นี่เรากำลังอยู่ในวิกฤตอีกแล้วเหรอ
หุ้นช่วงนี้ ลงแบบไม่โงหัวเลยนะครับ หลายๆ คนคงเริ่มกลัวแล้วว่า เรากำลังอยู่ในวิกฤตหรือป่าว ทำไมลงได้ขนาดนี้

ขอย้อนความหลังสักเล็กน้อยครับ

เมื่อปี 2011 หุ้นลงจาก 1,100 กว่าๆ ไป 840 ได้มั้ง ผมได้ยินคนบอกเยอะมากว่า ได้เห็น 600 แน่ บ้างก็ว่าจะลงไปแถวๆ ตอน Sub prime อีกรอบ เพราะตอน Sub prime เป็นของอเมริกา แต่ครั้งนี้เป็นของยุโรป หนักหนาไม่แพ้กัน แล้วก็ดันมาเจอน้ำท่วมเข้าไปอีก แต่ตอนที่น้ำท่วม หุ้นไทยก็ไม่ตกแล้ว กลับขึ้นด้วยซ้ำ และก็ใช้เวลาไม่นานกลับไปทะลุ 1,000 จุดได้อีก

ขึ้นๆ ลงๆ แรงมั่งเบามั่ง แต่ขึ้นมากกว่าลง เผลอแป็บเดียวหุ้นขึ้นไป 1,600 กว่าจุดแล้ว ก็ได้ยินกันหนาหูอีกว่ารับรองได้เห็น All time High แน่ๆ ให้เป้า 1,800 บ้าง 2,000 จุดบ้าง

แต่อยู่ๆ คุณลุงเบ็นก็มีนโยบายจะลด ละ เลิก QE ขึ้นมา หุ้นถึงกับหัวทิ่มกันทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยจอม Indy ด้วย แถมลงเยอะอีกต่างหาก มาเจอเรื่อง GDP หดตัวอีก ข้าวขายไม่ออก ยางราคาไม่ดี สินค้าเกษตรบางตัวเจอโรค กำลังซื้อภายในประเทศหดหายเนื่องจากมนุษย์เงินเดือนมากมายต้องเก็บเงินไว้ผ่อนรถ เติมน้ำมัน จ่ายค่าจอดรถ ล้างรถ เคลือบสีรถ ประกันชั้น 1 เลยไม่มีเงินไปซื้อของกับไปกินร้านอาหารสวยๆ มาถ่ายลง Facebook กับ Instagram

วันนี้ หุ้นปิดไป 1,293 จุด และก็ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไปในอนาคต ฝรั่งยังจะขายกันอีกมากน้อยขนาดไหน และผมก็เริ่มได้ยินและเห็นคนเริ่มพูดกันอีกแล้วว่า สงสัยหุ้นหลุด 1,000 จุดแน่ๆ บางคนก็ว่าจะลงไปเหมือนกับตอนต้มยำกุ้งเลย

ผมขอฝากประสบการณ์อันเล็กน้อยของผมที่ได้มาจากผู้ใหญ่ในครอบครัวผมหน่อยนะครับ จากทั้งอาม่าและคุณพ่อของผม ขอยกมาสัก 3 ข้อซึ่งเข้ากับบรรยากาศในตอนนี้

1. ลงทุนอะไรก็ตาม ถึงจุดหนึ่งก็ควรที่จะต้องหยุด แต่แค่หยุดพักนะ ไม่ใช่หยุดไปเลย ไม่มีอะไรที่มันขึ้นตลอด และไม่มีอะไรที่มันลงตลอด

2. กู้หนี้มาลงทุนได้ แต่ไม่ควรที่จะมากเกินไป ถ้าต้องกู้เพราะจำเป็นจริงๆ ห้ามเอาโรงงานหรือบ้านไปจำนองเด็ดขาด

3. เวลาทำธุรกิจ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือบริษัทขาดสภาพคล่อง ไม่ใช่ค้าขายแล้วขาดทุน ขาดทุนเป็นอะไรที่ยังประคองได้ แต่ถ้าขาดสภาพคล่องเหมือนร่างกายขาดน้ำ ทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากรอวันตาย

เราก็ได้เห็นข่าวมาบ้างแล้วว่า ธนาคารปฏิเสธให้เงินกู้ในการซื้อบ้านกับคอนโดกันไปหลายราย สำหรับผมแล้วผมมองว่ามันเป็นเรื่องที่ดีมากกว่าเรื่องที่แย่นะ เป็นข่าวที่แสดงให้เห็นว่า ธนาคารยังเข้มแข็งอยู่ ไม่ปล่อยกู้มั่วซั่ว และคนที่กู้ก็จะได้รู้ตัวด้วยว่า คุณกำลังมีหนี้สินมากเกินตัวแล้ว

ดังนั้นแล้ว ผมคิดว่าเรายังไม่ได้อยู่ในวิกฤตนะครับ ผมมองว่าเราอยู่ในช่วงถดถอยชั่วคราวซะมากกว่า ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นในระบบเศรษฐกิจอยู่แล้ว

เราและโลกไม่ได้ขาดสภาพคล่อง สภาพคล่องมีอยู่ล้นเหลือ แต่เพราะสภาพคล่องมันล้นเหลือนี่แหละ เวลาเกิดการเคลื่อนย้ายทีมันถึงได้มีคลื่นขนาดใหญ่ ในอนาคตอันใกล้นี้ การเติมสภาพคล่องเข้าระบบของอเมริกาก็คงจะค่อยๆ ลดลงและเลิกไป แต่ที่เติมเข้าไปแล้วก็ยังเยอะมากๆ อยู่และก็ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มดูดออกไปเมื่อไร ซึ่งไม่ใช่เร็วๆ นี้แน่นอน และยังมี QE ของญี่ปุ่นที่ใหญ่ไม่ใช่น้อยเติมเข้าไปอีก ซึ่งประเทศที่ได้ผลประโยชน์แน่ๆ คือประเทศไทย ขออย่างเดียว การเมืองควรที่จะนิ่งกว่านี้

ณ ตอนนี้ เราไม่ได้แย่เหมือนกับที่เรากำลังคิดอยู่หรอก แต่ช่วงที่ผ่านมา มันดีเวอร์เกินไปเท่านั้นเอง จากนี้ไป การหาเงินจากตลาดหุ้นคงไม่ง่ายเหมือน 1 – 2 ปีที่ผ่านมาแล้ว แต่ก็ไม่ได้ยากเกินความพยายาม

ศึกษาให้มากและรู้ให้จริง

ขอให้ลงทุนอย่างมีสติและโชคดีครับ

Posted 2 hours ago by ValueZen

Advertisements