เน้นหุ้นคุณภาพถือยาว

นายโรเบิร์ต พี.ไมส์ ผู้เขียนหนังสือ ” WARREN BUFFETT WEALTH ” เปิดเผยว่า จากการศึกษาการลงทุนของ นายวอร์เรน บัฟเฟต ยอมรับว่ารู้สึกชื่นชมแนวคิดการลงทุนในหุ้นของ นายวอร์เรน บัฟเฟต ที่มีหลักคิดในการลงทุนแบบง่าย ๆ แต่สามารถสร้างความร่ำรวยได้มหาศาล

” ถ้าเขาซื้อหุ้นแล้วถ้าหุ้นเกิดตกเขาจะไม่รู้สึกวิตกกังวล ไม่สนใจ ไม่เทขายหุ้นตามตลาด ไม่ตามกระแส เน้นการลงทุนระยะยาว ”

การลงทุนในบริษัทใด นายวอร์เรน บัฟเฟต จะมีการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานของบริษัทเป็นหลัก ไม่ดูภาพเศรษฐกิจ ไม่ได้วิเคราะห์จากการดูกราฟทางด้านเทคนิค เพราะการดูในลักษณะดังกล่าวเป็นการดูรายวัน ถึงแม้ราคาหุ้นตกทุกคนเทขาย แต่เขาไม่ขาย ถ้าดูพื้นฐานแล้วอนาคตราคาหุ้นต้องขึ้นแน่นอนจากธุรกิจมีการ เติบโตในอนาคต

ดังนั้นหลักการลงทุนใหญ่ๆ ที่นายวอร์เรน บัฟเฟต ให้ความสำคัญ คือ มองที่ตัวธุรกิจ การวิเคราะห์ตัวเลขทางการเงินจากการดูมูลค่าสินทรัพย์ หรือ แอสเซท และจึงลงทุนในกิจการที่มีมูลค่า หรือ เรียกว่าเป็นหุ้นคุณค่า มีการวิเคราะห์ของธุรกิจจะต้องเป็นธุรกิจที่มีความจำเป็นต่อการใช้ชีวิต ประจำวันของมนุษย์ซึ่งจะขาดไม่ได้ คนจะต้องใช้ในสิ่งนั้น เช่น ใบมีดโกน ฯลฯ ซึ่งเป็นของใช้ที่คนต้องใช้เสมอ ทำให้บริษัทนั้นก็จะมีรายได้เข้ามาต่อเนื่อง และจะต้องมีผลตอบแทนของสินทรัพย์ (ROE) ซึ่งจะต้องสูงกว่า 12% ยกตัวอย่างที่หลายคนอาจทราบ คือ หุ้นโคคา-โคล่า ที่นายวอร์เรน บัฟเฟต เข้าลงทุนไว้ เข้าลงทุนไว้ประมาณ 1 พันล้านเหรียญ ในปี 1988-1989 ลงทุนมาประมาณ 17 ปี ได้ผลตอบแทนถึง 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งปัจจุบันเขาก็ยังถือหุ้นอยู่

สิ่งที่นาย วอร์เรน บัฟเฟต ให้ความสำคัญมากลำดับต้น ๆ อีกก็คือ ตัวผู้บริหารต้องเป็นผู้บริหารที่ดี ซื่อสัตย์ และฉลาด มีความกระตือรือร้น และฉลาด

5 ธุรกิจกลุ่มเป้าหมาย

จากการศึกษานายวอร์เรน บัฟเฟต ให้ความสนใจลงทุนในธุรกิจ 5 กลุ่มด้วยกัน คือ

1) ธุรกิจเครื่องดื่ม เช่น โค้ก

2) กลุ่มการเงินที่เกี่ยวกับรายย่อย เช่น บริษัทอเมริกันเอ็กเพรส

3) กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค

4) กลุ่มธนาคารพาณิชย์ เช่น ธนาคารของแคลิฟอร์เนีย

5) หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์

กรณีหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์นายวอร์เรน บัฟเฟต เข้าลงทุนเมื่อ 1974 จำนวน 11 ล้านเหรียญสหรัฐ 30 ปีผ่านไปได้ผลตอบแทน 1.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ และเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่จำนวน 15%

ไม่ลงทุนในสิ่งที่ไม่รู้

นายโรเบิร์ต พี.ไมส์ กล่าวต่อว่า หากแบ่งสัดส่วนพอร์ตการลงทุนของนายวอร์เรน บัฟเฟต ที่ผ่านมาเคยพบว่า แบ่งเป็น 30% ลงทุนในธุรกิจเป็นประกัน 10% เป็นพลังงาน 16% เป็นสินค้าอุปโภคบริโภค 44% เป็นโรงงานของบริษัท

หลักการลงทุนที่สำคัญของนายวอร์เรน บัฟเฟต อีกอย่างก็คือ จะไม่ลงทุนในธุรกิจที่ไม่มีความรู้

Advertisements