ทิ้งบอมบ์หุ้น-ตราสารหนี้ โบรกฯ-ตลท.รับเงินไหลออก-ผวาศก.ถดถอย
วันพุธที่ 21 สิงหาคม 2013 เวลา 10:38 น. กอง บก.ฐานเศรษฐกิจ การเงิน FINANCIAL – คอลัมน์ : การเงิน

หุ้นไทยดิ่งเหว ปัจจัยลบใน-นอกรุม นักลงทุนตื่นตระหนกหลังสภาพัฒน์ ลดเป้าตัวเลขเศรษฐกิจ ต่างชาติกระเจิงเทขายหุ้น-ตราสารหนี้ 1.9 หมื่นล้านบาท ตลาดหลักทรัพย์ฯชี้ร่วงตามตลาดโลกหลังทุนไหลออก เผยต่างชาติเทขายแล้วกว่า 7 หมื่นล้านบาท นักวิเคราะห์ลดคาดการณ์กำไรบจ.- เป้าดัชนีสิ้นปีนี้ใหม่ จากเดิมให้ไว้ 1,550 จุด

ตลาดหุ้นไทยถูกแรงขายถล่มทำให้ดัชนีดิ่งเหวถึง 90 กว่าจุด ในช่วง 2 วัน (19-20 ส.ค.)หลังสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) ปรับลดประมาณการอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ(จีดีพี)ปีนี้เหลือ 3.8-4.2% ทำให้ดัชนีหลุดระดับ1,400 จุด ทันที และ
ปิดที่ 1,370.86 จุด ในวันที่ 20 สิงหาคม ที่ผ่านมา ถือเป็นการปรับตัวลงต่ำสุดในรอบ 8 เดือน
ด้านนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยรวม 1.4 หมื่นล้านบาท ในช่วง 2 วัน (19-20 ส.ค.) ขณะที่พบว่าในรอบ 8 เดือน ขายสุทธิรวม 1 แสนล้านบาท เช่นเดียวกับตลาดตราสารหนี้ที่สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย รายงานว่าในช่วง 2 วันที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 5.6 พันล้านบาท ขณะที่ในรอบเกือบ 8 เดือน ต่างชาติยังมียอดซื้อสะสม 3.4 แสนล้านบาท ทั้งนี้เมื่อรวมแรงขายในหุ้นและตราสารหนี้ไทยของต่างชาติในช่วง 2 วันที่ผ่านมา มียอดรวมขายสุทธิ 1.96 หมื่นล้านบาท
นักวิเคราะห์ระบุว่าปัจจัยที่กดดันตลาดหุ้นไทย ประกอบด้วย ความกังวลกับการชะลอมาตรการคิวอี(QE) ของธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา หรือเฟด ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าจะเริ่มทยอยลดในการประชุมเดือนกันยายนนี้มากขึ้น, ความไม่แน่นอนทางการเมือง,
เศรษฐกิจไทยเติบโตชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ และเข้าสู่ภาวะถดถอยทางเทคนิค (จีดีพีติดลบต่อเนื่อง 2 ไตรมาส) และค่าเงินบาทอ่อนค่ารวดเร็ว
นายภากร ปีตธวัชชัย รองผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า ภาวะตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวลดลงแรงในช่วง 2 วันที่ผ่านมา เป็นไปในทิศทางที่สอดคล้องตลาดหุ้นทั่วโลกที่ได้รับผลกระทบจากตัวเลขเศรษฐกิจทั่วโลกที่เคยคาดว่าจะฟื้นตัวดีขึ้น แต่ขณะนี้ยังชะลอตัวต่อเนื่อง ทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่นำเงินโยกย้ายเข้าไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำเพื่อป้องกันความเสี่ยง โดยเห็นจากผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอเมริกาปรับตัวสูงขึ้นมาก
สำหรับตลาดหุ้นไทยในช่วง 8 เดือน(สิ้นสุด 20 ส.ค.) พบว่านักลงทุนต่างชาติขายสุทธิกว่า 7 หมื่นล้านบาท (ไม่รวมดีลซื้อขายหุ้นแม็คโคร )ขณะที่ตลท.มองว่าแนวโน้มอาจจะยังมีเงินไหลออกไปอีก เพราะขณะนี้ยังเน้นไปทางด้านขายมากกว่าซื้อ แต่เชื่อว่าจะไม่มีผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยมากนัก เพราะในอดีตที่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจเคยมีเงินไหลออกจากตลาดหุ้นไปกว่าแสนล้านบาท และขณะนี้ต่างชาติยังมีการลงทุนในตลาดหุ้นไทยอยู่ถึง 3-4 ล้านล้านบาท จากมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม(มาร์เก็ตแคป)ที่อยู่ในระดับ 12.1 ล้านล้านบาท
นายภากร กล่าวว่า ตลท.ได้รายงานสถานการณ์ตลาดหุ้นไทยให้กับรัฐบาลทราบอย่างต่อเนื่อง แต่ขณะนี้ยังไม่จำเป็นต้องมีมาตรการพิเศษมาดูแลภาวะการซื้อขายหุ้นเพราะเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งโลก ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทย
นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์(บล.)ทิสโก้ จำกัด และในฐานะประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย กล่าวว่า บริษัทจะมีการปรับลดคาดการณ์จากเดิมที่คาดว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯสิ้นปีนี้จะอยู่ที่ 1,550 จุด รวมถึงการปรับลดการเติบโตของผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนซึ่งเชื่อว่าน่าจะลดลงจากเดิมเช่นกัน
นายกิจพล ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล. กสิกรไทยฯ กล่าวว่า บล.กสิกรไทยฯ ได้ปรับลดการเติบโตกำไรของบริษัทจดทะเบียน(บจ.)ลงเหลือเติบโต 12% โดยมีกำไรสุทธิรวมประมาณ 6.87 แสนล้านบาท จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 15% จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิประมาณ 6 แสนล้านบาท
บทวิเคราะห์บล.เอเซีย พลัสฯ มองว่าจุดที่ต้องระวังก็คือ ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ จะทำจุดต่ำสุดใหม่(นิวโลว์)ที่ 1,338 จุด และหากหลุดจากด่านนี้ คาดว่าดัชนีมีโอกาสปรับตัวลงสู่ 1,207 และ 1,150 จุด

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 2,872 วันที่ 22 -24 สิงหาคม พ.ศ. 2556