ใครมีเงินเย็น…เตรียมช็อป! หุ้น Defensive
วันศุกร์ที่ 23 สิงหาคม 2013 เวลา 23:09 น. กอง บก.ฐานเศรษฐกิจ การเงิน FINANCIAL – คอลัมน์ : การเงิน-ตลาดทุน

นักวิเคราะห์ นักลงทุนมึนตึ๊บกับดัชนีตลาดหุ้นไทยที่สาละวันเตี้ยลง ลุ้นกันรายวันว่าแนวรับแต่ละแนวจะเอาอยู่หรือไม่ นักวิเคราะห์ทางเทคนิคบางค่ายมองร้ายว่าหากหลุด 1,338 จุด ก็เตรียมเละเทะ ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯอาจต้องมุดลงทดสอบ 1,207 หรือแย่กว่านั้นที่ 1,150 จุด

ตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวลงแรงมีสาเหตุหลักมาจากแรงกดดันของความเสี่ยงจากการ ทยอยไถ่ถอนมาตรการคิวอี(QE) ของสหรัฐอเมริกาที่มีอยู่ ซึ่งปัจจัยดังกล่าวยังได้ป่วนตลาดหุ้นเอเชียถ้วนหน้า ผนวกปัจจัยลบในประเทศทั้งการเมือง และเศรษฐกิจชะลอตัว จนนักเศรษฐศาสตร์บางสำนักบอกว่าเศรษฐกิจไทยเข้าสู่ภาวะถดถอยทางเทคนิคแล้ว (ชะลอตัวติดต่อกัน 2 ไตรมาส)
ยามนี้ต้องงัดประโยคอมตะที่ว่า”ในวิกฤติย่อมมีโอกาส”ออกมาใช้กันอีกแล้ว พร้อมกับภาพความทรงจำเก่าๆก่อนเกิดวิกฤติต้มยำกุ้งปี 2540 ค่อยๆผุดขึ้นมาทีละภาพๆ แล้วก็ได้แต่ภาวนาว่า ไม่เลวร้ายขนาดนั้น อย่างไรก็แล้วแต่ในภาวะที่ตลาดหุ้นยังคงมีความผันผวนสูงนี้ส่งผลให้ราคาหุ้น หลายบริษัทปรับตัวลดลงค่อนข้างมาก
ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ “บริษัทหลักทรัพย์(บล.)โนมูระ พัฒนสิน จำกัด(มหาชน)(บมจ.) ” แนะนำว่าการลงทุนภายใต้ความเสี่ยงนี้ นักลงทุนอาจมองหาบริษัทที่มีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และยังมีแนวโน้มอัตราการเติบโตของกำไรในอนาคตอย่างต่อเนื่องรวมถึงมีอัตรา การจ่ายปันผลแก่ผู้ถือหุ้นจะอยู่ในระดับสูงกว่า 5% น่าจะเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนได้ดีในระยะกลาง-ยาว
โดยเฉพาะบริษัทที่คาดว่าจะจ่ายเงินปันผล ในช่วงเดือนกรกฎาคม–สิงหาคมนี้ น่าจะเป็นบริษัทที่มีความปลอดภัยต่อการลงทุนในภาวะตลาดผันผวนสูง
บล.โนมูระ พัฒนสินฯ แนะว่ากลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ยึดแนวทางการลงทุนแบบ ตั้งรับ(Defensive) โดยแนะนำให้หาจังหวะเข้าทยอยสะสมหุ้นที่มีพื้นฐานแกร่งและมีอัตราการจ่ายปัน ผลสำหรับผลประกอบการงวดครึ่งปีแรกสูง
สอดคล้องกับ “กวี ชูกิจเกษม” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทยฯ ที่แนะนำว่า ในภาวะตลาดหุ้นทั่วโลกและตลาดหุ้นไทยมีความผันผวนสูง นักลงทุนควรซื้อหุ้น Defensive stocks และหุ้นปันผลไว้ในพอร์ต เพื่อลดความเสี่ยง
กล่าวสำหรับ Defensive Stock แปลว่า หุ้นตั้งรับ ความหมายคือ หุ้นที่มีเสถียรภาพสูงภายใต้สภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยในขณะที่ธุรกิจอื่นๆได้ รับผลกระทบในทางลบจากสภาพเศรษฐกิจที่แย่ แต่หุ้นของบริษัทที่มีการดำเนินการอยู่ในรูปแบบ Defensive จะไม่ได้รับผลมากนัก เนื่องจากยังคงมีความต้องการใช้สินค้าหรือบริการของบริษัทอย่างต่อเนื่อง ทำให้กำไรของบริษัทยังคงที่เช่นเดิม ตัวอย่างของหุ้น Defensive Stock เช่น กิจการประเภทระบบสาธารณูปโภค (ไฟฟ้า, ประปา ), อาหาร, ยา,โรงพยาบาล เป็นต้น
สำหรับบริษัทจดทะเบียน(บจ.)เองนั้นได้ฝ่ากระแสตลาดหุ้นปั่นป่วน เย้ยเศรษฐกิจถดถอย(ทางเทคนิค)ด้วยการประกาศจ่ายเงินปันผลกันอย่างต่อเนื่อง
เช่นเดียวกับที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) สรุปยอดการจ่ายปันผลของ บจ.ที่พบว่าครึ่งปีแรกยังอู้ฟู่ โดยบริษัทจดทะเบียน 111 แห่ง รวม 2 ตลาด คือ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(SET) และตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ(mai) โดยไม่รวมกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลงวดครึ่งแรกปี 2556 แล้ว 9.14 หมื่นล้านบาท
ขณะที่”ชนิตร ชาญชัยณรงค์”รองผู้จัดการตลท.และผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ คาดว่า เมื่อ บจ.ประกาศครบมีแนวโน้มว่างวดครึ่งปีแรกจะมีการจ่ายเงินปันผลสูงกว่า 1 แสนล้านบาท และถือเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน จากกำไรสุทธิของ บจ. เติบโตดีและมีสภาพคล่องการเงินสูง
นอกจากนี้”ชนิตร”ยังบอกถึงสุขภาพของ บจ.ไทยว่าหลังวิกฤติปี 2540 ผลการดำเนินงาน บจ.มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง และเป็นการเติบโตภายใต้การรักษาวินัยทางการเงินและการจัดการโครงสร้างเงิน ทุนที่เหมาะสม ทำให้ บจ.ไทยในปัจจุบันมีฐานะและสภาพคล่องทางการเงินที่แข็งแกร่ง สะท้อนจากอัตราส่วนหนี้สินรวมต่อทุนลดลงตลอดช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา
ขณะที่อัตราส่วนเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดต่อสินทรัพย์รวม และความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งการจัดการด้านการเงินที่ดีนี้ทำให้ผู้ลงทุนได้รับผลตอบแทน ทั้งในด้านราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้นตามมูลค่ากิจการ รวมถึงเงินปันผลด้วย
“ในช่วงที่ตลาดหุ้นมีความผันผวนสูง หากราคาหุ้นลดลงมากและมีส่วนลดจากมูลค่าที่แท้จริงของกิจการมากพอ การเลือกลงทุนหุ้นปันผลที่กิจการมีพื้นฐานดีและผลการดำเนินงานเติบโต เป็นทางเลือกในการลดความเสี่ยงการลงทุนได้” ผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์ฯ กล่าวทิ้งท้ายด้วยประโยคยาวๆที่สรุปได้ว่า ยามนี้ใครมีเงินที่สามารถลงทุนระยะยาวได้ และมีความกล้า ก็เตรียมช็อปของดีราคาถูกกันได้แล้ว

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 2,873 วันที่ 25 -28 สิงหาคม พ.ศ. 2556