว่า ส่วนหนึ่งโชคดี ที่รอดมาได้และกำไรทุกวิกฤติ เพราะมีเพื่อนๆและพี่ๆ ให้ความรู้ผมเสมอมา หลังๆ ผมมานั่งทบทวนดูว่าจริงๆแล้ว ผมรักษาต้นทุน และทำกำไรมาได้อย่างไร ก็พบว่าหนึ่งในปัจจัยสำคัญ (แน่นอนว่ามีปัจจัยอื่นที่สำคัญพอๆกันหรือมากกว่า แต่จะกล่าวถึงในโอกาสถัดๆไป) ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้สามารถรักษาตัวมาได้ถึงวันนี้ คือผม “ลอกหุ้น” ครับ … ใช่ครับ …ผมขอยืดอกยอมรับอย่างหน้าชื่นตาบาน ว่าลอกเขามาทั้งนั้น ซึ่งวันนี้ผมจะมาเล่าให้ฟังว่าผมลอกอย่างไร

1> ก่อนอื่น จะลอกหุ้นได้ ก็ต้องมีคนให้เราลอกก่อน ดังนั้น ขั้นแรก เราต้องไปหาเพื่อนๆหรือพี่ๆ ที่มีไอเดียในการลงทุน เพื่อนั่งคุยขอความรู้ หรือติดตามข่าวสารทั่วไปในตลาด หรือ อ่านบทความต่างๆ ในไทย และ ต่างประเทศครับ ทั้งนี้เพื่อหาไอเดียก่อน ว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง
ณ ขั้นนี้ ควรพกสมุด ปากกาไว้เสมอ เมื่อได้ยินข่าวอะไร ก็ให้เขียนลงสมุด ว่าเป็นข่าวอะไร, เกี่ยวกับ sector ไหน, มีผลกระทบอะไรกับ sector นั้นๆ หรือ มีแนวโน้มอย่างไรใน sector นั้นๆ จดให้ละเอียด เท่าที่เราเข้าใจในเวลานั้น เพื่อสะดวก ต่อการไปหาข้อมูลต่อทีหลัง ไม่ใช่จดแค่ชื่อหุ้น แล้วถามเป้าเพื่อนว่าน่าจะไปเท่าไหร่ แล้วก็วิ่งไปซื้อ อันนี้ทำบ่อยๆ เพื่อนจะไม่ค่อยอยากคุยกับเรา

2> พอได้หุ้น หรือ ธุรกิจที่เรารู้สึกว่าฟังแล้วสนใจ ก็เริ่มลงมือขุด … ขุดจากอารยธรรมของประเทศอื่น … อันนี้เราต้องยอมรับความจริงอันเจ็บปวดข้อนึง นั่นคือ ประเทศเรายังไม่เจริญครับ เมื่อเทียบกับอีกหลายๆประเทศ คือประเทศที่เขาเจริญน้อยกว่าเราก็มีอีกมาก แต่ไอ้ที่เจริญกว่าเราก็มีอีกเยอะ สิ่งที่เราต้องทำ คือไปขุดดูครับ ว่าต่างประเทศที่เขาเจริญกว่าเรา เล็กน้อย คือ เจริญกว่าเราสัก 5-10 ปี ในด้านนั้นๆ มีกี่ประเทศ และตอนที่เขามี per-capita เท่าเราหรือมีปัจจัยหลักของอุตสาหกรรมนั้นๆเท่าๆเรา และค่อยๆเจริญขึ้น ดูตอนนั้นธุรกิจในกลุ่มที่เราดูอยู่ เป็นอย่างไร แนวโน้มการเติมโตเป็นอย่างไร ดูซักอย่างน้อย 4-5 ประเทศ ว่าแนวโน้มการเติบโต ไปในทางเดียวกันหมดอย่างสามัคคี ไม่ใช่บางประเทศโตเอาๆ บางประเทศเจ๊งไปเลย อันนี้ไม่ค่อยสามัคคีกัน คิดลำบาก กองไว้ก่อน ไว้กรองด้วยวิธีอื่นทีหลัง แต่ถ้าค้นพบว่า อุตสาหกรรมนั้นเติบโตอย่างสามัคคี เหมือนๆกันทุกประเทศ ก็ไปข้อต่อไป

3> พอเลือกอุตสาหกรรมได้ ก็ให้ขุดต่อไป ว่าในอุตสาหกรรมดังกล่าวในประเทศนั้นๆ ผู้ชนะในอุตสาหกรรมเป็นใครในแต่ละประเทศ ให้ขุด story และ big move ที่แต่ละบริษัทมีและทำไว้ในอดีต มาวาด timeline และพิจารณา จุดแข็งของบริษัทที่เป็นผู้ชนะ ในแต่ละประเทศ จากนั้นให้ match ว่าทุกบริษัท มีอะไรร่วมกันบ้าง เราจะพบว่าผู้ชนะจากทุกประเทศมีบางอย่างร่วมกัน มี factor ที่ซ้ำๆกัน หรือคุณสมบัติบางประการที่เหมือนๆกัน ให้รวบรวมปัจจัยที่พบ ลิสมา แล้วนำมาเทียบกับ ผู้เล่นในประเทศที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่เราดูอยู่ ว่ามีรายใดบ้างที่มีคุณสมบัติที่ลิสไว้เยอะๆ ซึ่งก็พอจะเชื่อได้ว่ามีโอกาสเป็นผู้ชนะในอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโต เลือกเก็บใส่ลิสเอาไว้ 2-3 บริษัทที่น่าจะชนะมากที่สุด ทดไว้ในใจก่อน เดี๋ยวกลับมาพูดถึงต่อทีหลัง

4> กลับไปขุดต่อ ว่าอุตสาหกรรมนั้นๆ มี trigger point หรือ catalyst อะไรที่ทำให้โตกันระเบิดระเบ้อ เพราะแต่ละอุตสาหกรรม จะมีระยะฟักตัวของตัวเอง ช่วงที่มันฟักตัว นั้นอาจจะยาวนาน 5 ปี 20 ปี ก็มี ถ้าไปถือรอช่วงนั้น อาจจะแก่ตายไปก่อนได้ ดังนั้นเพื่อป้องกันการแก่ตายก่อนที่หุ้นจะแสดงความดีออกมา จึงควรศึกษาว่าในแต่ละประเทศ จุดที่อุตสาหกรรมนั้นๆ ปรับตัวเป็นขาขึ้นอย่างรุนแรง มาจากปัจจัยอะไร หรือ เมื่อใด หรือ เมื่อปัจจัยไหน ไปถึงระดับไหน เป็นต้น จด trigger point และ catalyst เหล่านั้นใส่กระดาษไว้ เดี๋ยวจะกลับมาเอา

5> เอาบริษัทในข้อ 3 ที่ทดไว้ในใจ ไปใส่ watch list แล้วเริ่มลงมือทำ valuation ดูปัจจัยความแข็งแกร่งด้านการเงิน ด้านธรรมาภิบาล สัดส่วนการถือหุ้น และอื่นๆ ไว้ก่อนเลยล่วงหน้า จากนั้นพอ trigger point หรือ catalyst จากข้อ 4 มาถึง ส่วนใหญ่ถ้า P/E ไม่ถึง 15 เท่าผมก็จะหวดก่อนเลย แล้วถือตามดูไปเรื่อยๆ (ซึ่งเป็นโชคดีที่ส่วนใหญ่จะได้ซื้อที่ P/E ต่ำกว่า 10 เกือบจะเสมอ เพราะจากระยะฟักตัวของกิจการ และ อุตสาหกรรม จะทำให้หุ้นพวกนี้เป็นหุ้นที่แค่พูดถึง คนก็หาวกันหมดแล้ว)

6> ติดตามดูปัจจัยทั้ง catalyst และ level ของปัจจัยต่างๆที่เราใช้เป็น trigger point ว่ายังดำเนิน เจริญรอยตามประเทศที่เดินผ่านจุดนี้ไปแล้วอยู่ไหม ถ้ายังเจริญรอยตามเป็นเด็กดีอยู่ก็ถือตามดูไปเรื่อยๆ บางที ถือไป สองสามปี ขึ้นไปห้าเท่า สิบเท่าก็มี

7>ถ้าผิดทาง เช่นบริษัทเริ่มใช้แผนงาน ตามอย่างผู้แพ้ในต่างประเทศ หลายๆประเทศ หรือ อุตสาหกรรมนั้น มีเซอไพร์สขึ้นมาในประเทศเรา เช่นประเทศเราอยู่ๆมีกฎหมาย หรือข้อห้าม ที่ไม่เคยเจอมาก่อนและส่งผลยิ่งยวดต่อพื้นฐานการดำเนินการของกิจการ ก็ต้องขายทิ้งไป อย่าไปหวังว่าอยู่ดีๆ มันจะพลิกฟื้นกลับขึ้นมาเอง แล้วอมหุ้นไว้ อันนี้จะถลำลึกลงไปเรื่อยๆ การถือยาว ต้องถือให้มีเหตุผลด้วย ไม่ใช่ขาดทุนแล้วหวังปาฎิหารย์ว่าผลประกอบการ และราคาหุ้นมันจะกลับมาดีได้เอง

8> เมื่อทำมาทุกข้อแล้ว และหุ้นที่เลือกมาได้ยังรอดมาได้ถึงตรงนี้ ก็ขอให้ถือไว้อย่างมีความสุข อย่าได้ตื่นเต้นยินดีหรือตกใจ กับราคาที่แกว่งขึ้นๆลงๆ โดยเฉพาะช่วงที่ตลาดเริ่มรับรู้ความดีของหุ้น ราคาจะแกว่งแรงมาก หากทนไม่ได้ ให้ปิดจอ ไปเที่ยวต่างประเทศ การแกว่งของราคา ถ้าไม่ได้แกว่งเพราะพื้นฐานเปลี่ยน ก็ไม่ต้องไปสนใจมาก ขอให้หมั่นตรวจสอบ สมมติฐาน และ valuation ที่ทำไว้บ่อยๆ หาก overvalue ไปมากๆ จริงๆ แล้วหาตัวอื่นเจออีก ก็อาจจะแบ่งขายไปซื้อตัวใหม่บ้าง แต่ถ้าหาไม่เจอ ก็ถือๆไป เดี๋ยว P/E มันก็ลดลงมาเอง เมื่อเวลาผ่านไป และกิจการเติบโต

9> อันนี้สำคัญมาก ข้อมูลทั้งหลายที่รวบรวมมาได้ สรุปเสร็จเป็นไฟล์ อย่าลืมเอากลับไปแชร์ให้เพื่อนในข้อ 1 อ่านด้วย ไม่งั้นวันหลังเพื่อนจะไม่บอกหุ้นให้เราไปขุดต่อก็เป็นได้ (หรือจะดีที่สุดถ้าเอามาแบ่งผมอ่านด้วย 555)

จริงๆ ทำ Slide ตัวอย่างหุ้นบางตัวในบางอุตสาหกรรมไว้ด้วย เคยเอาไปพูดในงานสัมนาที่ฮงเชิญไป มารอบนึง ไว้จะนำมาลงเป็นตัวอย่างในบทถัดไปก็แล้วกันนะครับ

สุดท้ายนี้ อย่าลืมว่านี่เป็นเพียง วิธีหนึ่งในการคัดกรองหุ้น ยังมีวิธี อื่นๆอีกมาก ซึ่งไม่สามารถบอกได้ว่าวิธีไหนดีที่สุด เพียงหวังว่าจะเป็นไอเดียหนึ่งในการขุดหาหุ้น และคัดกรองหุ้นที่สนใจ ให้กับเพื่อนๆได้

ขอให้ประสบความสำเร็จ และมีความสุขในการลงทุนครับ

_________________
“Great minds discuss Ideas,
Average minds discuss Events,
Small minds discuss People.”

— Hyman Rickover

Advertisements