สถานการณ์ขายหุ้นเพิ่มทุนใหม่ไม่หมด เริ่มกลายเป็นกระแสเล็กๆ ขึ้นมาในช่วงนี้ติดต่อกันมากขึ้น สะท้อนภาพของความผันผวนในตลาดหุ้นได้ดีอีกทางหนึ่ง กรณีของบริษัทก่อสร้างบริษัท เด็มโก้ จำกัด (มหาชน) หรือ DEMCO รายงานการจำหน่ายหุ้นเพิ่มทุนให้กับผู้ถือหุ้นเดิม (RO) ได้ทั้งสิ้น 60.9 ล้านหุ้น คิดเป็น 48% ของจำนวนที่เสนอขาย 125.8 ล้านหุ้น ทำให้ได้เงินจากการเพิ่มทุนราว 607 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าแผนที่ 1,200 ล้านบาท ก็เป็นหนึ่งในกรณีที่เกิดขึ้น ตามแผนการเดิมของ DEMCO นั้น ได้กำหนดว่าจะทำการเพิ่มทุนใหม่ โดยนำหุ้นออกขายผู้ถือหุ้นเดิม 125.80 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาทในอัตราส่วนการจัดสรร 5 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ ราคาขายหุ้นละ 10 บาท โดยมีการออกมีหุ้นเพิ่มทุนใหม่อีก 2 ส่วนคือ ส่วนแรกจำนวน 78.63 ล้านหุ้น เพื่อรองรับการใช้สิทธิ์วอร์แรนต์ (DEMCO-W5) ราคาใช้สิทธิ์ 12 บาท ส่วนที่สองอีก 78.62 ล้านหุ้นเพื่อรองรับการใช้สิทธิ์วอร์แรนต์ DEMCO – W6 ราคาใช้สิทธิ์ 15 บาท หุ้น 125.80 ล้านหุ้นที่ขายไม่หมดนี้ สะท้อนให้เห็นว่า มติของการประชุมผู้ถือหุ้นในปลายเดือนพฤษภาคม ซึ่งบริษัทอ้างว่า ผู้ถือหุ้นด้วยเสียงส่วนใหญ่ เห็นชอบกับฝ่ายบริหาร และปฏิเสธคำชี้แนะของที่ปรึกษาการเงินอิสระ มีความหมายว่า พวกเขา มองเห็นอนาคตจากการเข้าซื้อกิจการมีความสำคัญมากกว่าความเสี่ยงของที่ปรึกษาการเงินอิสระที่เป็นบุคคลภายนอก หลังจากที่ปรึกษาการเงินให้ความเห็นว่า การเพิ่มทุนไปซื้อกิจการบริษัทเป้าหมายนั้น มีความไม่สมเหตุสมผลเพราะราคาซื้อแพงเกินไป มีความผิดปกติเกิดขึ้น เมื่อเดือนเมษายน บริษัท สีลม แอดไวเซอรี จำกัด ในฐานะทีปรึกษาทางการเงินอิสระ (IFA) ได้เสนอความเห็นว่าผู้ถือหุ้นของ DEMCO ไม่ควรอนุมัติให้บริษัทเข้าซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ บริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี โฮลดิง จำกัด (WEH) ซึ่งเป็นผู้พัฒนาโครงการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานลม จำนวน 5,263,158 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท เป็นสัดส่วนร้อยละ 5 ของจำนวนหุ้นที่ชำระแล้วหลังเพิ่มทุน ในราคาหุ้นละประมาณ 190 บาท รวมมูลค่า 1,000 ล้านบาท เหตุผลมี 2 ข้อ คือ 1) การซื้อครั้งนี้เป็นรายการที่เกี่ยวโยงกันเนื่องจาก นายประเดช กิตติอิสรานนท์ กรรมการของDEMCO เป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นใหญ่ใน WEH 2) การเข้าทำรายการไม่สมเหตุสมผลเนื่องจากเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยง รวมทั้งเป็นราคาที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากมูลค่าหุ้นของ WEH (หลังเพิ่มทุนให้บริษัท) ตามวิธีส่วนลดกระแสเงินสด มีค่าอยู่ระหว่าง 139.47 –161.05 บาทต่อหุ้น ผลของที่ปรึกษาอิสระ ทำให้ตลาดหลักทรัพย์ฯขอให้ผู้ถือหุ้นของ DEMCO โปรดศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบและเข้าร่วมประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาตัดสินใจการลงมติในรายการดังกล่าวในวันที่ 30 พฤษภาคม 2556 หากมองจากมุมของยุทธศาสตร์ธุรกิจ DEMCO เป็นบริษัทก่อสร้างที่มีลักษณะเฉพาะ ชำนาญเฉพาะทางขนาดเล็กที่เน้นงานสถานีไฟฟ้า สายส่งแรงสูง ระบบไฟฟ้า และเครื่องกลโรงงาน เสาโทรคมนาคม ซึ่งแม้ว่าธุรกิจโดยภาพรวมจะเป็นขาขึ้นเนื่องจากความต้องการใช้ไฟฟ้ามีการขยายตัวดี รวมทั้งมีการขยายตัวในการใช้พลังงานใหม่ๆ มีการลงทุนสร้างโรงไฟฟ้า ทำให้ความต้อง การระบบสายส่งหรือโรงไฟฟ้าเพิ่มขึ้น และมีคู่แข่งในธุรกิจไม่มาก ประมาณ 5-6 ราย แต่จุดอ่อนหลักของธุรกิจในสายตาของผู้ถือหุ้นใหญ่และผู้บริหาร คือ รายได้ของธุรกิจไม่สม่ำเสมอหรือมีเสถียรภาพ และส่งผลต่อเงินลงทุน รายได้ และกำไร เนื่องจากธุรกิจหลักต้องเข้าประมูลงาน ดังนั้นขึ้นอยู่กับภาวการณ์แข่งขัน และการเข้าประมูลงานแต่ละครั้งอาจจะเกิดความไม่แน่นอนขึ้นได้ แรงกดดันดังกล่าวทำให้ DEMCO ปรับยุทธศาสตร์ธุรกิจใหม่ เพื่อสร้างรายได้ให้สม่ำเสมอ ลดความผันผวนดังกล่าว โดยมุ่งเข้าสู่การเป็นผู้ประกอบการด้านผลิตกระแสไฟฟ้าโดยตรงในฐานะ เป็นไอพีพีและเอสพีพี เพิ่มขนาดตลาดให้ DEMCO มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังขยายตลาดหาลูกค้าในการสร้างงานผลิตกระแสไฟฟ้าในโรงงานอุตสาหกรรม และนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ การซื้อกิจการเพื่อเป็นผู้ถือหุ้นส่วนน้อยในสัดส่วนเพียงแค่ 5% ของหุ้นทั้งหมดในถือเป็นการลงทุนทางลัดเพื่อสร้างรายได้กลับคืนมาเร็ว ซึ่งกรณีของ บริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี โฮลดิง จำกัด (WEH) เป็นหนึ่งในโครงการ แต่การซื้อกิจการดังกล่าวซึ่งมีขนาดค่อนข้างใหญ่มาก ในขณะที่ฐานทุนของ DEMCO ไม่มากนัก (ดูตาราง 5 ปี ประกอบ) ทำให้วิศวกรรมการเงินผสมเข้ามาในแพ็กเกจการซื้อ WEH เกิดขึ้น โดยการการลดทุน เพิ่มทุนใหม่ และแจกวอร์แรนต์ ( DEMCO-W5) เพื่อพยุงราคาหุ้น สำหรับ WEH เป็นผู้พัฒนาโครงการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานลม ซึ่งหากทุกอย่างเป็นไปตามแผน บริษัทจะระดมเงินได้ประมาณ 1,000 ล้านบาท เพื่อนำมาลงทุนในธุรกิจพลังงานลม สาเหตุที่ DEMCO มีความสนใจเข้าลงทุนเพิ่ม เนื่องจากพลังงานลมมีมาร์จิ้นที่สูงที่สุด เมื่อเทียบรายได้จากธุรกิจกลุ่มอื่นที่บริษัททำอยู่ โดยในปีนี้บริษัทยังไม่มีรายได้จากพลังงานลม ดังนั้น รายได้จากงานวิศวกรรมไฟฟ้าจึงสูงที่สุด เหตุผลของผู้บริหาร คือ การเข้าเป็นผู้ถือหุ้นใน WEH ถือเป็นอีกธุรกิจหนึ่งในการเพิ่มฐานรายได้และกำไรให้กับ DEMCO ซึ่งหากคำนวณผลตอบแทนจากการลงทุนจากโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมที่ได้รับการอนุมัติจาก กฟผ.แล้ว 5 โครงการ รวมถึงโครงการห้วยบง 2 และ 3 และโครงการเขาค้อ คิดเป็นผลตอบแทนจากการร่วมลงทุนในอัตราประมาณ 13.5% ซึ่งจะส่งผลให้ผลประกอบการของ DEMCO เติบโตอย่างมีเสถียรภาพมากขึ้น” ปมประเด็นปัญหาที่ตามมาคือ ราคาที่ซื้อ WEH ค่อนข้างสูงมาก เพราะราคาพาร์ 10 บาท แต่ซื้อราคา 190 บาทต่อหุ้น และที่สำคัญก็คือ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่คนหนึ่งของ DEMCO ก็เป็นผู้ถือหุ้นใน 1 WEH ด้วย ทำให้มีคำถามเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนขึ้นมา แล้วในการประชุมผู้ถือหุ้นเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ที่ประชุมผู้ถือหุ้นก็มีมติปฏิเสธคำแนะนำของที่ปรึกษาการเงินอิสระ และคำชี้แนะของตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยอนุมัติให้ผ่านแผนการซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนบริษัท WEH เพื่อเร่งดำเนินการแล้วเสร็จในช่วงปลายเดือนมิ.ย. โดยให้เหตุผลว่าจะส่งให้บริษัทมีการรับรู้รายได้จากบริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด เข้ามาเพิ่มขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2/2556 โดยในการลงมติดังกล่าว นายประเดช กิตติอิสรานนท์ ซึ่งเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นใหญ่ใน WEH ได้ลาออกจากการเป็นบอร์ดของ DEMCO และไม่ได้ออกเสียงลงคะแนนในธุรกรรมนี้ด้วย คะแนนเสียงผู้ถือหุ้นอนุมัติให้ซื้อวินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง มติที่ลงจำนวนเสียงร้อยละเห็นด้วย220,483,02082.6298ไม่เห็นด้วย46,264,85317.3386งดออกเสียง84,4120.0316 มองจากมุมนี้ ถือว่า ผู้ถือหุ้นใหญ่ และผู้บริหารของ DEMCO ประสบความสำเร็จในการจูงใจผู้ถือหุ้นให้ยอมรับการตัดสินใจของคณะกรรมการบริษัทไปได้เปลาะหนึ่ง ทั้งที่ว่าไปแล้ว การเข้าซื้อกิจการของ WEH นั้น ไม่ได้ทำให้ DEMCO มีสิทธิเสียงมากนักใน WEH เพราะถือหุ้นเพียงแค่ 5% เท่านั้น แต่เมื่อถึงเวลาซื้อขายหุ้นเพิ่มทุนจริงเกิดขึ้น ผลลัพธ์กลับตาลปัตร เพราะว่า ขายหุ้นไม่หมด มีผู้สนใจซื้อเพียงแค่ไม่ถึงครึ่งของที่เสนอขายด้วยซ้ำ สะท้อนถึงความกังวลต่ออนาคตของบริษัทจากการเดินหน้าเข้าซื้อธุรกิจพลังงานลมว่าอาจได้ไม่คุ้มเสีย การขายหุ้นไม่หมดนี้ ทำให้นักลงทุนอีกส่วนหนึ่งเริ่มกลับมากังวลว่า DEMCO จะสามารถบรรลุแผนการลงทุนในWEH ได้หรือไม่ เนื่องจากมีกำหนดชำระเงินค่าหุ้น WEH กลางเดือนกรกฎาคมนี้ ความกังวลดังกล่าวทำให้ราคาหุ้นของ DEMCO ร่วงหนัก ซึ่งทำให้ทางผู้บริหารโดย นายไพฑูรย์ กำชัย เลขานุการ บริษัท DEMCO เปิดเผยว่า บริษัทได้วางแผน 2 แนวทางที่จะจัดการกับหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่ขายไม่หมด แนวทางแรกบริษัทจะขอขยายเวลาการชำระเงินซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด (WEH) จำนวน 5.26 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 5% ของจำนวนหุ้นที่ชำระแล้วหลังเพิ่มทุน ราคาหุ้นละ 190 บาท รวมเป็นมูลค่า 1,000 ล้านบาท จากกำหนดภายในวันที่ 15 ก.ค.56 หากวินด์ เอนเนอร์ยี่ฯ ขยายเวลาชำระเงิน บริษัทก็จะนำหุ้นที่เหลือจากการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนแก่ผู้ถือหุ้นเดิมไปเสนอ ขายเป็นหุ้นเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจง (PP) โดยราคาเสนอขายหุ้นไม่ต่ำกว่าหุ้นละ 10 บาท และไม่ต่ำกว่า 90% ของราคาตลาด ส่วนแนวทางที่สองหาก วินด์ เอนเนอร์ยี่ฯ ไม่สามารถขยายระยะเวลาการชำระเงิน บริษัทก็จะเข้าซื้อหุ้นในสัดส่วนเพียง 4% ตามจำนวนเงินที่บริษัทมีอยู่รวม 800 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่บริษัทได้รับจากการขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้ราว 600 ล้านบาท และเงินที่บริษัทได้ทำสัญญาจองซื้อหุ้นและจ่ายเงินมัดจำ 200 ล้านบาท ทั้งสองแนวทางดังกล่าว บริษัทยังคงยืนยันว่าจะยึดราคาเพิ่มทุน 10 บาทต่อหุ้นไม่เปลี่ยน การหาทางออกดังกล่าว ด้านหนึ่งถือว่าเป็นการยืนยันเจตนารมณ์ของผู้ถือหุ้นใหญ่ แต่อีกด้านหนึ่งก็คือ การดึงดันจะเดินหน้าต่อไปเพราเชื่อว่าที่ปรึกษาการเงินอิสระ หรือ IFA ใช้สมมติฐานที่เข้มงวดเกินไป เช่น ไม่มี upside จากการขายไฟฟ้า โดยไม่คิดถึงข้อเท็จจริงที่ว่าโครงการของ WEH นั้น มีreplacement cost ที่ 60 บาท/MW ซึ่งเป็นความได้เปรียบในการเข้าร่วมทุน มุมมองระหว่างผู้บริหารและผู้ถือหุ้นใหญ่ ที่ต่างจากผู้ถือหุ้นรายย่อยบางส่วน จึงเป็นโจทย์ที่ท้าทายผู้บริหารและผู้ถือหุ้นใหญ่ต่อไปว่า พวกเขาจะทำอย่างไรกับอนาคตของ DEMCO และเส้นทางเดินของพวกเขานั้น ถูกหรือหลงทาง ที่สำคัญ DEMCO ซึ่งเคยได้ชื่อว่าเป็นหุ้นน้องใหม่ที่ไดัรับการตอบรับจากนักลงทุนอย่างมากนับตั้งแต่เข้าเทรด จะยังมีอนาคตสดใสเหมือนเดิมอีกหรือไม่ คำตอบอยู่ที่ผู้บริหารเป็นสำคัญ

Advertisements