กฎการลงทุนของ ‘Jesse Livermore’

1. ซื้อหุ้นที่กำลังเป็นขาขึ้น และขายหุ้นที่กำลังเป็นขาลง

2. อย่าเทรดทุกวัน จงเข้าเทรดเมื่อตลาดหรือหุ้นเริ่มแสดงความชัดเจนว่าอยู่ในขาขึ้นหรือขาลง และเทรดไปในทิศทางเดียวกันกับตลาดเท่านั้น

3. ใช้จุดวกกลับ หรือจุดกลับเทรนด์ (pivot points) ควบคู่ไปกับการเทรดของคุณเสมอ

4. เข้าเทรด หลังจากที่ตลาดหรือราคาหุ้นได้ยืนยันความคิดของคุณ และควรลงมืออย่างรวดเร็ว

5. การเทรดที่ได้กำไรให้ทำต่อไป ยุติการเทรดที่มีผลขาดทุน (Cut Losses Short)

6. ปิดการเทรดเมื่อเห็นชัดเจนว่า หุ้นที่คุณกำลังได้กำไรอยู่ เริ่มถึงจุดเปลี่ยนเทรนด์แล้ว

7. ไม่ว่าจะเทรดในอุตสาหกรรมไหนก็ตาม จงเลือกหุ้นนำตลาด (leading stock) – หุ้นที่แสดงให้เห็นเทรนด์ที่แข็งแกร่งที่สุด

8. อย่าถัวเฉลี่ยหุ้นที่ขาดทุน (Never average losses)

9. อย่ารอจนถึง margin call – จงออกจากการเทรดนั้นเสียก่อน

10. Long เมื่อหุ้นทำ new high และ Short เมื่อหุ้นทำ new low

Jesse Livermore’ ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสุดยอดนักเก็งกำไรในสมัยนั้น เขาทำกำไรกว่า 100 ล้านดอลลาร์ จากการ Short ดัชนีในช่วงวิกฤตปี 1929 ซึ่งในตอนนั้นถือเป็นเงินจำนวนมหาศาล (84 ปีที่แล้ว)

แม้ว่าเขาจะทำเงินล้านได้บ่อยครั้ง แต่ก็ขาดทุนเป็นล้านอยู่บ่อยครั้งเช่นกัน อย่างไรก็ดี เขาถือเป็นปรมาจารย์แห่งการเก็งกำไรอย่างแท้จริง ฉะนั้นแล้วจึงเป็นการดีที่พวกเราควรจะนั่งลงและตั้งใจฟังกฏการลงทุนอันสุดแสนสำคัญที่ตัวเขาได้ใช้มาโดยตลอด

เรามักได้ยินว่า Livermore สามารถทำกำไรก้อนโตในตลาดได้อยู่เสมอ อย่างไรก็ตาม เขาก็มักจะขาดทุนอย่างหนัก บางครั้งก็ถึงขั้นล้มละลาย ก่อนที่จะสามารถทำกำไรก้อนโตกลับมาได้อีกครั้ง

ดังนั้น ถึงแม้ว่า Livermore จะเป็นผู้บุกเบิกหลักการ Trend following แต่จุดอ่อนที่สำคัญของเขาก็คือ ‘การบริหารความเสี่ยง’ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องของความเข้าใจเกี่ยวกับความน่าจะเป็นที่จะขาดทุนหนัก ถ้าหากเสี่ยงทุ่มเงินจำนวนมากลงไปในการเทรดแต่ละครั้ง

เขาจึงเป็นหลักฐานที่(เคย)มีชีวิตสำหรับนักลงทุนรุ่นหลังทุกคนว่า หากคุณไม่ให้ความสำคัญของการบริหารความเสี่ยง ในที่สุดแล้ว คุณก็จะต้องเจ็บตัวหนัก หรืออาจจะหมดตัวล้มละลายในตลาด จากการขาดทุนหนักติดต่อกันหลายครั้ง หรือเพียงแค่ขาดทุนมหาศาลเพียงครั้งเดียว…

Advertisements