สรุป จากต้นจนปลายของการลงทุนวีไอ
August 12, 2013 at 3:07am
ช่วงที่ 2 จากต้นจนปลายของการลงทุนวีไอ
แขกรับเชิญ
– คุณฉัตรชัย วงแก้วเจริญ อุปนายกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า (ประเทศไทย)
– ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร ผู้เชี่ยวชาญการลงทุน
ผู้ดำเนินรายการ ดร.ไพบูลย์ เสรีวิวัฒนา และ อ.เสน่ห์ ศรีสุวรรณ

จากต้นจนปลายคืออะไร?
• อ.เสน่ห์ จากต้นจนปลาย เป็นการก่อกำเนิดที่มาของนักลงทุนคุณค่า ที่พูดกัน VI ของจริง ของแท้เป็นอย่างไร VI แท้ต้องไม่แพ้แรงกระตุ้น VI ถึงจะหัวหมุนถึงจะกระตุ้นยังไงก็ไม่ยอมแพ้

คำว่า VI คืออะไร?
• ดร.นิเวศน์ เป็นหลักการลงทุนแบบหนึ่งที่อิงกับหลักวิชาการ ก่อนปี 1929 ที่อเมริกาก็ไม่ได้อิงกับหลักวิชาการเหมือนกัน คนเล่นหุ้นคือซื้อมาขายไป (ในไทยก่อนปี 2540 ก็ เล่นตามข่าว) จนกระทั่งเกิดวิกฤติGreat depression หุ้นตกลงมา 3 ปีราว 90% ซึ่ง จึงมีคนคิดขึ้นมาว่าการลงทุนน่าจะมีวิธีการลงทุนที่ปลอดภัยถ้าหากเกิดเหตุการณ์ที่เลวร้ายขึ้นมา ชื่อ Benjamin Graham คิดหาวิธีที่จะรู้มูลค่าที่แท้จริงของกิจการโดยไม่เกี่ยวกับราคาในกระดาน
• ที่จริงการหามูลค่าที่แท้จริงมีคนคิดขึ้นมาก่อนคือ John Burr Williams แต่ไม่ค่อยดัง โดยหากระแสเงินสดกิจการที่ได้รับ คือจ่ายปันผลให้เราไปได้เรื่อย ถ้าเอามาคิดส่วนลดให้เป็นมูลค่าปัจจุบันควรจะเป็นเท่าไร ทำให้มีวิธีการคิดที่เป็นคณิตศาสตร์
• ถ้ามูลค่าหุ้นในตลาดต่ำกว่ามูลค่าแท้จริงมาก หากซื้อเอาไว้ไม่ช้าก็เร็วราคาหุ้นจะต้องวิ่งไปสะท้อนมูลค่าแท้จริง ถ้าซื้อไว้หลายๆตัวต้องมีบางตัวที่วิ่งไปถึง แล้วก็ขายทิ้ง ทำแบบนี้แล้วก็ไม่ต้องห่วงว่าจะขาดทุน ถ้ากิจการยังดีไม่ต้องขาย
• ในการคำนวณมูลค่าที่แท้จริงไม่ง่าย จึงต้องมี margin of safety ถ้าคำนวณมูลค่าแท้จริงได้ 100 แต่ก็อาจผิดได้จึงต้องซื้อราคาที่ต่ำกว่านั้นมากๆหน่อย เช่น 70 ลงไป
• การคำนวณหามูลค่าแท้จริงมีหลายแบบ ดูรายได้ กำไร ปันผล บางบริษัทดูทรัพย์สินที่มีแล้วต่ำกว่า book value มากๆ ก็เป็นมูลค่าแท้จริงอีกแบบ บางบริษัทมีเงินสด 10 บาทต่อหุ้น หนี้ไม่มี ราคาหุ้น 7 บาท ก็ซื้อได้บริษัทเจ๊งก็ยังกำไรเป็นอีกวิธี
• ปี 2540 ดัชนีหุ้นไทยเหลือ 200 กว่าจุด หุ้นเกือบทุกตัวเป็นหุ้น vi ซื้อได้เกือบหมด จนมาถึงปี 2556 ตอนนี้หุ้นขึ้นมาแพง หาหุ้นซื้อถูกได้ยากมาก

คำว่า VI คืออะไร?
• คุณฉัตรชัย อยากเสริมในประเด็นว่าปี 2540 ที่ราคาหุ้นต่ำเพราะนักลงทุนยังไม่ค่อยมีความรู้ แต่ปัจจุบันอ.นิเวศน์กับอ.ไพบูลย์ทำให้เหตุการณ์แบบปี 40 อาจจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว
• VI คือ ซื้อหุ้นที่เราอยากเป็นเจ้าของกิจการ โดยคาดหวังผลตอบแทนจากกิจการมาสู่เรา ไม่ได้คาดหวังจะขายให้คนอื่นแพงๆ ซื้อบริษัทที่ดีซึ่งเราพิจารณาจากผลตอบแทน ไม่ใช่เสน่หา
• บริษัทที่ดีก็ไม่ใช่จะซื้อได้ทุกบริษัท เปรียบเหมือน Camry เป็นรถที่ดี แต่ถ้ามีคนมาขาย 3 ล้านบาท การลงทุนที่ดีคือเลือกบริษัทที่ดี ในราคาที่เหมาะสม

ตอนที่หุ้น IPO เข้ามาในตลาด สะท้อนมูลค่าไหม?
• คุณฉัตรชัย ผมไม่ค่อยลงทุนหุ้นที่เพิ่งเข้าตลาด เพราะข้อมูลประวัติ งบการเงินค่อนข้างน้อย บางทีงบการเงินก่อนและหลังเข้าตลาดอาจจะแตกต่างกัน ก่อนเข้าตลาดก็อาจมีบัญชีหลายเล่ม
• จะรู้ว่าบริษัทดี ต้องเข้าใจตัวอุตสาหกรรมก่อน จุดอ่อน จุดแข็ง การตัดสินแพ้ชนะของธุรกิจ แล้วบริษัทที่เราจะลงทุนมีจุดแข็งตรงนั้นไหม

เป็น VI ตั้งแต่เริ่มต้นเลยหรือเปล่า?
• คุณฉัตรชัย ไม่ใช่ เริ่มต้นปี 2533 อยากลงทุนเพราะอ่านหนังสือ peter lynch เกี่ยวกับการลงทุน รู้สึกว่าสมเหตุสมผล เนื่องจากจบวิศวะความรู้การวิเคราะห์ค่อนข้างน้อย เมื่อก่อนไม่มีอินเทอร์เนท,ข้อมูลน้อย ทำให้ความตั้งใจดีก็เอนเอียงกลายเป็นเก็งกำไรไปหมด

จะเริ่มต้นเป็น VI ได้อย่างไร?
• คุณฉัตรชัย VI เป็นอะไรที่ยาก คนเป็น VI จริงๆน้อย เพราะวัตถุประสงค์คนที่เล่นหุ้นอยากรวยเร็ว แต่การลงทุน VI จะค่อนข้างช้า สม่ำเสมอ ใช้เวลา ใช้ความอดทน ต้องศึกษามาก ซึ่งขัดกับคนที่เข้ามาลงทุน ซึ่งไม่สามารถทนศึกษาได้ ก็แปรเปลี่ยนเป็นนักเก็งกำไรหมด
• คนชอบเข้าใจผิดว่า VI ต้องถือหุ้นยาว แต่เพราะราคาหุ้นยังไม่ขึ้นไปถึงราคาที่เราคาดคำนวณไว้
• VI การซื้อหุ้นเหมือนจะไปซื้อบ้านต้องไปสำรวจทำเลก่อน
ตอนที่เห็นต่างประเทศแล้วมาแปลงเป็นวิธีของดร.นิเวศน์อย่างไร?
• ดร.นิเวศน์ อย่างที่คุณฉัตรชัยบอกว่า ที่จริงก็ไม่จำเป็นต้องถือยาว แต่ด้วย concept ซื้อหุ้นในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าแท้จริง ซึ่งมันจะค่อยๆเปลี่ยน ซึ่งไม่เพิ่มขึ้นเร็ว แต่ราคาหุ้นแกว่งขึ้นลงรวดเร็ว ทำให้มี VI จำนวนมากซื้อๆขายๆตลอดเวลา ไปเน้นเรื่องราคาเยอะ กิจการรู้ว่าพื้นฐานไม่ได้เปลี่ยน เรามองเห็นอยู่ หลายคนบอกว่าหุ้นทุกตัวเป็น VI ได้หมด ขอให้ราคาต่ำลงมากว่าพื้นฐาน ซึ่งผมเห็นว่ามันยาก เราไม่ได้เข้าใจพื้นฐานมันอย่างแท้จริง ใช้วิธีคำนวณพื้นฐานง่ายๆ PE ปีนี้ ปีหน้า ใส่ PE ที่เหมาะสม ก็ได้มูลค่าพื้นฐาน
• ถ้าเป็น VI ต่างประเทศ ส่วนใหญ่บอกว่า VI คือชอบบริษัทเน่าๆห่วยๆไม่โตคนไม่สนใจ แต่ราคาถูก PE ต่ำ
• สำหรับ VI บางคนเช่น วอรเรน บัฟเฟตต์ เอาหุ้นที่ราคาถูกหรือราคายุติธรรม แต่กิจการต้องดีสุดยอด ทำให้ถือไปเรื่อยถ้ากิจการยังดีขึ้น มูลค่าก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

VI ทมิฬ คืออะไร ?
• ดร.นิเวศน์ เป็นคำที่เกิดขึ้นเมื่อ 2-3 ปี ที่ผ่านมามี VI กลุ่มหนึ่ง ที่ซื้อหุ้นไว้แล้วคนก็มาซื้อตามกันหุ้นก็ขึ้นมาก ทำให้คนเห็นว่าหุ้นมันดีสุดยอด พอราคาขึ้นไปมากๆก็เกินพื้นฐาน VI ที่เห็นว่าเกินพื้นฐานก็ขาย พวกที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวแห่ซื้อตามไปก็ติดดอยกันหมด พวกที่ขาดทุนก็บอกว่าพวกนี้เป็น VI ใจทมิฬ
• หลักการ VI เป็นหลักการสากล อย่างพระที่เป็นผู้ทรงศีล แต่ถ้ามีพระที่ไปทำผิด จะบอกว่าศาสนาพุทธเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง มันก็ไม่ใช่
• ดร.ไพบูลย์ การเก็งกำไรแบบมีหลักการเป็นสิ่งที่ยากกว่าการลงทุนแบบ VI เยอะ ต้องใช้ model คณิตศาสตร์ ต้องมี IQ สูง
• ดร.นิเวศน์ คนส่วนใหญ่ไม่สำเร็จเพราะเราหาอะไรยากๆทำ ไปเก็งว่าตัวนั้นจะขึ้นตัวนี้จะลง มันยากในทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจมันมีงานที่ยากๆได้เงินน้อยๆ ทั้งๆที่มันมีงานง่ายๆได้เงินมากๆ สมมติถ้าคุณไม่ฉลาด แต่คุยสวย sexy ก็สามารถหาเงินได้ ได้มากกว่าและง่ายกว่าด้วย
• ดร.นิเวศน์ บางทีถ้าเราไม่เก่งคิดไม่ออก ต้องหาสิ่งชดเชย เช่น ซื้อธุรกิจที่ดีอย่างเดียวเลย ไม่ต้องซื้ออย่างอื่น เป็นธุรกิจที่เราเข้าใจมันอย่างดี เราคำนวณไม่เป็น ก็ซื้อมันในราคาที่สมเหตุสมผล ซึ่งมันก็ง่ายๆใช้จิตวิทยาเข้าไปในช่วงที่ตลาดมันเหงาๆ ราคาตกมาเยอะๆ ราคามันก็ไม่เกินหรอก ซื้อแล้วก็ถือไว้เฉยๆ ถ้าพวกฉลาดเกินไปคำนวณได้พอเกินราคา 30 สตางค์ก็ขาย

คนที่จะเป็น VI จำเป็นไหมต้องเรียนหนังสือเยอะ มีความรู้เยอะ ต้องเฉลียวฉลาด?
• คุณฉัตรชัย ไม่จำเป็น สมัยนี้สัมนนาดีๆ หนังสือดีๆ เวบไซต์ดีๆ มีเพื่อนนักลงทุนบางคนจบป. 4 อาชีพวินมอเตอร์ไซค์ก็ประสบความสำเร็จได้ หรือไปเรียน MBA ที่นิด้าด้วยก็ช่วยได้
• ในช่วงเศรษฐกิจฟื้นใหม่ๆ ดัชนี 300-400 ขึ้นมาเร็ว เราซื้อหุ้น VI กลับไม่ขึ้นเร็ว ทำให้เรารู้สึกลังเลใจว่า เราควรจะขายไปซื้อหุ้นตรงนั้นก่อน แล้วค่อยกลับมาซื้อหุ้น VI ต้องต่อสู้กับจิตใจตัวเอง ความลังเลใจ ซึ่งถ้าเราลงทุนมาครบ cycle ก็จะเข้าใจว่าพอฟองสบู่แตก ก็จะเห็นว่าบริษัทเราลงมาน้อยกว่า เติบโตไปตามผลดำเนินงานที่ดีขึ้น

ในการเป็นนักลงทุนแบบ VI อะไรที่ต้องระวังเป็นพิเศษ?
• คุณฉัตรชัย อย่ายึดมั่นถือมั่น 1) ต้นทุนที่ซื้อมา ได้ยินบ่อย นักวิเคราะห์ชอบตอบคำถามว่า ต้นทุนเท่าไร แล้วก็ให้คำแนะนำขึ้นอยู่กับต้นทุน ซึ่งราคามันขึ้นกับพื้นฐานกิจการในอนาคต ซื้อหุ้นควรลืมต้นทุนไปเลย ถ้าจะคิดก็ mark to market เป็นมูลค่าปัจจุบัน 2) อย่าไปยึดติดการวิเคราะห์ของเรา ถ้าวิเคราห์พลาด ขาดทุนก็ต้องขาย cut loss ออกมา อาจจะเป็นตั้งโรงงานใหม่ แล้วยอดขายจริงไม่ได้ หรือมีการฟ้องร้องเข้ามาเสียหายมากกับบริษัท หรือยุคสมัยเปลี่ยน สินค้าที่ผลิตล้าสมัย ก็ถือว่าพื้นฐานเปลี่ยน
• ถ้าเราซื้อโดยเข้าใจพื้นฐานกิจการดีเข้าใจมูลค่าหุ้นตกเราก็กล้าถือ แต่ถ้าซื้อตามคนอื่นเวลาหุ้นตกใจจะแกว่ง
ปลายทางของการเป็น VI จะจบอย่างไร?
• ดร.นิเวศน์ ยังคิดไม่ออกเหมือนกัน อาจจะขายหมดแล้วไปทำอย่างอื่น หรือก็อาจทำเรื่อยๆจนตายแล้วยกให้ลูกให้หลาน
• คุณฉัตรชัย คงเป็น VI ไปตลอด ระหว่างนี้ก็ปลูกฝังลูกให้มีความเป็น VI อย่างน้อยวิเคราะห์ไม่เป็นรับมรดกก็เข้าใจดูแลมันได้ ทุกวันนี้หุ้นตกภรรยาก็ถามว่าทำไมไม่ขาย ลูกก็บอกว่าขายทำไม บริษัทยังดี ผู้บริหารเก่ง
• อ.ไพบูลย์ ถ้าเราเป็น VI เริ่มต้นเร็วเท่าไรก็ดีเท่านั้น เวลาผ่านไปการเป็น VI จะนำไปสู่อิสรภาพทางการเงิน คือไม่ต้องพึ่งพา เงินจากเงินเดือน จะมีชีวิตที่ง่ายขึ้น สุขสบาย คนที่เป็น VI จะลงไปที่เบื้องลึกของนิสัย จะเป็นคนพอเพียง ปลายทางคือไม่เดือดร้อนเรื่องเงินทอง
• อ.ไพบูลย์ มี comment ใน Facebook ดีมาก บอกว่าเราควรใช้ชีวิตแบบน้ำล้นตุ่ม มีเยอะก็ใช้ออกไปบ้าง ใช้กับคนอื่นที่ไม่มีโอกาสเหมือนเรา และก็เหลือให้กับลูกหลาน
• อ.เสน่ห์ อย่าง ดร.นิเวศน์ ดร.ไพบูลย์ คุณฉัตรชัย ก็เป็นตัวอย่างที่ทำประโยชน์ให้ความรู้กับสังคม ผมเคยมีคนมาไหว้ขอบคุณที่ทำให้ผู้สูงอายุมีความสุข เพราะเฝ้ารอดูรายการของอาจารย์ ถ้าคนที่ลงทุนแล้วประสบความสำเร็จแล้วเงียบๆ เหมือนปลาวางไข่แต่ไม่รู้มีกี่ฟอง แต่แบบดร.นิเวศน์ เป็นไก่ วางไข่แล้วมีลูกไก่ร้องกระต๊อบๆ คือต้องชี้ทางให้กับคนอื่นด้วย
• อ.เสน่ห์ VI ที่ผมชื่นชมที่สุดคือแม่ของเรา แม่เวลาลงทุนกับลูก รักแบบ VI รักจริง สนับสนุนลูก รู้จักลูกตัวเองเป็นอย่างดี ลูกจะขึ้นจะลงก็อยู่กับลูกตลอด บางช่วงลูกก็มีปันผลให้แม่ก็สุขใจ ดังนั้นอย่าลืมปันผลให้แม่บ้าง

Advertisements