เล่นหุ้น…อย่าหุนหัน
วันเสาร์ที่ 8 มิถุนายน 2556 เวลา 00:00 น.

Bloomberg บริษัทชั้นนำระดับโลกที่ให้บริการข้อมูลด้านการเงิน การลงทุนทั่วโลก ได้สรุปสถิติย้อนหลัง 10 ปี (2545–2555) ของการลงทุนในหุ้นว่าให้ผลตอบแทนเฉลี่ยสูงถึง 290% และนักลงทุนทั่วโลกต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาว่า หุ้นเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงสุด ถึงแม้จะมีข้อมูลสนับสนุนเช่นนี้ และเชื่อว่าการเล่นหุ้นเป็นการลงทุนระยะยาว แต่ในช่วงที่ตลาดหุ้นผันผวนหนัก นักลงทุนมือใหม่ก็หวั่นไหว และเกิดคำถามคาใจ เข็มทิศลงทุนฉบับนี้รวบรวม 3 คำถามยอดฮิต พลิกเป็นคำตอบให้เข้าใจโดยทั่วกัน

คำถามที่ 1 : ซื้อหุ้นช่วงราคาแพง แล้วราคาหุ้นเกิดตกลงมาก ควรทำอย่างไร? ธรรมชาติของนักลงทุนส่วนใหญ่ไม่ชอบขายหุ้นขาดทุน ด้วยความเชื่อที่ว่านอกจากจะเสียเงินแล้ว ยังเสียใจ และเสียหน้าอีกด้วย สู้ยอมถือหุ้นไปเรื่อย ๆ รอราคาดีดตัวกลับมาใกล้ต้นทุนแล้วค่อยขายดีกว่า การให้ความสำคัญกับราคาต้นทุนมาก ๆ เพียงอย่างเดียวเช่นนี้ ถือว่า “คิดผิด” หลายครั้งที่การขาดทุนจากหุ้นแค่ตัวเดียว อาจสร้างความเสียหายไปทั้งพอร์ตได้

สิ่งที่ควรทำก็คือ การวิเคราะห์ให้รอบด้านก่อนจะซื้อ จะขาย 1. กำไรของธุรกิจนั้นมาจากแหล่งเดียวหรือไม่ 2. การดำเนินงานของบริษัทแย่ลงหรือไม่ 3. ปัจจัยพื้นฐานไม่ดีเหมือนที่คาดไว้ใช่หรือไม่

ถ้าคำตอบคือ “ใช่” การขายหุ้นในราคาที่ลดลงไปมาก หรือขาดทุนก็ควรขาย แล้วเอาเงินที่ได้ไปลงทุนในหุ้นอื่นที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า แต่ถ้าคำตอบคือ “ไม่ใช่” การรอคอยให้ราคาหุ้นดีดตัวกลับมา หรือการช้อนซื้อเก็บไว้เพิ่มเติม เพื่อทำกำไรเพิ่มเติมในอนาคต ก็เป็นทางเลือกที่ถือว่า “คิดถูก”

คำถามที่ 2 : ถ้าราคาหุ้นขึ้นสูง ควรขายทำกำไรหรือไม่? ต้องพิจารณาเรื่องผลประกอบการเป็นสำคัญ เช็กให้ชัวร์ว่าบริษัทจะมีแนวโน้มเติบโตในระยะยาวอย่างไร ถ้ามีอนาคตดี ก็อย่ารีบร้อนขาย รออีกนิด อาจทำกำไรได้มากขึ้น หรือถ้าทนไม่ไหวจริง ๆ ก็ทยอยขายเป็นลอต ๆ ก็จะได้ราคาขายเฉลี่ย ดีกว่ารีบขายในครั้งเดียว

คำถามที่ 3 : เมื่อราคาหุ้นขึ้นไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ ควรรอ หรือขายออกทันที? ตอนซื้อหุ้น นักลงทุนมักตั้งราคาเป้าหมายเอาไว้ และเมื่อราคาขึ้นไปถึงเป้าหมาย บางคนก็ตัดสินใจขายทันที และนำเงินที่ได้ไปลงทุนในหุ้นตัวใหม่ พร้อมเป้าหมายใหม่ เป็นสิ่งที่ทำได้ถูกต้องแล้ว!!

แต่เมื่อขายไปแล้ว ราคาหุ้นตัวนั้นยังขึ้นสูงได้อีก ก็นึกเสียดายว่าขายเร็วไปหน่อย ควรทำอย่างไร? ก่อนตัดสินใจขาย ให้พิจารณามูลค่าของบริษัทว่าจะสามารถปรับเพิ่มขึ้นจากที่เราประมาณการไว้หรือไม่ โดยดูปัจจัยประกอบต่าง ๆ เช่น เป็นธุรกิจที่ได้รับประโยชน์จากการส่งเสริมการลงทุนของภาครัฐ มีการขยายฐานลูกค้าไปยังตลาดใหม่ ๆ เป็นต้น หลังจากพิจารณาแล้วพบว่าเป้าหมายยังขยับสูงขึ้นได้อีก ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะรออีกนิด

แต่ถ้าขายออกไปตามเป้าหมาย แล้วเกิดความเสียดาย ก็ให้วิเคราะห์แนวโน้มว่ายังเติบโตได้อีกหรือไม่ ถ้ามีแนวโน้มที่ดี การกลับไปซื้อหุ้นตัวนั้นใหม่ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายที่จะมาทำกำไรรอบใหม่

จะซื้อ จะขายหุ้น อย่าหุนหัน วิเคราะห์ให้รอบด้าน ก่อนทำการซื้อขายทุกครั้ง รับประกัน “รวยไม่เลิก”.

Advertisements