InfoQuest News – JAS สร้างเงินสดยึดโอกาส
28 สิงหาคม 2556

ในขณะที่บริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่หลายรายกำลังรีรอศึกษาว่าจะจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน หรือ อินฟราสตรัคเจอร์ฟันด์ดีหรือไม่ หลังจากที่กองทุนแรกสุดของกลุ่มบีทีเอสได้เดินหน้าเข้าจดทะเบียนเป็นกองแรก ระดมเงินสดไปได้มากกว่า 6.2 หมื่นล้านบาทไปแล้ว ยักษ์เล็กในธุรกิจโทรคมนาคม และไอทีอย่าง บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS ก็ประกาศเดินหน้ายึดหัวหาดตั้งกองทุนดังกล่าวอย่างไม่รอช้า การกระทำดังกล่าวถือว่าตอกย้ำกลยุทธ์ของผู้บริหารบริษัทแห่งนี้ที่ได้ชื่อว่า รุกไล่ล่าโอกาส ก่อนถูกไล่ล่า มาโดยตลอด วันจันทร์ที่ผ่านมา ตัวแทนของ JAS ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2556 มีมติอนุมัติให้ดำเนินการจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund)สำหรับธุรกิจบรอดแบนด์อินเตอร์เน็ต มูลค่า 50,000-70,000 ล้านบาท เป้าหมายการตั้งกองทุนดังกล่าว ซึ่งยังไม่มีรายละเอียดมากนัก คือ เอากองทุนมาซื้อสินทรัพย์ของ JAS ออกจากมือบริษัทฯ และ/หรือ บริษัทย่อย ผ่านการขายหรือให้เช่าโครงข่ายบรอดแบนด์ทั่วประเทศ ซึ่งประกอบด้วย โครงข่ายใยแก้วนำแสง (Optical Fiber Cable) จำนวนประมาณ 610,000 คอร์กิโลเมตร (core. km.) Access Node จำนวนประมาณ 16,000 node และ Cable ที่เชื่อมโยงถึงลูกค้าทั้งหมด ทรัพย์สินดังกล่าวมีมูลค่าตามบัญชี ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2556 ประมาณ 10,000 ล้านบาท และอนุมัติให้บริษัทฯ และ/หรือ บริษัทย่อย เช่ากลับ เช่า หรือเช่าช่วง ทรัพย์สินข้างต้นจากกองทุนเพื่อใช้ทรัพย์สินดังกล่าวในการดำเนินธุรกิจต่อไป และจะเสนอขายหน่วยลงทุนของกองทุนให้แก่ประชาชนโดยทั่วไปภายในสิ้นปีนี้ หรือไม่ก็ต้นปีหน้า ข่าวดังกล่าวส่งผลต่อราคาหุ้นในทันทีเมื่อมีการประกาศ ราคาหุ้นที่ทำท่าร่อแร่เพราะแรงขายของต่างชาติและพอร์ตโบรกเกอร์ เด้งรับข่าวดีดังกล่าวในทันทีอย่างชัดเจน เพราะข้อเท็จจริงที่จะต้องเกิดขึ้นจากนี้ไปก็คือ JAS จะมีเงินสดที่ได้จากกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานจำนวนนับหมื่นล้านบาท เพื่อนำมาขยายงานบรอดแบนด์อินเตอร์เน็ต ซึ่งรวมถึง Fiber Optic FTTX ซึ่งมีไว้รองรับตลาดธุรกิจโดยตรง และมีความต้องการอย่างสูงเกินกว่าอุปทานจะตอบสนองได้ทัน เพื่อเพิ่มจำนวนลูกค้าอย่างรวดเร็ว การรุกธุรกิจ FTTX ดังกล่าว ได้กำหนดเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนของลูกค้า Fiber Optic FTTX ให้ถึง 50% โดยใช้ระยะเวลาประมาณ 3 ปี และให้บริษัทฯ และ/หรือ บริษัทย่อย ลงทุนในกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าว ประมาณ 1 ใน 3 ของจำนวนหน่วยลงทุนทั้งหมดของกองทุน คิดเป็นจำนวนเงินลงทุนประมาณ 16,667-23,334 ล้านบาท ซึ่งนั่นย่อมหมายความว่า จากนี้ไป JAS จะกลายเป็นผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงอันดับหนึ่งได้ไม่ยาก แซงหน้าTRUE และ ทีโอที ที่กำลังงมหาทิศทางธุรกิจอย่างพะวักพะวนกันอยู่ การช่วงชิงโอกาสดังกล่าว ในเชิงธุรกิจ ถือว่าเป็นไปตามกลยุทธ์ที่กำลังมาแรงที่สุดในโลกปัจจุบัน นั่นคือ disruptive innovation ซึ่งถือว่า การใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างคุณค่าตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค คือชัยชนะสำคัญในการสร้างมูลค่าผู้ถือหุ้นและผลกำไรในระยะยาว ก้าวสำคัญเช่นนี้ ทำให้หลังจากที่มีการประกาศการตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐานไปแล้ว จึงมีสำนักโบรกเกอร์หลายแห่ง วิเคราะห์ออกมาในเชิงบวกทำนองเดียวกันว่า ให้สะสมหุ้นของ JAS และในเครือ ที่จะเติบโตโดดเด่นในอนาคตอันใกล้โดยเฉพาะในปี 2557 ที่จะมาถึง ในวงการไอทีและโทรคมนาคมนั้น เป็นที่ทราบกันดีว่า ก่อนหน้าในปีที่ผ่านมา JAS ได้เปิดเกมรุกในธุรกิจด้วยการสร้างโครงข่ายใยแก้วนำแสงความเร็ว 1Gbps ของอินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์ผ่านโครงข่ายใยแก้วนำแสง (Fiber To The Home) ที่มีความเร็วเพิ่มจากเดิม 100 เท่า เพื่อสนองตอบเครือข่ายสื่อสารของธุรกิจโดยตรง ซึ่งทำให้โอกาสในการทำกำไรก้าวกระโดด ก็มีผลทำให้ราคาหุ้นของ JAS มีความโดดเด่นอย่างมากอยู่แล้ว โดยที่นักวิเคราะห์พากันปรับการคาดการณ์ใหม่ บางรายถึงขั้นที่ว่าการลงทุนในอินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์จะดันกำไร 3 ปีจากนี้ไปโตปีละ 29% โดยผู้บริหารของ JAS ประเมินว่า สมาชิกบรอดแบนด์ในปีนี้ จะอยู่ที่ 1.5 ล้านราย และในปี 2557 จะเพิ่มเป็น 1.7 ล้านราย และในปี 2558 เป็น 1.9 ล้านราย อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง คือคำตอบที่จะทำให้ JAS แซงหน้าคู่แข่งหลัก คือ TOT ซึ่งเป็นองค์กรภาครัฐ และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE ที่มีผลการดำเนินงานที่ขาดทุนมาโดยตลอด ครองส่วนแบ่งการตลาดเกือบทั้งหมด ไม่นับรายย่อยอีกนับสิบรายซึ่งไม่อยู่ในฐานะจะแข่งขันได้ เหตุผลสำคัญคือ เทคโนโลยี LTE ที่จะมาพร้อมกับพัฒนาการในอัตราเร่งของเครือข่ายโทรคมนาคม 3G กำลังเร่งเคลื่อนเข้ามาช่วงชิงผลประโยชน์ในทางธุรกิจอย่างจริงจัง ซึ่งเคลื่อนตัวผสมผสานเข้ากับอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงเป็น LTE หรือเครือข่ายก่อน 4G เป็นการช่วงชิงโอกาสที่มีความหมายลึกซึ้งในทางธุรกิจอย่างมาก แกนหลักสำคัญในการพัฒนาของ LTE อยู่ที่ การส่งข้อมูลทั้งเสียง ข้อความ และรูปภาพในอัตราเร็ว ความหน่วงของเวลา (หมายถึงเวลาที่ใช้ไปในการเข้าถึงข้อมูลของหน่วยความจำ) และจำนวนความจุของข้อมูล ในกระบวนการสื่อสารผ่านเครือข่าย ซึ่งสามารถลดความเหลื่อมล้ำกันระหว่างการนำส่งข้อมูลต้นทาง (uplink) ที่ต่ำกว่าการส่งข้อมูลไปยังผู้รับปลายทาง (downlink) ที่เสถียร การตัดสินใจลงทุนยกระดับอินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์ ของ JAS จาก 1 Mbps เป็น 1 Gbps จึงเป็นการเปิดเกมรุกเพราะวิสัยทัศน์ที่ต้องการเร่งตัวเองขึ้นมาให้ทันกับยุค LTE เคียงข้างกับ 3G นั่นเอง แต่อย่างที่ทราบกันดี ว่าการติดตั้งเพื่อรองรับความต้องการที่มีมหาศาลให้ทันกับการขยายตัวของเครือข่าย 3G นั้น ต้องการเงินลงทุนมหาศาล ซึ่ง JAS ในฐานะบริษัทขนาดกลาง ไม่สามารถทำได้ทันท่วงที วิศวกรรมการเงินด้วยการจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐานจึงเป็นคำตอบที่มีความหมายต่ออนาคตอย่างแท้จริงสำหรับ JAS และบริษัทในเครือ เป็นการช่วงชิงโอกาส เพราะในธุรกิจนี้ หากช้าเกินไป โอกาสจะถูกกินรวบจากคู่แข่งในธุรกิจ 3G ก็เป็นไปได้เร็วเท่ากัน ในด้านหนึ่ง การลงทุนขนาดใหญ่เช่นนี้ เป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยง เนื่องจากหาก JAS ไม่ยอมเปิดเกมรุก การจะแซงหน้าคู่ปรับสำคัญในธุรกิจที่ตอนนี้ยังเหนือกว่า เช่น TRUE แล้ว รวมถึงการเข้าสู่ตลาดแข่งขันรายใหม่อย่าง บริษัท เคเบิล ไทย โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ CTH ที่มีแผนจะผันตัวเองกลายเป็นบริษัทเคเบิลและให้บริการบรอดแบนด์อินเตอร์เน็ตอีกด้วยนั้น การเปิดเกมรุกก่อน ในยามที่ TRUE ยังต้องลงทุนหนักในเครือข่าย 3G ก่อน และ CTH ยังต้องหมกมุ่นกับการลงทุนเคเบิลทีวีก่อน จึงเป็นการช่วงชิงโอกาสครั้งสำคัญเพื่อหาความได้เปรียบก่อน และในธุรกิจที่โอกาสขึ้นกับกลยุทธ์ ก็ต้องถือว่านี่คือกลยุทธ์ที่มีความหมายยิ่ง เกมนี้ ผู้บริหารของ JAS มองอนาคตได้ขาดอย่างแท้จริง แต่เป้าหมายที่วางไว้จะบรรลุแค่ไหนก็ขึ้นกับนักลงทุนจะเห็นพ้องด้วยเป็นสำคัญ

Advertisements