ธันวา เลาหศิริวงศ์ : อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด
วันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2555 เวลา 20:07:04 น.

คอลัมน์ คิด วิเคราะห์ แยกแยะ (ประชาชาติธุรกิจออนไลน์)

“อะไร จะเกิดก็ต้องเกิด” ตรงกับคำกล่าวภาษาอังกฤษว่า “Whatever will be, will be” ซึ่งถูกนำมาแต่งเป็นเพลงที่คุ้นหูโดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับเด็กอยากรู้อนาคตของ ตนว่าจะเป็นอย่างไร จากวัยเด็ก

เมื่อโตขึ้นจะสวยไหม หล่อไหม รวยไหม จะมีความสุขกับคนรักด้วยกันตลอดไปไหม ซึ่งคำตอบก็คือ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด เพราะไม่มีใครสามารถล่วงรู้อนาคตได้

ในทางการลงทุน แม้ไม่สามารถหยั่งรู้อนาคตได้ถูกต้องแม่นยำ แต่จะเห็น “อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด” จากสิ่งใกล้ตัวดังนี้ ขนาดของครอบครัวมีจำนวนสมาชิกน้อยลง ครอบครัวส่วนใหญ่มักมีลูกไม่เกิน 2 คน เมื่อแต่งงานแล้วมักต้องการแยกครอบครัวมายังที่อยู่อาศัยใหม่ เราจึงเห็นบ้านขนาดกลาง ขนาดเล็ก คอนโดมิเนียมแนวสูงเพิ่มขึ้นทั้งในกรุงเทพฯและปริมณฑล รวมทั้งต่างจังหวัด ทั้งนี้เพราะตอบโจทย์ด้านขนาด ราคา ความสะดวกในการเดินทาง และชีวิตที่เป็นส่วนตัวมากขึ้น

การทำอาหารทานเองน้อยลงและให้ความ สำคัญกับ “ความสะดวก” มากกว่า อาจเกิดจากความไม่คุ้มค่าโดยรวมด้านเวลา ค่าใช้จ่ายรสชาติ ความเหน็ดเหนื่อยเทียบกับครอบครัวขนาดเล็ก สิ่งที่เกิดขึ้นคือ การทานอาหารนอกบ้าน ซื้ออาหารพร้อมทานกลับบ้าน บริโภคขนมปัง สั่งอาหารส่งถึงบ้าน ซึ่งมีราคาถูกจนถึงแพงให้เลือกซื้อตามความสามารถของแต่ละครอบครัว

ความ ไม่สมดุลของปริมาณถนนและรถยนต์ คือการเพิ่มปัญหาจราจร การเดินทางโดยระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน จึงเป็นทางเลือกที่สำคัญของชีวิตคนเมืองหลวงเพราะสะดวกและคำนวณเวลาได้ และส่งผลให้มีการกระจายของเมืองและพัฒนาการความเจริญด้านต่าง ๆ ตามแนวทางและบริเวณสถานีรถไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น

ค้าปลีกสมัยใหม่ตอบสนองกับพฤติกรรมผู้บริโภคทุกด้าน เราจึงเห็นการเติบโตของห้างสรรพสินค้า ไฮเปอร์มาร์เก็ต ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านอิ่มสะดวก ร้านสะดวกซื้อ ร้านขายยา ร้านแว่นตา ร้านหนังสือ ร้านทองและเพชร ร้านมือถือ ร้านอุปกรณ์ไอที ร้านวัสดุก่อสร้าง ร้านสินค้าสุขภาพและความงาม ร้านเสื้อผ้าและแฟชั่น ที่เข้ามาทดแทนร้านค้าปลีกดั้งเดิมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

โทรศัพท์ มือถือเป็นอุปกรณ์พกพาของทุกคน นับตั้งแต่เด็กปฐมวัยจนถึงผู้สูงอายุ โทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ทโฟนให้ความสะดวกและยังมีแอปพลิเคชั่นหลากหลายทั้ง ทางธุรกิจและส่วนตัว จึงไม่แปลกใจที่เห็นการใช้โทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ทโฟนกันอย่างแพร่หลายจน กลายเป็นปัจจัยที่ห้าในการดำเนินชีวิตประจำวันเลยทีเดียว

กระแสความ ห่วงใยสุขภาพทำให้แนวโน้มคนมีอายุยืนยาวขึ้น การให้ความสำคัญกับการป้องกันมากกว่าการรักษา ทำให้คนสนใจออกกำลังกาย ทานอาหารสุขภาพ ทานวิตามินหรือยาบำรุง ตรวจสุขภาพต่อเนื่องเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามการใช้บริการโรงพยาบาลยังเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้โดยเฉพาะ เมื่อเข้าสู่วัยชรา จึงดูเหมือนว่าเป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นเพียงแต่ช้าหรือเร็วเท่านั้น

ความ นิยมเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศมากขึ้น เราจะเห็นว่านักท่องเที่ยวใกล้ตัวเพิ่มขึ้นตั้งแต่วัยรุ่น วัยทำงาน วัยกลางคนจนถึงวัยเกษียณ อาจเนื่องจากการเดินทางที่สะดวกขึ้น ค่าใช้จ่ายไม่แตกต่างเมื่อเทียบกับท่องเที่ยวในประเทศมากนัก และยังได้เรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมของชาติต่าง ๆ ด้วย นอกจากนี้การท่องเที่ยวด้วยตนเองโดยไม่พึ่งพาบริษัทนำเที่ยวยังเพิ่มมากขึ้น ด้วย

พ่อแม่ส่งเสริมและให้ความสำคัญเรื่องการศึกษาของบุตร เด็กมีอิสระในการเรียนมากขึ้น ทำงานประกอบอาชีพที่ชอบโดยจำเป็นต้องไม่สืบทอดอาชีพของบรรพบุรุษ อย่างไรก็ตามบัณฑิตจบใหม่ และบุคลากรคุณภาพยังเป็นที่ต้องการของตลาดจึงเห็นการโยกย้ายงานเพื่อผลตอบ แทนที่ดีกว่าเพิ่มมากขึ้น สำหรับผู้ใช้แรงงานนั้นส่วนใหญ่จะเลือกงานที่เหน็ดเหนื่อยน้อยกว่า ดังนั้นเราจึงเห็นงานบางชนิดจำเป็นต้องพึ่งแรงงานต่างชาติ เช่น แรงงานก่อสร้าง แม่บ้าน เป็นต้น

ความสนใจลงทุนเพื่อวางแผนทางการเงิน และเพื่อผลตอบแทนที่ดีกว่าเพิ่มขึ้น จะเห็นได้จากอันดับหนังสือขายดี ความตื่นตัวเพื่อเข้าอบรมการลงทุน รายการวิทยุหรือโทรทัศน์เกี่ยวกับการลงทุนที่เพิ่มมากขึ้น ล้วนเป็นสิ่งดึงดูดและชักชวนเม็ดเงินใหม่เข้ามาในตลาดหุ้นเยอะขึ้นเมื่อ เทียบกับมูลค่าของบริษัทจดทะเบียนใหม่ที่เข้ามาซื้อขาย

ทั้งหมดที่ กล่าวมาไม่ได้เป็นเรื่องแปลกใหม่ และยังมี “อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด” อื่น ๆ อีกที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน จึงต้องมั่นสังเกตและวิเคราะห์ว่าจะมีผลกระทบต่อธุรกิจของบริษัทจดทะเบียน อย่างไร มากน้อยเพียงใด การประเมินมูลค่าเชิงปริมาณของบริษัทจดทะเบียน นั่นคือการนำตัวเลขสมมติฐานมาคำนวณด้วยวิธีต่าง ๆ เพื่อได้มูลค่าของกิจการที่อาจต่างกันของแต่ละคน

ในฐานะ Value Investor นอกจากใช้ “ศาสตร์” หรือการคำนวณมูลค่าแล้ว ยังใช้ “ศิลป์” หรือ “อะไรจะเกิด” มาช่วยลดความผิดพลาดให้น้อยลง เพราะได้พิจารณาเลือกลงทุนในสิ่งที่ “มันก็ต้องเกิด” นั่นเอง

Advertisements