ก.ล.ต.ตื่นคุมแก๊ง4โมงเย็น วงการแฉพอร์ตโบรกฯแสบมีจริงทุบหุ้น-สร้างโวลุ่มเทียม

วันเสาร์ที่ 07 กันยายน 2013 เวลา 13:45 น. กอง บก.ฐานเศรษฐกิจ

ก.ล.ต. จับตาแก๊ง 4 โมงเย็นดอดป่วนหุ้นท้ายตลาด จี้สมาคมบล. ปรับเกณฑ์พอร์ตโบรกเกอร์ “จรัมพร”ยันไม่พบความผิดปกติ นักลงทุนขาใหญ่มองแก๊ง 4 โมงเย็นเป็นอุปทานหมู่ที่นักลงทุนแห่ขายตามกัน ชี้มีมานานแล้วก่อนมีบัญชี Prop Trade ฟากโบรกฯแฉกันเอง รับพอร์ตบริษัทหลักทรัพย์แสบมีจริง ทั้งแอบทุบหุ้น สร้างโวลุ่มเทียม

นางสาวดวงมล จึงเสถียรทรัพย์ ผู้ช่วยเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวที่แพร่สะพัดในโลกออนไลน์ กรณีแก๊ง 4 โมงเย็น อาละวาดสร้างราคาหุ้น โดยมีการลากราคาขึ้นในช่วงท้ายตลาด 16.00 น. และมีการทุบราคาก่อนปิด 17.00 น. โดยยอมรับว่าเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ก.ล.ต.ได้หารือกับสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย (สมาคมบล.) ถึงสถานการณ์การซื้อขายของบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ (Proprietary trade – Prop Trade) หรือพอร์ตโบรกเกอร์ หลังจากมีการตั้งข้อสังเกตว่าบัญชี Prop Trade อาจมีการเอาเปรียบนักลงทุนรายย่อย หรือมีการซื้อขายที่ไม่เหมาะสม
เบื้องต้นได้หารือว่าการกำหนดวงเงินการซื้อขายของบัญชี Prop Trade มีความเหมาะสมหรือไม่ จากปัจจุบันที่กำหนดอยู่ที่ระดับไม่เกิน 75% ของส่วนผู้ถือหุ้น ตามที่ปรากฏในงบสอบทานฉบับล่าสุด รวมไปถึงการหมุนรอบของการซื้อขายว่าควรมีการกำหนดให้ชัดเจนหรือไม่ ซึ่งทางสมาคม ได้รับปากว่าจะไปหารือกับบริษัทสมาชิก เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนในการกำกับดูแล เพื่อให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น
รายงานข่าวระบุว่า กระแสข่าวเรื่องแก๊ง 4 โมงเย็น มีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมาก ทั้งในสังคมออนไลน์ และโซเชียลเน็ตเวิร์ก อาทิ เฟซบุ๊ก พันทิป และเว็บบอร์ดสื่อธุรกิจชั้นนำ ซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่ที่เข้ามาโพสต์ข้อความ เป็นกลุ่มนักลงทุนรายย่อย และนักลงทุนหน้าใหม่
นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า ตลท.และก.ล.ต. มีการดูแลการซื้อขายในบัญชีของบริษัทหลักทรัพย์(Prop Trade) อย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมายังไม่พบว่ามีความผิดปกติ ทั้งในส่วนของปริมาณการซื้อขาย ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 7-12% ของมูลค่าการซื้อขายโดยรวม ซึ่งถือว่าเป็นสัดส่วนที่ไม่มาก รวมถึงในส่วนของพฤติกรรมการซื้อขายที่ยังไม่พบว่าเกิดความไม่เหมาะสม โดยตลาดหลักทรัพย์ฯได้กำชับโบรกเกอร์ให้ความสำคัญกับการแยกส่วนหรือไชนีส วอลล์ ของการซื้อขายในบัญชี Prop Trade ให้ชัดเจน
แหล่งข่าวจากวงการตลาดทุนให้ความเห็นกับ”ฐานเศรษฐกิจ” สำหรับแก๊ง 4 โมงเย็น นั้นถือเป็นอุปทานหมู่มากกว่า เนื่องจากที่ผ่านมาช่วงเวลา 4 โมงเย็นจะเป็นช่วงที่มีมูลค่าการซื้อขายหรือโวลุ่มเข้ามามาก จนส่งผลต่อราคาหุ้นให้ปรับตัวขึ้นลงแรง ติดต่อกัน เนื่องจากช่วงบ่ายเป็นช่วงที่ตลาดต่างประเทศเปิดซื้อขาย ทำให้เริ่มมีโวลุ่มเทรดเข้ามาด้วย ส่งผลให้บรรดาผู้จัดการกองทุนที่ได้รับคำสั่งหรือออร์เดอร์ซื้อขายหุ้นมาก็จะต้องไล่เก็บหุ้นตามออร์เดอร์ให้ได้ภายในวันนั้นซึ่งหากไม่สามารถเก็บหุ้นได้ในราคาที่ต้องการก็จะต้องเร่งเก็บหุ้นช่วงปลายกระดานหรือช่วงที่ตลาดใกล้ปิดทำการ
“มีการพูดกันมานานแล้ว สำหรับแก๊ง 4 โมงเย็น ตั้งแต่ก่อนมีพอร์ตโบรกเกอร์ หรือProp Trade ด้วย”
อย่างไรก็ตามแหล่งข่าวรายนี้ยอมรับว่ามีพอร์ตโบรกเกอร์บางแห่งที่มีพฤติกรรมทุบหุ้นเพื่อเก็บของถูก จนทำให้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯเพี้ยน หรือบางครั้งถึงขั้นทุบเพื่อเก็บหุ้นจากผู้ที่ใช้โปรแกรมเทรดดิ้งหรือ โรบอตเทรดด้วย โดยทำให้ราคาต่ำกว่าราคาที่เป็นจุดขายตัดขาดทุน(STOP LOSS )ทำให้ระบบโรบอตเทรดจะต้องขายหุ้นออกมา ไม่เพียงเท่านั้นยังมีพฤติกรรมสร้างโวลุ่มเทียมด้วย โดยการสั่งซื้อสั่งขายแต่สุดท้ายก็ยกเลิกคำสั่งดังกล่าว
“ต้องยอมรับว่าเรื่องการลงทุนทุกคนก็ต้องการกำไรทั้งนั้น”แหล่งข่าวรายนี้ยังกล่าวและว่า เช่นเดียวกับการลงทุนของพอร์ตโบรกเกอร์ ซึ่งบางแห่งนั้นแยกชัดเจนว่าเป็นพอร์ตระยะสั้น และพอร์ตระยะยาว แต่พอร์ตการลงทุนของโบรกเกอร์นั้นไม่สามารถลงทุนในหุ้นเกิน SET 50-100 ได้ นอกจากนี้ยังมีคณะกรรมการตรวจสอบการลงทุน และฝ่ายตรวจสอบความเสี่ยงของบริษัทด้วย
ด้านความเห็นของนักลงทุนรายใหญ่ในตลาดหุ้น นายวัชระ แก้วสว่าง หรือเสี่ยป๋อง กล่าวว่า ส่วนตัวแม้จะได้ยินว่ามีแก๊ง 4 โมงเย็น แต่เป็นคำพูดที่ทุกคนพูดขึ้นจากผลของอุปทานหมู่มากกว่า ว่าเมื่อคนหนึ่งขายก็จะทำให้คนอื่นขายออกมาตาม จนทำให้เกิดมีโวลุ่มและบังเอิญเกิดช่วง 4 โมงเย็น ซึ่งเป็นผลจากภาวะตลาดด้วย ทำให้นักลงทุนไม่กล้าที่จะถือหุ้นข้ามวัน
อย่างไรก็ตามหากจะโยงว่า แก๊งป่วน 4 โมงเย็น คือ พอร์ตโบรกเกอร์นั้นคงไม่น่าจะใช่ และส่วนตัวก็มองว่าไม่ว่าใครที่ลงทุนก็ต้องคาดหวังกำไร ดังนั้นนักลงทุนทุกประเภทก็คงมีพฤติกรรมการลงทุนระยะสั้นหรือเล่นเก็งกำไรทั้งนั้น แต่คนที่เล่นผิดกติกาก็ต้องถูกตรวจสอบเป็นเรื่องธรรมดา ส่วนประเด็นที่ว่าพอร์ตโบรกเกอร์ไม่มีต้นทุนคงไม่ใช่ เนื่องจากกำไรจากการลงทุนจะต้องเสียภาษี ซึ่งต่างจากนักลงทุนที่ไม่เสียภาษีกำไรจากการลงทุน

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 2,876 วันที่ 8 – 11 กันยายน พ.ศ. 2556

READ : 1021 TIMES

Advertisements